
ฟิทช์จับตาอันดับเครดิตเครือปตท.
ฟิทช์จับตาอันดับเครดิตเครือปตท. ห่วงลงทุนโครงการใหญ่เพิ่มบิ๊กสผ.ตุนเงิน600ล้านดอลล์
ฟิทช์จับตาอันดับเครดิตเครือปตท. ห่วงลงทุนโครงการใหญ่เพิ่มบิ๊กสผ.ตุนเงิน600ล้านดอลล์
ฟิทช์ลั่นตามติดกลุ่ม ปตท. หากลงทุนหนักหลังซื้อโคฟจนสะเทือนฐานะการเงิน
นายเลิศชัย กอเจริญรัตนกุล ผู้อำนวยการภาคธุรกิจ ฟิทช์ เรทติ้งส์(ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมากลุ่ม ปตท.มีการลงทุนจำนวนมาก โดยเฉพาะภายหลังการเข้าซื้อโคฟ เอนเนอร์ยี ของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ ปตท.สผ. (PTTEP) แต่ทางฟิทช์ว่ายังคงอันดับเครดิตของ ปตท.ไว้ เนื่องจากการลงทุนดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อฐานะการเงินของ ปตท.อย่างมีนัยสำคัญ
หาก ปตท. หรือ ปตท.สผ. มีการลงทุนที่มีมูลค่าขนาดใหญ่หรือในระดับใกล้เคียงกับการเข้าซื้อโคฟ จนกระทบให้ฐานะการเงินอ่อนแอลง และทำให้ความเสี่ยงต่อสถานะการเงินด้อยลง ทางฟิทช์อาจมีการพิจารณาแนวโน้มและอันดับเครดิตของ ปตท.ได้
“โดยปกติหากความเสี่ยงของ ปตท.สูงกว่าความเสี่ยงของประเทศ 1 ขั้นยังถือว่าเป็นระดับปกติ ไม่ได้ปรับอันดับเครดิต แต่หากความเสี่ยงเกิน 2 ขั้นของความเสี่ยงของประเทศ ก็จะพิจารณาทบทวนอันดับเครดิต” นายเลิศชัย กล่าว
ทั้งนี้ ในช่วง 2-3 ปี พบว่าบริษัทน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเข้าไปซื้อกิจการในธุรกิจดังกล่าวจำนวนมากตามความต้องการที่เพิ่มขึ้น และเพื่อเพิ่มระดับปริมาณพลังงานสำรอง และต้นปีจนถึงเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา บริษัทในกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิกเข้าไปซื้อกิจการคิดเป็นสัดส่วนของ 50% ของการซื้อทั่วโลก และยอดการซื้อกิจการเพียง 9 เดือนของปีนี้ คิดเป็น 90% ของมูลค่าการซื้อกิจการของในปีที่ผ่านมา และพบว่าบริษัทในจีนเป็นผู้ซื้อมากที่สุด สะท้อนให้เห็นความต้องการใช้พลังงานที่สูงของจีน จากระดับเศรษฐกิจมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก
อย่างไรก็ตาม ผลของการซื้อกิจการของบริษัทในกลุ่มภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกดังกล่าว แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออันดับเครดิต เนื่องจากบริษัทเหล่านี้มีฐานะการเงินแข็งแกร่งมาก และบางบริษัทมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาล หรือมีรัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้น ทำให้อันดับเครดิตของบริษัทเหล่านี้สอดคล้องกับอันดับเครดิตของประเทศนั้นๆ จึงไม่ได้มีการปรับลดอันดับเครดิตแต่อย่างใด
ด้านราคาหุ้น PTT ยังคงปรับตัวลง 1 บาท ปิดที่ 319 บาท มูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 767 ล้านบาท
น.ส.เพ็ญจันทร์ จริเกษม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มการเงินและการบัญชี ปตท.สผ. กล่าวว่า บริษัทรักษาวินัยทางการเงินโดยเคร่งครัด ในด้านโครงสร้างทางเงินทุนนั้น ประเมินว่าต้องมีเงินสดเพียงพอในการดำเนินงาน โดยจะรักษาเงินสดไว้ในระดับ 600 ล้านเหรียญสหรัฐ และรักษาอัตราหนี้สินต่อทุนไม่ให้เกิน 0.5 เท่า
“หากเราจะขยายงานแต่อันดับเครดิตรุ่งริ่ง ไปลงทุนที่ไหนคงไม่มีพันธมิตรที่ไหนอยากลงทุนกับเรา โดยมองว่าการเติบโตต้องไปพร้อมกับการรักษาอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทไว้” น.ส.เพ็ญจันทร์ กล่าว
นอกจากนี้ หลังการซื้อโคฟ เอนเนอร์ยี นั้น ได้มีการสื่อความกับบริษัทจัดอันดับเครดิตมาโดยตลอด ทางสถาบันจัดอันดับไม่มีอะไรสอบถามมาเป็นพิเศษ เพราะบริษัทได้คุยได้อธิบายมาโดยตลอด







