posttoday
ธปท.สกัดหนี้รายย่อยหวั่นหนี้เสียพุ่ง

ธปท.สกัดหนี้รายย่อยหวั่นหนี้เสียพุ่ง

04 พฤศจิกายน 2555

แวดวงการเงินสัปดาห์นี้ ต้องหันมาฟังสัญญาณจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่เริ่มกังวลต่อระดับหนี้เสียรายย่อยของผู้มีรายได้น้อยหรือรายได้ต่ำกว่า 11.5 หมื่นบาทต่อเดือน ที่ช่วงหลังเริ่มพบการค้างชำระหนี้ 1 เดือนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง บวกกับภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยก็มีแนวโน้มชะลอลง อาจจะกระทบต่อรายได้ของผู้กู้ได้ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้ต่ำที่การก่อหนี้ในสัดส่วนที่สูงใกล้เคียงกับรายได้

แวดวงการเงินสัปดาห์นี้ ต้องหันมาฟังสัญญาณจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่เริ่มกังวลต่อระดับหนี้เสียรายย่อยของผู้มีรายได้น้อยหรือรายได้ต่ำกว่า 11.5 หมื่นบาทต่อเดือน ที่ช่วงหลังเริ่มพบการค้างชำระหนี้ 1 เดือนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง บวกกับภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยก็มีแนวโน้มชะลอลง อาจจะกระทบต่อรายได้ของผู้กู้ได้ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้ต่ำที่การก่อหนี้ในสัดส่วนที่สูงใกล้เคียงกับรายได้

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. มีแนวคิดที่จะไปพูดคุยหารือกับธนาคารพาณิชย์และบริษัทปล่อยสินเชื่อที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นันแบงก์) เพื่อขอความร่วมมือไม่ให้กระตุ้นหรือเร่งการปล่อยสินเชื่อบุคคลมากนัก เพราะ ธปท.ต้องการส่งเสริมให้ประชาชนผู้บริโภคออมก่อนใช้ หลังจากในช่วงที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์และนันแบงก์หันมาแข่งกันปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคล ทั้งมีหลักประกันและไม่มีหลักประกันให้คนรายได้น้อยเพิ่มมากขึ้น ก่อนที่หนี้เหล่านี้จะสร้างผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจในอนาคต

ทั้งนี้ ฝั่งธนาคารพาณิชย์เองก็ยอมรับว่าสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อไม่มีหลักประกันเติบโตดีขึ้น อาทิ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ระบุว่า สินเชื่อประเภทนี้ในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมาของปีนี้โตถึง 31% แต่คาดว่าเป็นผลจากการจับจ่ายหลังน้ำท่วม แต่น่าจะเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติโดยขยายตัวที่ระดับ 10-15% ในช่วงปีหน้า

ไทยเครดิตเพิ่มทุนเปลี่ยนผู้บริหาร

ถึงหนี้เสียในระบบสถาบันการเงินไม่ได้เพิ่มจนน่าห่วง แต่ก็เริ่มเห็นธนาคารพาณิชย์มีการปรับตัวรับมือกับภาวะเศรษฐกิจและภาวะหนี้เสียกันบ้างแล้ว โดยธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย (ธย.) แถลงเพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 1,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการเข้ามาของผู้ถือหุ้นกลุ่มใหม่ที่เป็นกองทุนต่างชาติ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอการอนุญาตจาก ธปท.

นอกจากนี้ ธนาคารยังได้ปรับโครงสร้างการ บริหารใหม่ ตั้งนายวิญญู ไชยวรรณ กรรมการธนาคาร ขึ้นเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) แทนนายมงคล ลีลาธรรม ที่ลาออกไปเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา และตั้งนายรอย กุนารา เป็นกรรมการผู้จัดการ แต่หลังการปรับโครงสร้างธนาคารยังคงเน้นที่จะเป็นธนาคารเพื่อลูกค้ารายย่อยต่อไป แม้ว่าหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของธนาคาร ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาจะเพิ่มถึง 117.5%

ธปท.สกัดหนี้รายย่อยหวั่นหนี้เสียพุ่ง

 

แต่ถึงระดับหนี้เสียจะเพิ่มขึ้นบ้าง นางสาลินี วังตาล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธปท. ก็ยืนยันว่าฐานะของธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อยยังแข็งแกร่ง มีเงินกองทุนที่เพียงพอ

เงินร้อนทะลัก

แม้ที่ผ่านมาเงินทุนต่างชาติจะยังไหลเข้ามาที่ไทยไม่มากนัก แต่เพื่อความไม่ประมาท เมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจกลุ่มย่อยที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ก็มีมติให้ 4 หน่วยงานเศรษฐกิจสำคัญ คือ 1.สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่ดูแลเศรษฐกิจภาพรวม 2.ธปท. ที่ดูแลภาวะเงินไหลเข้าไหลออก 3.สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่กำกับตราสารการเงิน และ 4.กระทรวงการคลัง ช่วยกันติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและไทยอย่างใกล้ชิด เพราะห่วงมาตรการผ่อนคลายทางเศรษฐกิจการเงินโลกทำให้ปริมาณเงินสกุลสำคัญของโลกเพิ่มขึ้น และเพิ่มแรงกดดันให้อัตราดอกเบี้ยต่ำลงอีก

คืนภาษีรถคันแรกเดี้ยง

ยิ่งใกล้จะสิ้นปี 2555 นโยบายรถคันแรกยิ่งฮอต เพราะมีประชาชนใช้สิทธิซื้อรถคันแรกเพื่อรีบคืนภาษีจำนวนมาก จนทำให้การจ่ายเงินภาษีคืนให้กับผู้ซื้อรถคันแรกในงวดเดือน ต.ค. 2555 เกิดปัญหา ขัดข้อง ไม่สามารถจ่ายเงินคืนในอัตราคันละไม่เกิน 1 แสนบาทได้ โดยอธิบดีกรมสรรพสามิตชี้แจงว่า สาเหตุที่จ่ายเงินคืนไม่ได้ เนื่องจากธนาคารกรุงไทย ซึ่งเป็นผู้โอนเงินให้กับผู้ที่ได้สิทธิคืนเงินตรวจพบว่า เลขที่บัญชีของผู้ซื้อรถบางรายไม่ถูกต้อง ทำให้ธนาคารกรุงไทยต้องระงับการโอนเงินคืนให้และได้ส่งข้อมูลกลับมาให้กรมบัญชีกลาง และกรมสรรพสามิตตรวจสอบให้แน่นอนก่อน

สำหรับการจ่ายเงินคืนรถคันแรกในงวดเดือน ต.ค. ที่กำหนดจ่ายเงินในวันที่ 5 และวันที่ 20 มีผู้ที่จะได้รับเงินภาษีคืนทั้งสิ้น 5,847 ราย แต่สามารถโอนเงินให้ได้แค่ 2,331 ราย คิดเป็นเงิน 178 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 3,516 ราย ยังมีปัญหาโอนเงินให้ไม่ได้ อย่างไรก็ตาม การขอคืนภาษีต้องยอมรับว่าเริ่มเข้มขึ้น โดยนายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดและละเอียดรอบคอบกับเรื่องการตรวจสอบเอกสารการคืนเงินต้องถูกต้องและรอบคอบที่สุดในขั้นตอนการคืนเงิน ไม่ว่าจะเป็นชื่อตัว ชื่อสกุล ตัวสะกด และตัวการันต์ต่างๆ รวมถึงเลขที่บัญชีสำหรับโอนเงินคืนให้ถูกต้องที่สุด เพื่อเป็นการยืนยันความถูกต้องและง่ายต่อการดำเนินการ

ทั้งนี้ กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างของบประมาณปี 2556 เพิ่มเติมจากครม.จำนวน 1.1 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในการจ่ายคืนเงินให้กับประชาชนที่ใช้สิทธิในโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรก โดยเบื้องต้นคาดว่าจนถึงสิ้นปีน่าจะมีประชาชนมาขอใช้สิทธิคืนภาษีคิดเป็นวงเงิน 1.8 หมื่นล้านบาท หลังจากที่มีประชาชนมาใช้สิทธิแล้วประมาณ 3 แสนราย เป็นวงเงิน 2.9 หมื่นล้านบาท

ยันไม่เลื่อนขึ้นค่าจ้าง300บาท

ในช่วงปีนี้แม้รัฐบาลจะต้องใช้เงินจำนวนในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเตรียมกู้เงินเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสูงถึง 2.27 ล้านล้านบาท แต่รัฐบาลก็ยืนยันว่าจะไม่เลื่อนการบังคับใช้กฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำ ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค.2556 นี้ออกไปอีก โดยนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง และนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รมว. แรงงาน ประสานเสียงไม่มีการเลื่อนการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาททั่วประเทศ ออกไปอีกแน่นอน แม้ว่าสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จะเรียกร้องให้เลื่อนเวลาออกไป เนื่องจากธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมได้รับความเดือดร้อนจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นก็ตามด้านตลาดหุ้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนี SET ปิดทะลุ 1,300 จุด อีกครั้ง เนื่องจากมีแรงซื้อกลับเข้ามาขนาดใหญ่ในกลุ่มหลัก อาทิ ธนาคารพาณิชย์ สื่อสาร พลังงาน และวัสดุก่อสร้าง รวมทั้งหุ้นขนาดกลางและเล็ก อาศัยปัจจัยหนุนจากผลประกอบการบริษัทและตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐและจีนออกมาดี

ดัชนีปิดที่ระดับ 1,306.60 จุด เพิ่มขึ้น 1.93% จากสัปดาห์ก่อน ต่างชาติกลับมาซื้อติดต่อกัน 2 วัน ซึ่งเป็นการซื้อครั้งแรกในรอบ 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตามหุ้นสื่อสารที่มีแรงซื้อกลับจากการขายไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากความกังวลการออกใบอนุญาต 3จี ล่าช้าออกไปจนกว่าผลการตรวจสอบจากหน่วยงานต่างๆ จะเรียบร้อย

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน