
ไตรมาสแรกขายบ้านเข้าเป้า
มาตรการกระตุ้นอสังหาฯ สยบม็อบเสื้อแดง ซื้อ-ขายบ้านยังคึก ส่งท้ายไตรมาสแรก
มาตรการกระตุ้นอสังหาฯ สยบม็อบเสื้อแดง ซื้อ-ขายบ้านยังคึก ส่งท้ายไตรมาสแรก
สัปดาห์นี้เป็นโค้งสุดท้ายของการใช้มาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในแพ็กเกจเดิม แม้ว่าในช่วงเวลาเดียวกันนี้ บรรยากาศการเมืองจะร้อนระอุด้วยการชุนนุมของคนเสื้อแดงที่กดดันให้รัฐบาลยุบสภา แต่สำหรับการซื้อขายบ้านเพื่อให้ทันใช้สิทธิประโยชน์จากมาตรการที่กำลังจะหมดอายุลงยังเต็มไปด้วยความคึกคัก
“คนที่ตัดสินใจซื้อบ้านไปแล้ว ยังต้องการโอนบ้านให้ทันกับมาตรการ บรรยากาศการเมืองในตอนนี้จึงไม่มีผลกระทบอะไรกับคนกลุ่มนี้” นายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรให้ความเห็น และประเมินด้วยว่า ตัวเลขการขายและโอนบ้านในไตรมาสแรกหลังสิ้นสุดมาตรการจะดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนแน่นอน เพราะทุกๆ เดือนของไตรมาสแรก แต่ละบริษัทล้วนมียอดขายที่ดีซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นที่กำลังจะหมดอายุลง
สอดคล้องกับข้อมูลของบริษัท แสนสิริ โดยนายสมัชชา พรหมศิริ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ระบุว่า ลูกค้าที่เข้าไซต์ในขณะนี้ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่มาซ้ำ เพื่อตัดสินใจซื้อบ้านก่อนที่มาตรการจะหมดอายุลง ส่วนลูกค้าที่เข้ามาใหม่มีจำนวนน้อย ในขณะที่ยอดขายในไตรมาสแรกที่ตั้งเป้าไว้ 5,000 ล้านบาท ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
ทางด้านนายชายนิด โง้วศิริมณี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค กล่าวว่า ผลจากมาตรการกระตุ้นอสังหาฯที่รัฐบาลได้ต่ออายุมาอีก 1 ปี ส่งผลให้ตลาดอสังหาฯคึกคักอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในช่วงเดือน มี.ค. นี้ การโอนจะมากขึ้น 3040% เนื่องจากมาตรการจะช่วยเร่งการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคในช่วงเดือนเม.ย.ให้มาซื้อในช่วงเวลานี้แทน
อย่างไรก็ตาม อีกมุมหนึ่งผู้ประกอบการเห็นว่า หากไม่มีอุปสรรคจากปัญหาการเมืองแล้ว ตัวเลขการโอนบ้านในช่วงสุดท้ายของมาตรการน่าจะมีมากกว่านี้ น.พ.สมเชาว์ ตัณฑเทอดธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง ชี้ให้เห็นว่า จากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงได้ส่งผลรวมต่อมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 26 มี.ค. เนื่องจากจะทำให้ผู้บริโภคบางส่วนไม่เร่งซื้อและโอน ซึ่งหากการชุมนุมไม่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้เชื่อว่าการโอนน่าจะมีความคึกคักมากกว่านี้
“มาตรการกระตุ้นของรัฐสร้างยอดขายได้พอสมควร เพราะหากไม่มีจะยิ่งทำให้ตลาดยิ่งจะซึมไปมากกว่านี้ ขณะเดียวกันรัฐควรจะพิจารณาหากแนวทางกระตุ้นใหม่ๆ มาใช้ หากภาครัฐพิจารณาว่ามาตรการดังกล่าว เอื้อกับผู้ประกอบการมากเกินไป กาควรจะหากแนวทางมาช่วยในฝั่งผู้บริโภคมากขึ้น เพราะหลังจากหมดมาตรการแล้ว จะกระทบตลาดอสังหาฯจะซบเซาไปช่วงระยะหนึ่ง”น.พ.สมเชาว์กล่าว
เช่นเดียวกับนายปราโมทย์ เจษฎาวรางกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท วังทองกรุ๊ป ที่เห็นว่า มาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของรัฐมีส่วนช่วยกระตุ้นให้เกิดการเร่งการโอนมากขึ้นในช่วงแรก แต่สุดท้ายตลาดก็จะกลับสู่สภาพความจริง การที่รัฐบาลช่วยด้วยการออกมาตรการมากระตุ้นจะช่วยได้ในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น แต่ถ้าจะให้มีการซื้อขายเกิดขึ้นในระยะยาวผู้บริโภคควรจะต้องเตรียมความพร้อมก่อนที่จะซื้อบ้าน
บทสรุปสุดท้ายของการใช้มาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์น่าจะสร้างประโยชน์ให้กับทั้งผู้ซื้อบ้านและผู้ประกอบการมากหรือน้อยตามความพร้อมของแต่ละราย แต่ที่แน่ๆ ยอดขายในไตรมาสแรกของปีนี้ คงไม่มีใครต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้แน่นอน ส่วนสภาพตลาดหลังจากไร้มาตรการมาช่วยกระตุ้น จะเป็นอย่างไรเวลานี้ผู้ประกอบการต่างประเมินตรงกันว่า ตลาดจะชะลอตัวลงแน่นอนขึ้นอยู่กับว่า ใครจะมีไม้เด็ดออกมาประคองยอดขายในช่วงที่เหลือให้เดินต่อไปได้ดีกว่ากัน







