
วินัย
สวัสดีท่านผู้อ่านในวันเสาร์สบายๆ ครับ ช่วงนี้ผมได้รับขนมไหว้พระจันทร์เป็นของกำนัลเยอะเลยทีเดียว ทำให้นึกถึงเรื่องราวเกี่ยวกับแดนมังกรหลายเรื่อง
โดย...อานนท์
สวัสดีท่านผู้อ่านในวันเสาร์สบายๆ ครับ ช่วงนี้ผมได้รับขนมไหว้พระจันทร์เป็นของกำนัลเยอะเลยทีเดียว ทำให้นึกถึงเรื่องราวเกี่ยวกับแดนมังกรหลายเรื่อง หนึ่งในเรื่องที่นึกถึงมากหน่อยคือ ตำราพิชัยสงครามของซุนหวู่ นักพิชัยสงครามที่หาใครเปรียบไม่ได้ของจีน
ซุนหวู่มีเทคนิควิธีการสอนมากมายเขียนเป็นตำรับตำราเอาไว้มาก แต่ตามที่ประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้อย่างน่าสนใจนั้น มีตอนหนึ่งที่ซุนหวู่กล่าวไว้ว่า ตำราพิชัยสงครามทั้งหมดทั้งมวลนั้น จะไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย หากการบริหารขาด “วินัย”
ซุนหวู่ให้ความสำคัญกับ “วินัย” มากกว่าสิ่งอื่นใด และหากพูดกันแค่นี้ หลายท่านอาจจะคิดว่าไม่เห็นจะยาก เราก็ออกระเบียบต่างๆ เพื่อให้พนักงานของเรามีวินัย หากพนักงานคนไหนฝ่าฝืนกฎระเบียบ ก็จัดการลงโทษให้เป็นเยี่ยงอย่าง ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งในหลักการพิชัยสงคราม ที่ต้องลงโทษผู้กระทำผิด เพื่อให้คนอื่นได้เห็น และไม่ทำผิดเช่นนั้นตามอีก
หากมีคนทำผิดแล้วไม่ลงโทษ หรือทำผิดแล้วกลับได้ดี อาจจะเพราะเป็นคนใกล้ชิดของผู้มีอำนาจ หรือด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่ ก็ย่อมจะทำให้คนอื่นๆ ในกองทัพ หรือในทีมงานเสียกำลังใจ หรืออย่างน้อยก็ไม่เข้าใจในความถูกผิด ทำให้การทำงานยากขึ้น และจะเกิดอาการที่ว่า ใครเป็นพวกใคร หรือทำอะไรก็ได้หากใกล้ชิดผู้ใหญ่ ซึ่งจะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่แย่มากตามมาครับ
แต่คำว่า “วินัย” ที่สำคัญที่สุดในหลักการพิชัยสงคราม หรือการบริหาร ไม่ได้หมายถึงวินัยของทหาร หรือพนักงานทั่วไป แต่หมายถึง “วินัย” ของผู้ที่ทำหน้าที่ระดับแม่ทัพนายกอง “วินัย” ของคนที่อยู่ในระดับบริหาร ที่จะต้องทำตัวเองให้เป็นผู้มีวินัยเป็นการเริ่มต้นก่อน หากผู้บริหารยังทำตัวเป็นคนเหลวไหล ละเลยวินัย ละเลยระเบียบต่างๆ แล้วผู้น้อยที่ไหนจะนับถือ หรือเห็นเป็นตัวอย่างที่ดีได้ล่ะครับ
คำว่า “วินัยของผู้บริหาร” นั้น กินความหมายกว้าง ไม่ใช่เฉพาะแค่สิ่งที่มองเห็น หรือวัดได้ เช่น มาตอกบัตรเข้าทำงานตรงเวลา เขียนใบลากิจ ลาป่วยอย่างถูกระเบียบ ฯลฯ เรื่องนี้เป็นวินัยระดับต้นของพนักงาน ที่เอาเข้าจริงๆ ผู้บริหารบางท่านไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ เช่น ผู้บริหารไม่จำเป็นต้องตอกบัตรลงเวลา เพราะในการทำงานจริง อาจจะต้องมีธุระปะปังไปติดต่องานนอกที่ทำการ การตอกบัตรจึงจะเป็นการสร้างความยุ่งยาก ดังนั้นแม้ไม่ตอกบัตรก็ไม่มีใครว่าหรอกครับ แต่ถึงกระนั้นก็ตาม หากผู้บริหารทำตัวให้เห็นว่า มาบ่ายเป็นประจำ เมาเหล้าเป็นอาจิณ อย่างนี้คนเขาก็นินทา และไม่นับถือ ซึ่งเป็นกลไกอัตโนมัติที่จะเกิดขึ้นเองอยู่แล้วในองค์กร
ในทางกลับกัน หากผู้บริหารทำงานอย่างเข้มแข็ง จะมาสายบ้างเป็นบางคราว จะไม่ตอกบัตร ก็ย้ำได้เหมือนเดิมครับว่า ไม่มีใครว่าอะไรแน่นอน แถมพนักงานยังจะให้ความนับถือ ความเกรงใจ
แต่ก็กลับไปที่เดิมครับ เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องสำคัญของผู้บริหาร เพราะกว่าจะขึ้นมาเป็นผู้บริหาร หรือแม่ทัพนายกองได้ ต้องผ่านเรื่องระเบียบวินัยอันเป็นเรื่องปกติเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้มาก่อนแล้ว ทหารที่จะเป็นผู้บังคับบัญชา ย่อมมีวินัยติดตัวมาตั้งแต่ตอนที่ยังไต่เต้าจากการเป็นทหารชั้นผู้น้อย
แต่วินัยที่สำคัญกว่าสำหรับผู้บริหาร มีเรื่องอื่นๆ อีกมากมายครับ ที่สำคัญ และหลายคนมองข้ามคือ การมีวินัยในตัวเอง
วินัยในตัวเองมีหลายเรื่องครับ แต่ผมขอเอาเรื่องเบาๆ ก่อนก็คือ ผู้บริหารต้องเป็นคนที่พูดคำไหนคำนั้น อย่าโลเลเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา อย่าลืมนะครับว่า ก่อนการตัดสินใจอะไรแต่ละอย่าง จะต้องผ่านกระบวนการคิด กระบวนการไตร่ตรองโดยมีข้อมูลประกอบอย่างครบถ้วนมาแล้ว ไม่ใช่จู่ๆ จะตัดสินใจด้วยอารมณ์ หรือความรู้สึก และที่สำคัญอีกอย่างก็คือ เมื่อตัดสินใจแล้ว บางเรื่องไม่จำเป็นต้องประกาศ หรือเปิดเผยออกมา จนกว่าจะถึงเวลาอันสมควร แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ตัดสินใจแล้ว เปิดเผยแล้ว เมื่อนั้นคำพูดจะเป็นนาย ทีนี้ก็ต้องมีวินัย จะกลับไปกลับมาไม่ได้แล้วนะครับ ยกเว้นว่าจะมีเหตุจำเป็นที่อธิบายได้
หากกองทัพมีแม่ทัพที่โลเล เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เดี๋ยววางแผนอย่างโน้น แต่จะเอาอย่างนี้ กองทัพก็เดินตามลำบาก จะนำมาซึ่งความไม่เชื่อมั่น ไม่เชื่อถือ ดังนั้น ก่อนจะประกาศแผนการอะไร แม่ทัพต้องมั่นใจก่อนว่า คิดดีแล้ว และปักหลักกับแนวคิดนั้น (ผมไม่ได้บอกว่าห้ามเปลี่ยนนโยบาย หรือห้ามเปลี่ยนแนวคิดนะครับ เปลี่ยนน่ะได้ แต่ต้องมีเหตุผล และไม่ใช่เปลี่ยนกันทุกวินาที จนผู้ตามไม่สามารถตามทัน)
ช่วงนี้ใกล้จะเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปีแล้ว หลายองค์กรเริ่มพูดกันถึงโบนัสปลายปี นี่เป็นตัวอย่างที่ดีครับ ผมเชื่อว่า ในขณะนี้ ผู้บริหารองค์กรหลายแห่งได้คำนวณตัวเลข และกำหนดโบนัสไว้ในใจแล้วว่าจะจ่ายเท่าไหร่ แต่ก็อย่างที่บอกครับ ถ้าไม่ถึงเวลา ก็ไม่จำเป็นต้องประกาศออกไป รอจังหวะก่อนก็ได้ เพราะระหว่างนี้ไปอีกหลายเดือน ไม่มีใครรู้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร หากรีบมาก เห็นว่าผลประกอบการ 3 ไตรมาสดี ก็อยากจะชิงบอกลูกน้องว่า ปีนี้จะจ่ายโบนัสสูง ผลดีก็คือ ลูกน้องดีใจ มีกำลังใจ แต่ผลเสียที่อาจจะรออยู่คือ หากทำผลประกอบการไม่ได้อย่างที่ตั้งใจ หรือไตรมาสสุดท้ายกำไรหด ไอ้ตัวเลขที่ประกาศไว้ก็อาจจะให้ไม่ได้ ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องรีบประกาศจนกว่าจะพร้อมและแน่ใจ
วินัยในกรณีนี้ ก็คือ ถึงแม้ผู้บริหารจะรู้ตัวเลขคร่าวๆ แต่ก็มีวินัยพอที่จะเก็บความลับเอาไว้ ไม่แพร่งพรายก่อนเวลาอันควร อาจจะเป็นอีก 2 เดือนข้างหน้า แม้ว่าจะกำลังอยู่ในอารมณ์ดีใจที่เห็นผลประกอบการดี แต่ต้องมีวินัย และหลังจากนั้น เมื่อประกาศแล้ว ก็ต้องมีวินัยที่จะรักษาคำพูดอีก
วินัยของผู้บริหารมีอีกหลายเรื่อง ที่เราจะมาคุยกันต่อในโอกาสต่อไปครับ







