
ข้ามฟ้า 22 ชั่วโมง ลองขับ เชฟฯ เทรลเบลเซอร์ เบนซิน 3.6 ลิตร V6
เป็นอีกหนึ่งครั้งของการเดินทางไปทดลองขับรถยนต์ในต่างประเทศ ที่ต้องใช้เวลาเดินทางไม่น้อย คือใช้เวลาไปประมาณ 22 ชั่วโมงเท่านั้นเอง แต่ก็ต้องถือว่าคุ้มค่ากับการเดินทาง ที่ได้ไปลองขับรถยนต์ที่ผลิตในเมืองไทย แต่ไม่ได้ขายในเมืองไทยครับ
เป็นอีกหนึ่งครั้งของการเดินทางไปทดลองขับรถยนต์ในต่างประเทศ ที่ต้องใช้เวลาเดินทางไม่น้อย คือใช้เวลาไปประมาณ 22 ชั่วโมงเท่านั้นเอง แต่ก็ต้องถือว่าคุ้มค่ากับการเดินทาง ที่ได้ไปลองขับรถยนต์ที่ผลิตในเมืองไทย แต่ไม่ได้ขายในเมืองไทยครับ
คอลัมน์ทดลองขับครั้งนี้ ขอพาท่านผู้อ่านเหินฟ้าไปถึงประเทศแอฟริกาใต้กันเลยครับ เพื่อไปลองขับรถเชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ เครื่องยนต์เบนซินขนาด 3.6 ลิตร วี 6 กันกลางทะเลทรายเสียหน่อย
และสาเหตุที่ต้องเป็นแอฟริกาใต้ ก็เพราะว่าในแอฟริกาใต้เป็นตลาดที่มีอนาคตอย่างมากทีเดียว และจีเอ็มก็กำลังเติบโตในตลาดนี้ไม่น้อย ที่สำคัญมีรถยนต์จากกลุ่มเจนเนอรัล มอเตอร์ หรือจีเอ็ม จำหน่ายอยู่ในหลายแบรนด์ด้วยกันครับ ทั้งอีซูซุ เชฟโรเลต และโอเปิล โดยแต่ละแบรนด์นั้นจะจำหน่ายรถยนต์ตามประเภทของรถครับ
สำหรับแบรนด์อีซูซุจะจำหน่ายรถเพื่อการพาณิชย์ หรือรถกระบะ ส่วนแบรนด์เชฟโรเลตจะจำหน่ายรถเอสยูวี หรือรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ ขณะที่แบรนด์โอเปิลจะจำหน่ายรถยนต์นั่ง
ที่แอฟริกาใต้นั้น แบรนด์เชฟโรเลตได้รับความนิยมไม่น้อยเหมือนกันครับ โดยเชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์นั้น ถูกวางว่าเป็นรถเอสยูวีระดับหรูของตลาดเลยทีเดียวครับ
และที่น่าสนใจไปกว่านั้น คือ เทรลเบลเซอร์ที่ขายอยู่ที่แอฟริกาใต้นั้น ผลิตจากโรงงานจีเอ็มที่ จ.ระยอง ประเทศไทยครับ ทั้งรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร 2.8 ลิตร และเบนซิน 3.6 ลิตร วี 6 กันเลย
ถือว่าน่าภูมิใจไม่น้อยทีเดียว ที่โรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศไทยนั้นมีมาตรฐานการผลิตที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกแล้ว
ก่อนที่ผมจะได้ลองขับเจ้าเทรลเบลเซอร์ที่เมือง George ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ที่ต้องเดินทางด้วยเครื่องบินภายในประเทศต่อจากโยฮันเนสเบิร์ก เมืองหลวงของแอฟริกาใต้ไปอีก 2 ชั่วโมง ในช่วงกลางคืนมีงานเปิดตัวเทรลเบลเซอร์ เครื่องยนต์เบนซิน 3.6 ลิตร วี 6 อย่างเป็นทางการด้วยครับ
งานเปิดตัววันนั้น ทางเชฟโรเลตแอฟริกาใต้จัดงานกันกลางแจ้ง มีเพียงแค่เต็นท์ผ้าใบกางเอาไว้ให้ทานเครื่องดื่มกับของว่างเล็กๆ น้อยๆ แต่ในคืนนั้นฝนเจ้ากรรมดันกระหน่ำตกมาแบบไม่ลืมหูลืมตา แถมลมยังพัดแรงใช่เล่น เล่นเอาอากาศที่ว่าหนาวๆ ของแอฟริกาใต้ลดต่ำลงมาอีกหลายองศาเลยทีเดียว
เล่นเอาทั้งนักข่าวไทย นักข่าวรัสเซีย และนักข่าวจากแอฟริกาอีกหลายคนออกอาการตัวสั่นงันงกกันไปเป็นแถวทีเดียว เรียกว่าทรมานกันตั้งแต่วันแรกแล้วครับ
แต่ก็คุ้มค่ากับการที่ต้องลมหนาวกว่า 2 ชั่วโมง เพราะท่ามกลางลมหนาวนี้ก็มีเครื่องดื่มที่สามารถเพิ่มดีกรีความร้อนในตัวแบบสารพัดชนิดทีเดียว แล้วแต่ใจชอบกันเลย
อืม...อย่างนี้ค่อยน่านั่งทนลมหนาววววว กันหน่อย
การเปิดตัวเริ่มต้นง่ายๆ เมื่อ มัลคอล์ม โกลด์ รองประธานฝ่ายขายและการตลาด เจนเนอรัล มอเตอร์ส แอฟริกาใต้ (จีเอ็มเอสเอ) ออกมายืนเด่นกลางเต็นท์ แล้วบอกรายละเอียดตลาดรถยนต์ในแอฟริกาใต้ ว่าเป็นตลาดที่กำลังเติบโต จีเอ็มเองก็ต้องการจะเข้ามาขยายตลาดที่นี่อย่างเต็มที่ โดยเมื่อปีที่ผ่านมาเชฟโรเลตมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 50% ของยอดขายในปี 2010 ส่วนในปีนี้ก็คาดว่ายอดขายจะเติบโตเพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
เมื่อต้องการเพิ่มยอดขายให้มากขึ้น เชฟโรเลตก็ต้องหาผลิตภัณฑ์ดีๆ มาตอบสนองความต้องการในตลาดนี้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ นะครับ เพราะที่นี่รถญี่ปุ่นครองเจ้าตลาดอยู่
ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ดีๆ ที่จะเอามาแข่งกับเจ้าตลาดสายพันธุ์ปลาดิบก็คือ เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ ที่ผลิตจากประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาจีเอ็มเอสเอนำเข้าเทรลเบลเซอร์ เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.5 ลิตร และ 2.8 ลิตร มาจำหน่ายก่อนหน้านี้แล้ว
แต่ยังไม่พอครับ เพราะตลาดนี้ยังต้องการรถที่มีเครื่องใหญ่กว่านี้มาแข่งอีก ก็เลยสั่งเทรลเบลเซอร์ เครื่องเบนซินขนาด 3.6 ลิตร วี 6 ที่ผลิตจากประเทศไทยมาจำหน่ายด้วย
ซึ่งเจ้าเทรลเบลเซอร์ เบนซิน 3.6 ลิตร วี 6 นี้ ผลิตที่เมืองไทยของเราแล้วส่งขายไปทั่วโลก ไม่ได้ขายในประเทศครับ
“ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวผจญภัยหรือเดินทางในเมือง เทรลเบลเซอร์สามารถตอบสนองทุกความต้องการ โดยทุกรุ่นย่อยมาพร้อมกับความสะดวกสบาย สมรรถนะ ความประหยัด และเปี่ยมด้วยสไตล์เฉพาะตัว” คือคำพูดของ มัลคอล์ม โกลด์ ที่พูดถึงเทรลเบลเซอร์ในค่ำคืนนั้น
และกว่าที่ค่ำคืนนั้นจะจบลง ผมว่าจีเอ็มหมดไวน์ หมดเหล้าไปกับกลุ่มนักข่าวไทยและรัสเซีย ที่อยู่โยงเฝ้าบาร์เครื่องดื่มกันอย่างเพลิดเพลิน
และจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ทีมงานจีเอ็มต้องเปลี่ยนตารางการทดลองขับใหม่หมด โดยตัดเส้นทางการลองขับบนภูเขาออก เหลือไว้แต่การขับในทะเลทรายเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก
วันรุ่งขึ้นการทดลองขับเริ่มต้นด้วยการบรีฟจากทีมงานของจีเอ็ม ที่ให้นักข่าวทั้งหมดมายืนล้อมวงกัน แล้วบอกว่ามีเชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ ทุกรุ่นให้ลองขับ เลือกกันได้ตามใจชอบ ซึ่งก็มีทั้งเครื่องดีเซล 2.5 ลิตร ดีเซล 2.8 ลิตร และเบนซิน 3.6 ลิตร วี 6
แน่นอนครับ นักข่าวไทยทั้งหมดหันมามองหน้ากันแบบไม่ได้นัดหมาย แล้วก็พุ่งกันไปที่เครื่องเบนซิน 3.6 ลิตร วี 6 กันทุกคน แหม...จะให้ขับดีเซล กลับมาขับที่เมืองไทยก็ได้น่ะ
กระโดดขึ้นมาบนที่นั่งคนขับ บอกได้เลยว่าเจ้าเทรลเบลเซอร์ เครื่องเบนซิน 3.6 ลิตร วี 6 นั้นไม่ได้มีอะไรแตกต่างไปจากรุ่นเครื่องดีเซล 2.8 ลิตร ที่เคยขับที่เมืองไทยเลยครับ
เห็นแล้วน้ำตาแทบไหล ที่รถยนต์ที่ผลิตจากเมืองไทยเรามาโลดแล่นอย่างสง่างามบนถนนของแอฟริกาใต้กันเป็นขบวนกว่า 20 คัน อย่างนี้
ทุกอย่างในรถคุ้นตาครับ เมื่อเป็นอย่างนั้นสตาร์ตเครื่องกันเลย ขอดูเสียหน่อยว่าเครื่องเบนซินตัวนี้จะ “จอมพลัง” ขนาดไหน
เสียงเครื่องยนต์เบนซิน 3.6 ลิตร รุ่นล่าสุด ให้กำลัง 176 กิโลวัตต์ แรงบิด 329 นิวตันเมตร ครางกระหึ่มขึ้นมาทันที
ตามองไล่ไปตามมาตรวัดต่างๆ ทุกอย่างเป็นปกติ มีแต่ตัวเลขบอกอุณหภูมินอกรถเท่านั้นที่ค่อนข้างผิดปกติ ก็ตัวเลขอุณหภูมิอยู่ที่ 14 องศาเซลเซียสเท่านั้นเอง บรื้วววว...
ผมเองได้ขับรถตามรถนำ ซึ่งในช่วงแรกเป็นการขับบนถนนไฮเวย์ครับ ซึ่งบอกได้เลยว่าถนนที่นี่ดีมาก ไม่มีหลุมบ่อ คอสะพานให้เสียอารมณ์ แถมถนนใหญ่เสียด้วย เรียกได้ว่าระดับมาตรฐานโลกเลยทีเดียว
ขับสบายครับกับถนนที่นี่ ไม่ต้องกังวลว่าจะมีรถมอเตอร์ไซค์ซิ่งมารบกวน ก็อากาศหนาวขนาดนี้ สิงห์นักบิดทั้งหลายอยู่ในถ้ำหมดแล้ว แถมไม่ต้องกังวลกับรถเมล์อีกด้วย เพราะที่นี่ไม่มีรถเมล์บริการครับ
คนที่นี่เวลาจะไปไหนมาไหนใช้การโบกรถเอาครับ บริการรถโดยสารสาธารณะมีแต่รถตู้สาธารณะเท่านั้น คนที่นี่บอกว่ารัฐบาลไม่กล้าเอารถเมล์มาวิ่ง เพราะพวกขับรถตู้ขู่ว่าถ้ามีรถเมล์มาวิ่งให้บริการจะยิงทิ้งให้หมด โอวววว...น่ากลัวมาก เมื่อเป็นอย่างนั้นรัฐบาลเลยไม่กล้า เจ๋งจริงๆ รัฐบาลของที่นี่
เจ้าหน้าที่ในรถนำพูดผ่านวิทยุสื่อสารว่าให้ขับตามกันมาเป็นขบวน อย่าแตกแถวเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัย แถมยังบอกว่าการขับรถที่แอฟริกาใต้ยากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เอาละสิ พูดแบบนี้ ผมจี้ติดตูดรถคันนำเลยครับ
โอ้โห แต่ขอบอกเลยว่ารถนำขับเร็วมากครับ เครื่องยนต์เบนซิน 3.6 ลิตร วี 6 ตัวนี้ ยังต้องทำงานเต็มที่ทีเดียว กดคันเร่งหนักๆ เพื่อจะดูอัตราเร่งเสียหน่อย ซึ่งส่วนตัวผมว่ายังไม่ค่อยมันเท่าไหร่ อัตราเร่งช่วงต้นๆ ยังสู้เครื่องดีเซล 2.8 ลิตร ไม่ได้
แต่ต้องยอมรับว่าเมื่อรอบเครื่องยนต์ลากไปจัดๆ และความเร็วเกิน 140 กม./ชม.แล้ว อัตราเร่งยังคงมาแบบต่อเนื่อง เรียกว่ามาไม่มีหมดเลยครับ อัดกันไปได้เลย แต่ที่น่าติคือเสียงลมเข้ามาในห้องโดยสารค่อนข้างดังเหมือนกัน
กำลังสนุกๆ กับการขับบนถนนไฮเวย์ เราก็มาถึงสถานที่การลองขับในทะเลทรายกันแล้ว และขอบอกว่าเป็นทะเลทรายจริงๆ ครับ เพราะมีแต่ทะเลกับทรายเท่านั้น
เราต้องขับบนทรายนุ่มๆ เรียกว่าจมไปเกือบครึ่งล้อ ไต่ไปตามทางราบเนินลาดชัน แบบได้เสียวเลยทีเดียว
แต่ก่อนที่เราจะขับ ทางทีมงานปล่อยลมยางออกประมาณ 4 ปอนด์ เพื่อให้ล้อนิ่มหน่อยจะได้ขับง่ายหน่อยครับ
และก็เป็นไปตามคาดครับ การขับในทรายนุ่มๆ แบบนี้ รถเครื่องยนต์ดีๆ แรงบิดมหาศาลแบบนี้ ขอแค่รักษารอบเครื่องยนต์ดีๆ หรือส่งรถหนักๆ ในช่วงที่ขึ้นเนินชันๆ ก็ไม่มีปัญหาแล้วครับ
จะว่าไปแล้ว เครื่องยนต์เบนซิน 3.6 ลิตร วี 6 ตัวนี้ ก็น่าขับเหมือนกันครับ ถ้าขับแบบทางยาวๆ ไกลๆ ไปเรื่อยๆ แต่หากต้องขับแบบเร่งแซงบ่อยๆ ในช่วงความเร็วต่ำๆ เชื่อผมเถอะครับ
เทรลเบลเซอร์ เครื่องดีเซล 2.8 ลิตร ที่ขายในบ้านเราดีกว่าเยอะ
แถมเมื่อมองมาตรวัดอัตราสิ้นเปลือง ยิ่งตัดสินใจง่ายขึ้น เพราะเจ้าเครื่องเบนซินกินน้ำมัน 8.4 กม./ลิตร!!
การเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลครั้งนี้ของผม ชัดเจนเลยครับว่าคุณภาพการผลิตรถยนต์เชฟโรเลตนั้น ไม่ว่าจะผลิตที่ไหนก็มีมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก!!!







