
ทช.กระหน่ำงบ1.39แสนล้าน สร้างโครงข่ายรับเวทีอาเซียน
ทางหลวงชนบทเล็งใช้เงินกว่า 1.39 แสนล้าน ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรองรับเออีซี
ทางหลวงชนบทเล็งใช้เงินกว่า 1.39 แสนล้าน ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรองรับเออีซี
นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า ทช.ได้เตรียมวางแผนรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) โดยมีแผนลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบคมนาคมขนส่งปีงบประมาณ 2556-2563 โดยมีแผนพัฒนาโครงข่ายทางหลวงชนบท 3 ด้าน วงเงิน 139,868 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงข่ายในการเชื่อมต่อการค้าการลงทุนระยะทางกว่า 352 กม. วงเงินลงทุนกว่า 9.2 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ ยังมีโครงข่ายในการเชื่อมต่อด้านการท่องเที่ยวระยะทางกว่า 3,000 กม. วงเงินลงทุนกว่า 1.89 หมื่นล้านบาท และ โครงข่ายในการเชื่อมต่อด้านการเกษตรระยะทาง 5,345 กม. วงเงินลงทุนกว่า 2.86 หมื่นล้านบาท
สำหรับงบประมาณปี 2556 ทช.ได้งบ ประมาณกว่า 3 หมื่นล้าน เป็นงบลงทุนกว่า 2 หมื่นล้าน โดยเน้นพัฒนาโครงการหลักๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ การก่อสร้างถนนสาย ง. ผังเมืองรวมเมืองชัยภูมิ ถนนสาย ค. เลี่ยงเมืองด้านใต้ จ.สุโขทัย โครงการก่อสร้างถนนไร้ฝุ่นจำนวน 750 กม. เป็นต้น
ขณะนี้ ทช. อยู่ระหว่างดำเนินโครงการป้องกันอุทกภัยระยะเร่งด่วน 7 กลุ่ม จำนวน 27 โครงการย่อย ระยะทางประมาณ 359 กม. งบประมาณกว่า 7,277 ล้านบาท เบื้องต้นคาดจะทยอยเสร็จกลางปี 2556 และเสร็จสมบูรณ์เดือน มี.ค. 2557
การดำเนินการดังกล่าวจะเป็นการดำเนินการที่สามารถป้องกันน้ำท่วมถาวร นอกจากนี้ โครงการป้องกันปัญหาอุทกภัยระยะเร่งด่วนในส่วนที่ ทช. รับผิดชอบทั้งในพื้นที่ฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งการดำเนินการมี 3 รูปแบบ คือ 1.การยกระดับคันทาง 2.การยกระดับคันทางพร้อมกำแพงกันตก และ 3.การยกระดับพร้อมกำแพงป้องกันการพังทลายของคันทางริมตลิ่ง
“แผนป้องกันน้ำท่วม 7 กลุ่ม 27 โครงการ ด้านฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา จะเริ่มจากแม่น้ำป่าสัก เลียบมาทางคลองระพีพัฒน์และคลองแสนแสบ ส่วนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาจะเริ่มจากแม่น้ำป่าสัก เลียบคลองพระยาบันลือมาทางแม่น้ำท่าจีน ออกมาทางคลองมหาสวัสดิ์และคลองพระพิมล” นายชาติชาย กล่าว
สำหรับช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา เมื่อมา รวมกับพายุแกมีที่เข้ามาทำให้กระทบต่อเส้นทางของ ทช. รวมทั้งสิ้น 125 สายทาง มูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 500 ล้านบาท ขณะนี้ ทช.ได้เร่งดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมไปเกือบหมดแล้ว เหลือเพียง 2 สายทางที่น้ำยังท่วม คือ พื้นที่ จ.ปราจีนบุรี และสุโขทัยคาดว่าเมื่อปริมาณน้ำลดลงจะสามารถเข้าปรับปรุงซ่อมทางให้แล้วเสร็จได้ภายใน 1 สัปดาห์







