
ลงทุนระยะยาวได้มากกว่าการออม
ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่รู้จักการออมมากกว่าการลงทุน และผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ที่รู้จักการลงทุนก็มีการออมมากกว่าการลงทุน ซึ่งนั่นเราคงไม่พูดว่าเป็นเรื่องผิดหรือถูก ที่มีเงินอยู่ในส่วนของการออมมากกว่าการลงทุน เพราะการตัดสินใจแบ่งเงินของคุณเองว่าจะเอาไปทำอะไรนั้นเป็นสิทธิของคุณเองอยู่แล้ว แต่อยากจะบอกว่าเสียดายแทนที่คุณอาจพลาดโอกาสให้เงินทำงานให้ตัวมันเองเติบโตมากขึ้น และมากกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก หรือแม้แต่ให้ค่าของเงินมันเพิ่มขึ้นมากกว่าข้าวของที่แพงขึ้นทุกวัน (มากกว่าเงินเฟ้อ)
ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่รู้จักการออมมากกว่าการลงทุน และผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ที่รู้จักการลงทุนก็มีการออมมากกว่าการลงทุน ซึ่งนั่นเราคงไม่พูดว่าเป็นเรื่องผิดหรือถูก ที่มีเงินอยู่ในส่วนของการออมมากกว่าการลงทุน เพราะการตัดสินใจแบ่งเงินของคุณเองว่าจะเอาไปทำอะไรนั้นเป็นสิทธิของคุณเองอยู่แล้ว แต่อยากจะบอกว่าเสียดายแทนที่คุณอาจพลาดโอกาสให้เงินทำงานให้ตัวมันเองเติบโตมากขึ้น และมากกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก หรือแม้แต่ให้ค่าของเงินมันเพิ่มขึ้นมากกว่าข้าวของที่แพงขึ้นทุกวัน (มากกว่าเงินเฟ้อ)
เราลองมาดูแรงบันดาลใจในการลงทุนจากข้อมูลจริงที่เกิดขึ้น เพื่อให้คุณอยากรู้จักการลงทุนมากขึ้น หรือให้คนที่รู้จักการลงทุนอยู่แล้วลงทุนกันมากขึ้น
ในแรงบันดาลใจนี้ได้หยิบข้อมูลจริงของเงินเริ่มต้น 400 บาท โดยแบ่งเงินออกเป็น 4 ส่วนเท่าๆ กัน (ส่วนละ 25%) และนำไปฝากลงทุนดังนี้
ส่วนที่ 1 นำเงิน 100 บาท ไปฝากธนาคาร
ส่วนที่ 2 นำเงิน 100 บาท ไปลงทุนในตลาดพันธบัตร
ส่วนที่ 3 นำเงิน 100 บาท ไปลงทุนในตลาดหุ้น
ส่วนที่ 4 นำเงิน 100 บาท ไปลงทุนในตลาดทองคำ
โดยเงินทั้ง 4 ส่วนนี้ถูกนำไปฝากลงทุนพร้อมกันเมื่อสิ้นปี 2541...
เมื่อเวลาผ่านไป 10 กว่าปี ณ สิ้นปี 2554 ที่ผ่านมา เราก็กลับไปดูเงินทั้ง 4 ส่วนที่เราไปฝากลงทุนไว้ สิ่งที่พบก็คือ???
เงินส่วนที่ 1 จำนวน 100 บาท ที่ไปฝากธนาคารไว้ เพิ่มเป็น 139.8 บาท (เฉลี่ยผลตอบแทน 2.61% ต่อปี)
เงินส่วนที่ 2 จำนวน 100 บาท ที่ไปลงทุนในตลาดพันธบัตรเพิ่มขึ้นเป็น 212.3 บาท (เฉลี่ยผลตอบแทน 5.96% ต่อปี)
เงินส่วนที่ 3 จำนวน 100 บาท ที่ไปลงทุนหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 425.1 บาท (เฉลี่ยผลตอบแทน 11.78% ต่อปี)
เงินส่วนที่ 4 จำนวน 100 บาท ที่ไปลงทุนในตลาดทองคำเพิ่มขึ้นเป็น 547.7 บาท (เฉลี่ยผลตอบแทน 13.98% ต่อปี)
กลับมาดูเงินที่เพิ่มขึ้นมาแล้วดีใจเลยครับที่เงินเริ่มต้น 400 บาท เมื่อสิ้นปี 2541 เพิ่มขึ้นรวมกันเป็น 1,324.9 บาท ณ สิ้นปี 2554 (รวมเงิน 4 ส่วน 139.8+212.3+425.1+547.7 = 1,324.9 บาท เฉลี่ยผลตอบแทนรวม 8.58% ต่อปี)
ลองคิดย้อนไปดูนะครับ ถ้าหากเมื่อสิ้นปี 2541 เรานำเงิน 400 บาทไปฝากเงินที่ธนาคารอย่างเดียว เราจะได้เงินรวม ณ สิ้นปี 2554 เท่าไร???... ณ สิ้นปี 2554 เราจะได้เงินจากการฝากเงินเพียง 559.2 บาทเท่านั้นเอง คิดแล้วใจหายกันไป 795.7 บาท (เงินหาย) กันเลยนะครับ เมื่อเทียบกับเงินที่ได้รับจากกรณีที่เราแบ่งเงินออกแบ่ง 4 ส่วนเท่าๆ กัน
ลองคิดเพิ่มอีกนิด เอาแบบรู้งี้
ถ้าย้อนเวลาได้คุณจะนำเงิน 400 บาทไปทำอะไร??
หลายคนอาจบอกว่า รู้งี้เอาเงิน 400 บาท ลงทุนในทองคำหมดเลยก็ดีเพราะจะได้เงินกลับมา ณ สิ้นปี 2554 รวม 2,190.8 บาท มากกว่าการแบ่งเงินเป็น 4 ส่วนซะอีก หรือรู้งี้เอาเงินลงทุนในหุ้นไปแล้วได้เงินกลับมาก็ตั้ง 1,700.4 บาท ก็มากกว่าการแบ่งเงินเป็น 4 ส่วนอีกอยู่ดี แต่ที่แน่ๆ คงไม่มีใครรู้งี้เอาเงินไปฝากธนาคารอย่างเดียวใช่ไหมครับ
มองเพิ่มอีกหน่อย เอาเรื่องปากท้องเข้ามาเกี่ยว
คุณจำกันได้ไหมเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ข้าวราดแกงจานละเท่าไร ขึ้นรถประจำทาง ลงเรือเดินทางค่าโดยสารเท่าไร เอาใกล้ตัวคนรุ่นใหม่หน่อยราคาปกติของ BTS ตอนแรกกับตอนนี้ต่างกันเท่าไร
ผมคงไม่สามารถพูดได้หมด ว่าราคาของสินค้าบริการในอดีตจนทุกวันนี้เพิ่มขึ้นมาเท่าไร และแม้หน่วยงานภาครัฐจะมีตัวเลขเงินเฟ้อที่เป็นตัวแทนของการปรับเพิ่มขึ้นของระดับราคาสินค้าบริการโดยรวม แต่นั้นก็คงไม่ได้เป็นตัวเลขที่บอกได้ว่า แต่ละคนมีค่าใช้จ่ายโดยรวมเพิ่มขึ้นมาจากในอดีตเท่าไร เพราะการใช้จ่ายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้น อัตราข้าวของแพงขึ้นส่วนบุคคลจึงต่างกัน ผมขอเรียกว่าอัตราเงินเฟ้อส่วนบุคคล
เอาล่ะ สมมติอัตราเงินเฟ้อส่วนบุคคลเฉลี่ยปีละ 3% บางคนอาจบอกว่า 5% แต่เอาน่า 3% แล้วกัน...ทีนี้คุณเห็นอะไรไหมครับเมื่อเทียบอัตราเงินเฟ้อส่วนบุคคลเฉลี่ยปีละ 3% กับผลตอบแทนจากเงิน 4 ส่วนที่แบ่งกัน
อัตราเงินเฟ้อส่วนบุคคลเฉลี่ยปีละ 3% > ผลตอบแทนจากเงินฝากเฉลี่ยปีละ 2.61% แสดงว่ายิ่งฝากเงินยิ่งไม่พอใช้
อัตราเงินเฟ้อส่วนบุคคลเฉลี่ยปีละ 3% < ผลตอบแทนจากตลาดพันธบัตรเฉลี่ยปีละ 5.96% < ผลตอบแทนจากตลาดหุ้นเฉลี่ยปีละ 11.78% < ผลตอบแทนจากทองคำเฉลี่ยปีละ 13.98%
หากคุณรู้งี้คุณคงลงทุนมากกว่าฝากเงินใช้ไหมครับ และอยากให้คุณมองไปข้างหน้าแม้ผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นการยืนยันผลตอบแทนในอนาคต แต่ก็ไม่อยากให้คุณมองย้อนกลับมาในอดีตและมารู้งี้...รู้งี้
นั่นหมายความว่า ถ้าคุณรู้จักการลงทุนมากกว่าการออมในระยะยาวคุณจะได้มากกว่า







