
ไทยอาสาตั้งองค์กรสำรองข้าวฉุกเฉิน
อาเซียน+เกาหลีใต้ญี่ปุ่นจีนลุ้นครม.ไฟเขียวเดินหน้าสิ้นปี
อาเซียน+เกาหลีใต้ญี่ปุ่นจีนลุ้นครม.ไฟเขียวเดินหน้าสิ้นปี
ไทยรับหน้าเสื่อตั้งสำนักงานองค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินอาเซียนบวก 3
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมรัฐมนตรีเกษตรและป่าไม้ของอาเซียนบวก 3 ประเทศ ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ซึ่งจัดประชุมที่ประเทศลาว มีมติตั้งสำนักงานเลขานุการองค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินของอาเซียนบวก 3 เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่มีผู้นำด้านข้าว และเป็นผู้ประสานงานหลักในโครงการนำร่องเพื่อสำรองข้าวฉุกเฉินในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ไทยจะเป็นศูนย์กลางบริหารสต๊อกข้าวและควบคุมการซื้อขายในสต๊อกและระบายข้าวในสต๊อกขององค์กรดังกล่าว ซึ่งรายละเอียดจะนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) และรัฐสภาเพื่อพิจารณา ก่อนเสนอต่อคณะมนตรีของอาเซียนบวก 3 ต่อไป คาดว่าประมาณปลายปีนี้จะสามารถตั้งได้แล้วเสร็จ
นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กล่าวว่า สำนักงานองค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินอาเซียนจะตั้งอยู่ในไทย เพื่อบริหารสต๊อกร่วมกัน 7.8 แสนตัน ซึ่งในการสำรองข้าวจะเป็นทั้งการสำรองด้วยปริมาณข้าวจริงและตัวเลขของแต่ละประเทศ
การบริหารสต๊อกจะมี 3 แบบ คือ 1.การขายในราคาต่ำที่จะไม่สร้างการบิดเบือนของกลไกตลาด หรือขายเพื่อมนุษยธรรมสำหรับประเทศยากจน 2.การบริจาค และ 3.การบริจาคกรณีภัยพิบัติ ซึ่งเลขา ธิการสำนักงานจะสามารถบริจาคข้าวได้ทันทีโดยไม่ต้องรอการอนุมัติของที่ประชุม
สัดส่วนข้าวของแต่ละประเทศ แบ่งเป็น จีน 3 แสนตัน ญี่ปุ่น 2.5 แสนตัน เกาหลีใต้ 1.5 แสนตัน ไทย 1.5 หมื่นตัน เวียดนามและพม่าประเทศละ 1.4 หมื่นตัน ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย 1.2 หมื่นตัน มาเลเซีย 6,000 ตัน สิงคโปร์ 5,000 ตัน บรูไน กัมพูชา และลาว ประเทศละ 3,000 ตัน ซึ่งจะช่วยลดความผันผวนด้านการผลิตและราคาข้าวในภูมิภาค ทั้งยังเป็นการช่วยเหลือภูมิภาคเมื่อเกิดภัยพิบัติฉุกเฉินขึ้น
ที่ประชุมยังได้พิจารณาเห็นชอบแผนการดำเนินการระยะที่ 2 (2556-2558) ในโครงการระบบสารสนเทศเพื่อความมั่นคงด้านอาหารอาเซียน เพื่อพัฒนาฐานข้อมูลระบบสารสนเทศของข้อมูลสินค้า 5 ชนิด คือ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง อ้อย และถั่วเหลือง โดยจะต้องมีการคาดการณ์สถานการณ์สินค้าเกษตรทั้ง 5 ชนิด ทุก 3 เดือน สำหรับการทำฐานข้อมูลตัวชี้วัดในการเตือนภัยพิบัติฉุกเฉินให้กับศูนย์ดังกล่าวเพื่อแจ้งกับสมาชิก
รมว.เกษตรฯ กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ รับทราบการประกาศเลื่อนการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จากเดิม 1 ม.ค. 2558 เป็น 31 ธ.ค. 2558 แทน เนื่องจากบางประเทศไม่พร้อม







