posttoday
ส่งออกอาหารพลาดเป้า1ล้านล.

ส่งออกอาหารพลาดเป้า1ล้านล.

08 ตุลาคม 2555

เอกชนกลุ่มอาหารยอมลดราคาสินค้า 5-10% หวังกระตุ้นออร์เดอร์ช่วงปีใหม่

เอกชนกลุ่มอาหารยอมลดราคาสินค้า 5-10% หวังกระตุ้นออร์เดอร์ช่วงปีใหม่

รับวืดเป้า 1 ล้านล้านบาทแน่ได้แค่ 7 แสนล้านบาท เหตุยอดขายข้าวกุ้งหายฉุดรายได้ 3 แสนล้านบาท

นายไพบูลย์ พลสุวรรณา ประธานกรรมการ บริษัท ธารสมุทรฟู้ด และประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมอาหารบางรายยอมลดราคาขายสินค้าให้คู่ค้าลง 5-10% ขึ้นอยู่กับชนิดสินค้า ในการทำสัญญาซื้อขายระยะสั้น 3-4 เดือนนี้ เพื่อช่วยกระตุ้นยอดคำสั่งซื้อ (ออร์เดอร์) จากคู่ค้าต่างประเทศในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ เพราะขณะนี้การเติบโตทางรายได้ส่งออกของกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร เหลือแค่ 2-3% เท่านั้น

“ยอมรับว่า ปีนี้การจะรักษาเป้าหมายการเติบโตทางรายได้ส่งออกกลุ่มอาหารให้อยู่ระดับ 10% คงเป็นไปได้ยาก เพราะขณะนี้เข้าสู่ช่วงเดือน ต.ค.แล้ว ยังไม่เห็นสัญญาณที่ดีเลยสักหมวดอุตสาห กรรม” นายไพบูลย์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม คาดว่ามูลค่าส่งออกอาหารของไทยปีนี้ อย่างดีที่สุดน่าจะอยู่ได้ที่ระดับ 7 แสนล้านบาทเท่านั้น ต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่คาดว่าปีนี้มูลค่าส่งออกอาหารของไทยจะอยู่ที่ระดับ 1 ล้านล้านบาท เนื่องจากรายได้จากการส่งออกสินค้าหลักของไทยอย่างข้าวและกุ้งหายไปรวมประมาณ 3 แสนล้านบาท โดยในส่วนของข้าวพบว่า ยอดส่งออกลดลง 30% หรือคิดเป็นมูลค่าส่งออกที่หายไป 2 แสนล้านบาท และการส่งออกกุ้งลดลง 10% หรือมูลค่าหายไป 1 แสนล้านบาท

สำหรับเป้ามูลค่าส่งออกกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารในปีหน้า เป็นเรื่องยากที่จะประเมินได้ ต้องพิจารณาเป็นรายเดือน เพราะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลงยังไม่มีแนวโน้มฟื้นตัว ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคในแต่ละประเทศลดลง ดังนั้นผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารต้องปรับตัวและพัฒนาตัวเอง ด้วยการใช้นวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าให้สามารถแข่งขันได้

นอกจากนี้ นโยบายของภาครัฐก็มีส่วนสำคัญในการช่วยผู้ประกอบการส่งออกอาหารให้แข่งขันในตลาดได้ โดยเฉพาะเรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างรัฐกับเอกชน เพราะหากมีความต่อเนื่องและเชื่อมโยงข้อมูลร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาในการทำนวัตกรรมใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอาหาร รวมทั้งการทำระบบโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อลดต้นทุนการผลิตสินค้าที่เพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน ตลาดหลักและตลาดเก่าอย่าง สหรัฐ ยุโรป จีนและญี่ปุ่น ก็ยังต้องรักษาไว้ เพราะสัดส่วนมูลค่าการส่งออกในตลาดดังกล่าว ยังมีสัดส่วนที่สูงกว่าตลาดอื่นๆ และตลาดในบางประเทศยังมีช่องว่างที่อุตสาหกรรมอาหารของไทยจะเข้าไปเจาะตลาดได้ ส่วนการที่จะหาตลาดใหม่มาเสริมแทนในช่วงนี้ คงยากที่จะเห็นผลในช่วง 2-3 ปีนี้

 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน