
ระดมกึ๋นไอซีทีไทยร่างพิมพ์เขียวรุกอาเซียน
เพื่อให้การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ปี 2558 เกิดประโยชน์กับภาครัฐและเอกชนไทยในอุตสาหกรรมไอซีที ทั้งภาคโทรคมนาคม โทรทัศน์ และวิทยุมากที่สุด คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. จึงจัดระดมความเห็นในงานสัมมนา “ก้าวสู่ประชาคมอาเซียน 2015 อาเซียนร่วมใจไทยจะรุกหรือรับ” ซึ่งมีการเสนอความเห็นให้ได้มุมมองที่หลากหลายจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ตกผลึกเป็นทิศทางที่ประเทศไทยจะก้าวต่อไปร่วมกัน
เพื่อให้การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ปี 2558 เกิดประโยชน์กับภาครัฐและเอกชนไทยในอุตสาหกรรมไอซีที ทั้งภาคโทรคมนาคม โทรทัศน์ และวิทยุมากที่สุด คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. จึงจัดระดมความเห็นในงานสัมมนา “ก้าวสู่ประชาคมอาเซียน 2015 อาเซียนร่วมใจไทยจะรุกหรือรับ” ซึ่งมีการเสนอความเห็นให้ได้มุมมองที่หลากหลายจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ตกผลึกเป็นทิศทางที่ประเทศไทยจะก้าวต่อไปร่วมกัน
พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. กล่าวว่า ก่อนการเปิดเสรีอาเซียนจะเกิดขึ้น ประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานทางโทรคมนาคมที่ครบสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพจะได้เปรียบในการแข่งขันอย่างมาก และยิ่งเมื่อมีการเปิดเออีซี อุตสาหกรรมโทรคมนาคมจะเป็นภาคธุรกิจแรกๆ ที่มีการเปิดเสรี โดยจะมีการลงทุนร่วมกันมากขึ้น การถือหุ้นในบริษัทผู้ให้บริการจะมีสัดส่วนเพิ่มจาก 49% เป็น 70% ได้ ดังนั้น กสทช. จะเร่งสร้างการกำกับดูแลที่เป็นสากลเป็นที่ยอมรับ เพื่อผลักดันให้เกิดการลงทุนและประสิทธิภาพให้กับประเทศ
“การประมูล 3จี ต้องเกิดขึ้น หากพิจารณาจะเห็นว่าโทรคมนาคมเป็นตัวคูณที่ช่วยให้อุตสาหกรรมอื่นๆ ยกระดับขึ้นแบบก้าวกระโดด หากการประมูล 3จี สำเร็จ จะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในภาพรวมให้กับประเทศ ทั้งด้านการลงทุนใหม่ๆ การพัฒนาและผลิตฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ รวมถึงการให้บริการครบทุกมิติ ดังนั้นเวลานี้ 3จี ถือเป็นตัวชี้วัดความสำคัญของโทรคมนาคมไทย” พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าว
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. กล่าวว่า การจัดระเบียบวิทยุและโทรทัศน์เป็นเรื่องยาก เพราะเดิมทั้งสองสื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง แต่ กสทช. ก็ต้องเร่งดำเนินการเพื่อทำให้ทุกอย่างเข้าสู่ระบบ และนำไปสู่การพัฒนาทั้งด้านเทคโนโลยีและคอนเทนต์ โดยในปีนี้ได้เริ่มจัดระเบียบออกใบอนุญาตการให้บริการ ทั้งวิทยุและโทรทัศน์ในหลายรูปแบบ และในปี 2556 จะมีการให้ใบอนุญาตโทรทัศน์ดิจิตอลเพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการทั้งอุตสาหกรรม
สำหรับมุมมองให้บริการคอนเทนต์ จะมองเพียงตลาดในประเทศไม่ได้ ต้องมองตลาดอาเซียนรวมถึงตลาดนอกอาเซียนด้วย เนื่องจากวิทยุและโทรทัศน์เป็นช่องทางในการนำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวกับประเทศไทยให้กระจายออกไปในวงกว้าง เป็นโอกาสในการโฆษณาแฝงสินค้าและบริการแบบผลิตซ้ำและต่อเนื่อง สามารถดึงดูดการลงทุนใหม่ๆ การท่องเที่ยว และการจับจ่ายใช้สอยจากต่างประเทศได้มาก
พิสิฐ ลี้อาธรรม คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า การเปิดเสรีอาเซียนจะทำให้มิติด้านการถือหุ้นลดบทบาทลง เพราะถึงจะมีการกำหนดข้อจำกัดไว้ ก็สามารถใช้ช่องว่างกฎหมายเพื่อหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นต้องหันกลับมามุ่งดูแลคุ้มครองผู้บริโภคเป็นหลัก เพื่อให้ได้บริการที่มีคุณภาพและราคาที่ดีที่สุด
ปรีญาภรณ์ ตั้งเผ่าศักดิ์ กรรมการบริหาร สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ในกลุ่มอุตสาหกรรมไอซีที อัตราการนำเข้าสินค้าเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ขณะที่การผลิตภายในประเทศลดลง รัฐต้องให้การสนับสนุนการผลิตสินค้าภายในประเทศมากขึ้น ต้องมีมาตรการช่วย เช่น ลดหรือยกเลิกภาษีนำเข้าชิ้นส่วนอุปกรณ์ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการผลิตในประเทศและต้องกำหนดมาตรฐานสินค้าและบริการให้มากขึ้น
“ประเทศไทยมีมาตรฐานสินค้าด้านไอทีและอิเล็กทรอนิกส์ประมาณ 1,845 รายการ ถือว่าน้อยมาก ขณะที่แม้แต่เวียดนามมีมาตรฐานกว่า 1 หมื่นรายการ ต่อไปเราจะเข้าไปทำตลาดได้ยาก และต่างประเทศจะเข้ามาทำตลาดได้ง่ายมาก ดังนั้นต้องสร้างมาตรฐานขึ้น และต้องมีห้องปฏิบัติการสำหรับทดสอบและรับรองแบบครบวงจร เป็นสิ่งที่รัฐต้องลงทุน” ปรีญาภรณ์ กล่าว
นอกจากนี้ นโยบายและทิศทางของ กสทช. ต้องมีความชัดเจนและต่อเนื่องทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ต้องส่งเสริมการลงทุน สร้างความต้องการอุตสาหกรรมโทรคมนาคมให้เกิดขึ้นในประเทศ เช่น หนุนให้ใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ผลิตและพัฒนาในประเทศ สามารถรับสิทธิพิเศษทางภาษีหรือค่าธรรมเนียม รวมถึงการพัฒนาบุคลากรไอซีทีไทย ถือเป็นการกระตุ้นและสนับสนุนทั้งระบบ
พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การเปิดเสรีอาเซียนต้องระวังเรื่องการติดกับดักด้านความเข้าใจ ว่าจะต้องแข่งขันกันเองหรือเป็นอุปสรรคระหว่างกัน แต่ต้องร่วมมือกันภายในอาเซียนเพื่อรุกออกไปตลาดต่างภูมิภาค เป็นการขยายความร่วมมือ ซึ่งจุดนี้ต้องมีการปรับปรุงกฎระเบียบต่างๆ ภายในประเทศให้สอดคล้องกันด้วย
อีกทั้งอุตสาหกรรมไทยมีความโดดเด่นเรื่องการสร้างคลัสเตอร์ในกลุ่มอุตสาหกรรม ต้องส่งเสริมเรื่องนี้ให้จริงจังมากขึ้น และผลักดันการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีในการผลิตและบริการมากขึ้น เพื่อให้เป็นจุดแข็ง และลดการผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ที่ไม่ได้ผ่านการแปรรูป เนื่องจากประเทศรอบข้างมีความได้เปรียบกว่าไทย โดยเฉพาะเรื่องค่าจ้างแรงงาน
จาฤก กัลย์จาฤก ที่ปรึกษาสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ กล่าวว่า ธุรกิจด้านวิทยุและโทรทัศน์ มี 3 ส่วนหลักที่ควรมุ่งเน้น คือ ภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์และการศึกษา ซึ่งเดิมไทยมีการส่งออกอยู่แล้วทั้งในรูปแบบละคร รายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์ รวมถึงการขายรูปแบบรายการและการเข้าไปร่วมลงทุนสถานีโทรทัศน์ เช่น ในกัมพูชาและเวียดนาม การสร้างสรรค์คอนเทนต์ต้องอาศัยการเรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่างกัน
การจะส่งเสริมให้การทำตลาดส่วนนี้เติบโตได้อย่างรวดเร็ว รัฐบาลต้องร่วมตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือในการพัฒนาคอนเทนต์ในเชิงวัฒนธรรมให้มากขึ้น พร้อมทั้งกำหนดทิศทางที่จะมุ่งไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้เอกชนไม่สามารถดำเนินการได้ แต่ต้องอาศัยรัฐบาลที่มีแนวทางที่ถูกต้องชัดเจน







