posttoday
ยันพ.ร.ก.พื้นฟูสถาบันการเงินไร้ภาวะขาดทุน

ยันพ.ร.ก.พื้นฟูสถาบันการเงินไร้ภาวะขาดทุน

18 ตุลาคม 2555

ธปท.แจงกมธ.ยันพ.ร.ก.ช่วยเหลือกองทุนฟื้นฟูสถาบันการเงินไม่พบสภาวะขาดทุน คลังชี้ทำรัฐบาลลดภาระการจ่ายดอกเบี้ย

ธปท.แจงกมธ.ยันพ.ร.ก.ช่วยเหลือกองทุนฟื้นฟูสถาบันการเงินไม่พบสภาวะขาดทุน คลังชี้ทำรัฐบาลลดภาระการจ่ายดอกเบี้ย

คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเงิน การคลัง การธนาคาร และสภาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายไชยา พรหมา สส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกมธ. ได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องผลกระทบจากการดำเนินการตาม พ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารเงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ.... ที่มีผลต่อการนำเงินเข้ากองทุนคุ้มครองเงินฝากของสถาบันการเงิน ตามกกฎหมายว่าด้วยสถาบันคุ้มครองเงินฝาก

นางนวอร เดชสุวรรณ ผู้อำนวยการ อาวุโสธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ภายหลังการประกาศใช้พ.ร.ก.ดังกล่าว ธปท.ได้ประกาศกำหนดอัตราให้สถาบันการเงินนำส่งเงินให้ธปท.และดีทีเอ 0.47 และ 0.46 นำเข้ามาเพื่อวัตถุประสงค์ในการลดหนี้ดังกล่าว และเงิน .01 เป็นการนำส่งให้กับดีทีเอ

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ได้มีการเก็บงวดแรกจากสถาบันการเงินนับตั้งวันที่พ.ร.ก.กำหนดใช้ คือ วันที่ 27 ม.ค. 2555 โดยเงินนำส่งจะเป็นแบบครึ่งปีครั้ง ซึ่งครึ่งปีแรกเริ่มตั้งแต่วันดังกล่าวจนถึงวันที่ 30 มิ.ย. มีเงินนำส่งเข้า 1.7 หมื่นล้านบาท ครึ่งปีหลัง วันที่ 1 ก.ค. – ธ.ค. โดยเงินนำส่งจะคำนวนเป็นค่าเฉลี่ยเงินรับฝากจากประชาชน รวมถึงรายการหนี้ต่างๆของสถาบันการเงิน อาทิ หุ้นกู้ ตราสารหนี้ และเก็บเฉพาะรายการที่เป็นเงินบาท ส่วนเงินต่างประเทศไม่ได้คำนวนเป็นเงินนำส่งด้วย

สำหรับผลกระทบต่อสถาบันการเงินในการนำส่งเข้ามานั้น ธปท.เห็นว่าโครงสร้างสถาบันการเงินในการระดมเงินฝาก ยังไม่รับผลกระทบ เงินฝากยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง กำไรครึ่งแรกที่ออกมา 8.9 หมื่นล้านบาท ภาระนำส่งจึงไม่มีผลกระทบต่อสถาบันการเงิน ความมั่นคงของสถาบันการเงินมีกำไรเพิ่มขึ้น และยังมีเงินกองทุนเพิ่มขึ้นทั้งระบบ ดั้น จึงมีความแข็งแกร่ง คิดเป็น 15.6%ของทั้งระบบ เอ็นพีแอลของระบบอยู่ในระดับต่ำ 2.5% ของยอดสินเชื่อทั้งหมด

“ส่วนที่แบงค์กันสำรองไว้รองรับเอ็นพีแอลมีสูง 117% ของเอ็นพีแอลทั้งหมด เพราะฉะนั้น จะเห็นว่ามีสำรองรับความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากหนี้ที่ไม่เกิดรายได้ จึงมีความแข็งแกร่งในระยะนี้ เงินฝากครึ่งปีแรกรวมตั๋วบีอี เพิ่มขึ้น 11% สินเชื่อขยายตัวได้ถึง 15% ในครึ่งปีแรก จึงเป็นสาเหตุทำให้แบงค์มีกำไรดี แข็งแกร่ง และการเรียกเก็บเงินนำส่ง ก็ยังไม่เห็นผลกระทบอย่างมีนัยยะสำคัญ”นางนวร กล่าว

น.ส.วิมล ชาตะมีนา ผู้อำนวยการสำนักนโยบายระบบคุ้มครองผลประโยชน์ สำนักงานเศรษฐกิจ กระทรวงการคลัง กล่าวว่า หลังจากที่รับฐาลภาระชำระดอกเบี้ยกองทุนเอฟไอดีเอฟ 1.1 ล้านล้านบาท กระทรวงการคลังต้องใช้งบประมาณประจำปีชำระดอกเบี้ยมาโดยตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา แต่ละปีมีดอกเบี้ย 5-6 หมื่นล้านบาท ดังนั้น การที่สถาบันการเงินสามารถนำส่งเงินและให้ธปท.ไปบริหารเพื่อชำระเงินต้นและดอกเบี้ยกองทุนดังกล่าว กระทรวงการคลังประหยัดงบประมาณในการจัดสรรชำระดอกเบี้ยกองทุนดังกล่าว

ทั้งนี้ งบประมาณประจำปี 2556 รัฐบาลประหยัดดอกเบี้ยชำระกองทุนเอฟไอดีเอฟถึง 5.1 หมื่นล้านบาท และจะสามารถทำให้รัฐบาลมีงบประมาณเพื่อไปพัฒนาประเทศเพิ่มเติม โดยเฉพาะการลงทุนในโครงการส้รางพื้นฐานต่างๆ และเงินกู้ดังกล่าว ยังเป็นตราสารหนี้ของรัฐบาล กระทรวงการคลังมีหน้าที่รับผิดชอบบริหารจัดการและปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้ดังกล่าวได้ ตามกฎหมายหนี้บริหารสาธารณะ หากแผนชำระหนี้ไม่เพียงพอ คณะรัฐมนรตรี (ครม.) อาจกำหนดให้กองทุนดังกล่าว สามารถกู้เงินได้โดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อชำระหนี้ดังกล่าวได้

นายสรสิทธิ์ สุนทรเกศ ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก กล่าวว่า ปัจจุบันสถาบันมีเงินกองทุนคุ้มครอง ประมาณ 1.3 แสนล้านบาท ถามว่ามีสถาบันมีคุ้มครองสถาบันการเงินล้มลงไปมีชำระพอหรือไม่ ยอมรับว่าต้องมีการดู หากเป็นสถาบันการเงินขนาดใหญ่ล้ม กองทุนดังกล่าวไม่เพียงพอ แต่ก็มีหลักประกัน 2 ส่วน คือ กำกับดูแลสถาบันการเงิน ได้เปลี่ยนแปลงไปมาก ธปท.คลัง มีการดูแลอย่างเข้มแข็ง ดังนั้น กองทุนดังกล่าวน่าจะมีความเพียงพอ เพราะแต่ละสถาบันมีความแข็งแรง

“ปัจจุบันมี 16 ธนาคารที่ตั้งอยู่ในไทย หากเป็น 8 ธนาคารใหญ่อันดับต้นๆล้ม กองทุนไม่ดังกล่าวพอแน่นอน หากเป็น 8 ธนาคาร และเล็กล้มลง 5 แห่ง ยอมรับว่ากองทุนดังกล่าวเพียงพอ แต่การล้มพร้อมกัน 5 แห่งคงไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นง่ายๆ”นายสุรสิทธิ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน