
เถ้าแก่ไทยเครียดต่ำอันดับสองในเอเชีย จีนเครียดสูงสุด
แม้ปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองจะรุมเร้า แต่เจ้าของธุรกิจคนไทยยังเครียดน้อยกว่าค่าเฉลี่ย ขณะที่ทั่วโลกรู้สึกว่าระดับความเครียดได้เพิ่มสูงขึ้นในปีที่ผ่านมา
แม้ปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองจะรุมเร้า แต่เจ้าของธุรกิจคนไทยยังเครียดน้อยกว่าค่าเฉลี่ย ขณะที่ทั่วโลกรู้สึกว่าระดับความเครียดได้เพิ่มสูงขึ้นในปีที่ผ่านมา
รายงานผลการสำรวจธุรกิจนานาชาติ ที่จัดทำโดยแกรนท์ ธอร์นตัน ปี 2010 หรือ Grant Thornton International Business Report (IBR) 2010 ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของเจ้าของธุรกิจ 7,400 รายในกลุ่มเศรษฐกิจ 36 กลุ่ม พบว่า กว่าครึ่งของจำนวนเจ้าของกิจการ (Privately Held businesses: PHBs) ทั่วโลก (56%) รู้สึกว่าระดับความเครียดได้เพิ่มสูงขึ้นในปีที่ผ่านมา โดยจีนมีจำนวนเจ้าของกิจการที่มีความเครียดมากเป็นอันดับหนึ่งด้วย 76% ของเจ้าของกิจการที่กล่าวว่าระดับความเครียดได้เพิ่มขึ้น
กลุ่มเศรษฐกิจอื่นที่มีจำนวนเจ้าของกิจการที่มีความเครียดอยู่ในอันดับต้นๆ ได้แก่เม็กซิโก (74%), ตุรกี (72%), เวียดนาม (72%) และกรีซ (68%) ในขณะที่สวีเดน (23%), เดนมาร์ค(25%), ฟินแลนด์ (33%) และออสเตรเลีย (35%) กลับมีระดับความเครียดต่ำที่สุดในโลก
โดยรวมแล้ว เจ้าของธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกมีความตึงเครียดสูงที่สุดในปี 2010 โดย 65% ระบุว่าระดับความตึงเครียดได้สูงขึ้นหรือสูงขึ้นอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบ กับปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เจ้าของธุรกิจในประเทศไทยมีความเครียดน้อยที่สุดเป็นอันดับที่สองในเอเชีย ซึ่งมีเพียงแค่ 40% ที่รู้สึกว่าระดับความเครียดสูงขึ้น
เอียน แพสโค กรรมการบริหาร แกรนท์ ธอร์นตัน ประเทศไทย กล่าวว่า "โดยทั่วไปแล้ว ธุรกิจในประเทศไทยมีระดับการเป็นหนี้ต่ำกว่ากลุ่มประเทศเศรษฐกิจอื่นอย่างมาก ซึ่งเมื่อผนวกกับคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่กว่า 3% แล้ว น่าจะเป็นสาเหตุที่เจ้าของธุรกิจชาวไทยมีการเพิ่มขึ้นของระดับความตึงเครียดที่น้อยลง"
เจ้าของกิจการได้รับการสอบถามเกี่ยวกับสาเหตุหลักของความเครียดในที่ทำงาน และไม่น่าแปลกใจว่าสาเหตุที่พบมากที่สุดสำหรับปี 2009 เกิดจากบรรยากาศของเศรษฐกิจ โดย 38% ของผู้เข้าร่วมการสำรวจทั่วโลกได้เลือกข้อนี้ให้เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของความเครียด ตามด้วยความกดดันด้านกระแสเงินสด (26%), กิจกรรมของคู่แข่ง (21%) และงานหนัก (19%)
อเล็กซ์ แมคบีธ ให้ความคิดเห็นว่า "สาเหตุต่างๆ ของความตึงเครียดในที่ทำงานสามารถแบ่งออกได้เป็นสามประเภทหลักๆ ได้แก่ เศรษฐกิจ ธุรกิจ และส่วนบุคคล โดยที่เจ้าของธุรกิจได้รับความกดดันจากทุกด้าน เพราะในขณะที่พนักงานอาจให้ความสำคัญต่อองค์ประกอบที่มีผลต่อตัวเอง เช่น ความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานนั้น เจ้าของกิจการกลับมีแรงกดดันอื่นๆ มากกว่าให้ต้องคิดถึง”
นอกจากนี้ การสำรวจดังกล่าวยังพบความเชื่อมโยงระหว่างระดับความตึงเครียดและจำนวนวันที่ลาหยุดในปีหนึ่งๆ โดยประเทศที่มีความตึงเครียดสูงคือประเทศที่โดยเฉลี่ยแล้วเจ้าของธุรกิจลาหยุดน้อยกว่าในแต่ละปี
อเล็กซ์ แมคบีธ กล่าวว่า "เจ้าของธุรกิจที่สามารถลาหยุดได้มากกว่าจะมีความตึงเครียดน้อยกว่าผู้ที่อยู่ในประเทศที่มีจำนวนวันลาหยุดน้อยกว่า ซึ่งประสบการณ์ของแกรนท์ ธอร์นตัน ในการทำงานร่วมกับเจ้าของธุรกิจเอกชน (PHBs) ทั่วโลกแสดงให้เราเห็นว่าการใช้เวลาถอยห่างจากการทำงานเพื่อให้เวลาในการพิจารณาและเติมพลังจะช่วยให้เจ้าของกิจการนำมุมมองใหม่ๆ มาใช้ในการตัดสินใจ”







