
อียูฉลุยส่วนกลางคุมแบงก์
ตั้งคณะทำงานเปิดช่องเข้าถึงเงินกู้ในกองทุน‘อีเอสเอ็ม’
ตั้งคณะทำงานเปิดช่องเข้าถึงเงินกู้ในกองทุน‘อีเอสเอ็ม’
ยูโรซัมมิตได้ข้อตกลงจัดตั้งคณะทำงานส่วนกลาง ดูแลธนาคารพาณิชย์โดยตรง เปิดทางเข้าถึงเงินกู้ในกองทุนอีเอสเอ็มได้ง่ายขึ้น
ที่ประชุมสุดยอดผู้นำยุโรปที่กรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียม เมื่อวันที่ 19 ต.ค. มีมติที่จะร่วมกันจัดตั้งคณะผู้ดูแลส่วนกลางขึ้น เพื่อทำหน้าที่ดูแลภาคธนาคารในประเทศที่ใช้เงินสกุลยูโร
ทั้งนี้ ฝรั่งเศสได้เป็นผู้ผลักดันข้อเสนอดังกล่าว โดยเสนอให้ธนาคารพาณิชย์กว่า 6,000 แห่ง ใน 17 ประเทศยูโรโซน อยู่ภายใต้การดูแลของคณะดูแลจากส่วนกลางภายในปีนี้ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินในกลุ่มยูโรโซน สามารถเข้าถึงเงินกู้จากกองทุนกลไกเพื่อเสถียรภาพแห่งยุโรป (อีเอสเอ็ม) ได้โดยตรงทันที
ในปัจจุบันการช่วยเหลือภาคธนาคารพาณิชย์ที่มีปัญหานั้น จะเป็นการช่วยเหลือจากรัฐบาลของประเทศนั้นๆ เท่านั้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่องบประมาณทางการคลังของรัฐบาลนั้นมากยิ่งขึ้น อย่างเช่นในกรณีของไอร์แลนด์ที่ต้องประสบกับภาวะขาดดุลงบประมาณอย่างหนักจนต้องรับความช่วยเหลือจากส่วนกลาง หลังจากได้นำเงินไปอุ้มธนาคารเอกชนมากเกินไป
อย่างไรก็ตาม ทางด้านนายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิล ได้แสดงความวิตกกังวลว่า การเปิดช่องให้ธนาคารพาณิชย์เข้าถึงเงินกู้จากกองทุนอีเอสเอ็มดังกล่าว จะเป็นการนำเงินภาษีของประชาชนไปช่วยเหลือเอกชนมากไป โดยที่แผนการนี้ควรจะทำอย่างช้าๆ ไม่เร่งรีบ และย้ำว่า “คุณภาพต้องมาก่อนความเร็ว”
ทั้งนี้ ข้อสรุปของการประชุมในท้ายที่สุด ระบุว่า ธนาคารพาณิชย์ 6,000 แห่งในกลุ่มยูโรโซน จะอยู่ภายใต้การดูแลของคณะผู้ดูแลจากส่วนกลางยุโรปตามที่ฝรั่งเศสต้องการ แต่ทว่ายังไม่มีการให้คำมั่นถึงเวลาการจัดตั้งคณะผู้ทำงานดังกล่าวอย่างแน่ชัด โดยที่ประชุมระบุเพียงแต่ว่าการร่างวัตถุประสงค์หลักของแผนการนี้จะเสร็จสิ้นให้ทันภายในวันที่ 1 ม.ค.ปีหน้า และจะร่วมเดินหน้าทำงานต่อไปตลอดทั้งปีหน้า
ทางด้านประธานาธิบดี ฟรองซัวส์ ออลลองด์ แห่งฝรั่งเศส ก็ได้ประกาศแสดงความยินดีทันที และกล่าวว่า คณะผู้ดูแลดังกล่าวจะได้รับการจัดตั้งและทำงานได้จริงในช่วงสัปดาห์แรก หรือเดือนแรกหลังวันที่ 1 ม.ค.นี้ทันที
ออลลองด์ กล่าวว่า ข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญของยุโรปสู่การเป็น “สหภาพธนาคาร” อย่างแท้จริง ซึ่งจะช่วยให้ประเทศสมาชิกยูโรโซนแบ่งเบาภาระของภาคธนาคารพาณิชย์ของแต่ละประเทศ ซึ่งทุกประเทศสมาชิกนั้นล้วนแต่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานที่ล้มเหลวของธนาคารพาณิชย์กันทั้งนั้น
ทั้งนี้ การหารือในที่ประชุมเป็นไปอย่างดุเดือดอย่างยิ่ง เนื่องจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปที่ไม่ได้ใช้เงินสกุลยูโรไม่ต้องการระบบดังกล่าว เนื่องจากเป็นการช่วยธนาคารพาณิชย์ในกลุ่มประเทศยูโรโซนเท่านั้น และประเทศในกลุ่มยูโรโซนก็จะช่วยกันออกเสียงสนับสนุนให้ข้อเสนอนี้ผ่านไปได้ โดยที่สมาชิกประเทศอื่นๆ ที่ไม่ได้ใช้เงินยูโรกลับไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ







