
เปิดแผนสสปน.ดันไมซ์ทำรายได้กว่า2แสนล้านบาทรับเปิดเออีซี
เป้าหมายการขึ้นแท่นเป็นอันดับ 1 ด้านการจัดงานแสดงสินค้าของประเทศไทย แทนที่ประเทศสิงคโปร์และฮ่องกง
เป้าหมายการขึ้นแท่นเป็นอันดับ 1 ด้านการจัดงานแสดงสินค้าของประเทศไทย แทนที่ประเทศสิงคโปร์และฮ่องกง
ถือเป็นภารกิจที่สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้จัดทำแผนกลยุทธ์ระหว่างปี 2556-2558 เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การแสดงสินค้าระดับอาเซียน ทันทีที่มีการหล่อหลอมอาเซียนให้เป็นเนื้อเดียวกัน
ธงชัย ศรีดามา กรรมการปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการ สสปน. เล่าว่า ประเทศไทยมีทำเลที่ตั้งประเทศเป็นฮับการเดินทางในภูมิภาคอาเซียน การดึงศักยภาพดังกล่าวมาเชื่อมโยงเส้นทางการเดินทางในตลาดอาเซียน ความหลากหลายของสินค้าทางการท่องเที่ยว ระบบโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งได้รับการลงทุนพัฒนาจากภาครัฐในช่วง 2-3 ปีนี้ รวมถึงศูนย์ประชุมนานาชาติ ทั้งกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ฯลฯ รองรับการจัดงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ เชื่อว่าจะเป็นจุดขายที่ทำให้ประเทศไทยมีความแข็งแกร่งกว่าประเทศอื่นๆ ในกลุ่มเออีซี
ทั้งนี้ ปัจจุบันอุตสาหกรรมการจัดประชุมสัมมนาและนิทรรศการ (ไมซ์) ต่างประเทศ สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยเฉลี่ย 7 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 10% ของรายได้ทางการท่องเที่ยวต่างประเทศ 7 แสนล้านบาท โดยแผนนโยบายที่ สสปน.เตรียมผลักดันไมซ์ไทยทุกกลุ่ม สอดคล้องกับนโยบายการสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยว 2 ล้านล้านบาท ในปี 2558 ของรัฐบาล ซึ่งคาดว่าอุตสาหกรรมไมซ์จะมีตัวเลขการเติบโตเฉลี่ย 10-15% สร้างรายได้หมุนเวียนให้กับประเทศไทยกว่า 2 แสนล้านบาทในปีดังกล่าว
ด้าน ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายแสดงสินค้านานาชาติ สสปน. เล่าว่า สสปน.เตรียมผลักดันแผนยุทธศาสตร์การทำงาน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ 1.การเป็นผู้เชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในแต่ละประเทศ ซึ่งปัจจุบันได้ร่วมมือกับประเทศเวียดนาม และมาเลเซีย ในอนาคตเตรียมร่วมมือกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พม่า กัมพูชา และฟิลิปปินส์ ตามลำดับ 2.การเป็นพันธมิตรทางการตลาดร่วมกับสมาชิกอาเซียน และ 3.การเป็นผู้ริเริ่มสร้างสรรค์งานใหม่ๆ เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรม
“เทรนด์นักท่องเที่ยวตลาดไมซ์จะนิยมเดินทางแบบเชื่อมโยง ซึ่งขณะนี้กลุ่มอาเซียนได้ขยายเส้นทางการเดินทางทางบกเพิ่มขึ้น ซึ่งมองว่าหากไทยจะเชื่อมโยงการเดินทางควรเป็นประเทศกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขง” ศุภวรรณ กล่าว
นอกจากนี้ สสปน.ได้เตรียมรีแบรนดิงภาพลักษณ์การโฆษณาประชาสัมพันธ์ โดยมุ่งสร้างการรับรู้ในตัวองค์กร สสปน.เพิ่มขึ้น เทียบจากที่ผ่านมาจะเน้นที่ภาพลักษณ์เฉพาะแบรนด์ประเทศไทยเท่านั้น การสื่อสารด้านการตลาดแบบครบวงจร การเปิดแคมเปญ Asean We Stand โดย สสปน.จะเป็นศูนย์กลางการติดต่อประสานงานกับนักธุรกิจ นักลงทุนในแต่ละประเทศ และการพัฒนาและส่งเสริมการ สร้างงานแสดงสินค้าใหม่ผ่าน การจัดงานเมกะอีเวนต์
อย่างไรก็ตาม แผนพัฒนา การ จัดแสดงสินค้า เชื่อว่ากลุ่มดังกล่าวจะเติบโตเฉลี่ย 30% สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยราว 3 หมื่นล้านบาท นักท่องเที่ยว เข้าไทย 3 แสนคน แบ่งเป็นนักธุรกิจนักลงทุนราว 1 แสน คน ภายใน 3 ปี ศุภวรรณ กล่าวทิ้งท้าย







