posttoday
บทเรียนเรื่อง White Lie กับยุทธศาสตร์การสื่อสาร

บทเรียนเรื่อง White Lie กับยุทธศาสตร์การสื่อสาร

17 กันยายน 2555

ฉบับที่แล้วผมได้นำเสนอเรื่องความเข้าใจผิด 4 ประการของบรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง

ฉบับที่แล้วผมได้นำเสนอเรื่องความเข้าใจผิด 4 ประการของบรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง

ความเข้าใจผิดประการที่หนึ่ง คือ การเป็นคน “พูดเก่ง” ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะต้อง “วางแผนการสื่อสาร”

ความเข้าใจผิดประการที่สอง คือ การมีผู้สื่อข่าวมาคอยสัมภาษณ์หน้าทำเนียบฯ หน้ากระทรวง หรือหน้าหน่วยงาน เราจึงไม่จำเป็นต้อง “วางแผนการสื่อสาร” เพราะอยากให้สัมภาษณ์เมื่อไหร่ก็มีไมค์มาคอยจ่อปากให้สัมภาษณ์อยู่แล้ว ไม่เห็นจำเป็นต้องวางแผนการสื่อสารอะไรเลย

ความเข้าใจผิดประการที่สาม คือ ผู้ใหญ่มักเข้าใจว่าตัวเองได้ให้ข้อมูล ได้ให้สัมภาษณ์ไปมากแล้ว บ่อยแล้ว คนส่วนใหญ่รู้เรื่องแล้ว ที่ไม่รู้ก็พวกที่เป็นฝ่ายตรงกันข้ามกับเรา

ความเข้าใจผิดประการที่สี่ คือ ผู้ใหญ่มักคิดเอาว่าสื่อมวลชนที่วิจารณ์เราแปลว่าสื่อมวลชนนั้นๆ มีอคติกับเรา

วันนี้เรามาดูเรื่องที่กำลังกลายเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ กับการที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กิตติรัตน์ ณ ระนอง ผู้เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ บอกว่าตัวเองต้อง White Lie เพราะต้องการสร้างความเชื่อมั่นนั้น ผมว่าเกิดจากความเข้าใจผิดทั้งหมด 4 ประการที่ผมได้กล่าวไปแล้วข้างต้น

ผมมองจากภายนอกเข้าไปยังตัวรองนายกฯ ผมไม่รู้หรอกครับว่าท่านทำงานหนักมากน้อยแค่ไหน

ผมรู้แต่ว่าท่านละเลยความสำคัญของการสื่อสารกับสาธารณชน ส่วนอะไรจะเป็นเหตุผลของการละเลยก็คงมีแต่ตัวท่านเองจะตอบได้

วันนี้คนรอบข้างอาจจะรายงานท่านว่า ที่มีข่าวโจมตีเรื่อง White Lie มากมายขนาดนี้ เป็นเพราะสื่อมวลชนมีอคติ หรือบางสายก็อาจรายงานว่าท่านโดนเกมการเมืองเล่นงาน โดยยืมมือสื่อมวลชนเล่นงานซะแล้ว

แต่อย่าลืมนะครับว่า ไม่ว่าใครจะรายงานท่านอย่างไรก็ตาม ตัวท่านเองนั่นแหละที่เป็นคนพูดเรื่องนี้ออกมาเอง

และเป็นการพูดที่ไม่ได้มีใครไปหลอกถามให้ท่านพูด ท่านคิดเอง พูดเอง

ผมประเมินจากประสบการณ์ในการทำงานด้านการสื่อสารว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะคุณกิตติรัตน์มีความเข้าใจผิดทั้งสี่ประการนี้ บวกกับการที่ท่านเริ่มมีความกังวลในผลกระทบของวิกฤตเศรษฐกิจยุโรปที่จะมีต่อประเทศไทย โดยจะเริ่มกระทบที่การส่งออกก่อน

และที่ท่านเริ่มกังวล ก็เพราะท่านและรัฐมนตรีร่วมรัฐบาล ไม่ให้ความสำคัญ “การวางแผนการสื่อสาร” กับสาธารณชน จะให้สัมภาษณ์เมื่อไหร่ก็พูดในแง่บวก พูดกลมๆ เอาไว้ว่า ไม่กระทบ ไม่กระทบ แต่พอตัวเลขเริ่มเห็นชัดว่ากระทบแน่ ก็เลยหลุดปากเรื่อง White Lie

ถ้าท่านเปลี่ยนความเชื่อที่ผิดๆ และเริ่ม “วางแผนการสื่อสาร” ท่านจะรู้ว่าท่านควรจะมีกระบวนการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายต่างๆ อย่างไรเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเหล่านั้นได้เข้าใจในสภาวะเศรษฐกิจที่แท้จริงของประเทศไทย และของโลก

และท่านก็จะรู้ว่า ใน “ยุทธศาสตร์การบริหารเศรษฐกิจ” ของท่าน (ถ้ามี) ท่านควรจะสื่อสารอย่างไร กลุ่มเป้าหมายถึงจะมั่นใจว่าท่านและคณะสามารถนำพาประเทศไทยให้เจริญเติบโตต่อไปได้ท่ามกลางภาวะผันผวนทางเศรษฐกิจของยุโรปในขณะนี้

ถ้าท่านมีภารกิจเยอะและยังไม่พร้อมจะวางแผนการสื่อสาร ผมขออนุญาตเขียน “บท” ให้ท่านเอาไว้ใช้ในการกล่าวปาฐกถาครั้งหน้า ดังนี้ครับ

“... ในเรื่องการสร้างความเชื่อมั่นนั้น ผมในฐานะรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ อยากจะกราบเรียนพี่น้องประชาชนดังนี้ครับ เมื่อตอนที่รัฐบาลนี้เข้ามาบริหารประเทศ ภาวะเศรษฐกิจโลกและยุโรปยังไม่วิกฤตขนาดนี้ ตอนนั้นตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ตัวเลขการส่งออก ก็ถูกกำหนดขึ้นบนภาวะเศรษฐกิจดังกล่าว...

บัดนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าวิกฤตเศรษฐกิจในยุโรปนั้นหนักหนากว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกประเมิน ดังนั้นประเทศไทยเราคงได้รับผลกระทบจากวิกฤตนั้นตามสมควร

แต่อย่าวิตกกังวลไปเลยครับ เพราะผมและทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลนี้ได้ตระหนักอย่างดีถึงผลกระทบดังกล่าว และกำลังทุ่มเทแรงกายแรงใจและมันสมองเพื่อหาช่องทางทำให้เศรษฐกิจประเทศไทยของเราเติบโตต่อไปให้จงได้

จริงอยู่ แม้ว่าการส่งออกจะเป็นปัจจัยสำคัญในการทำให้เศรษฐกิจไทยเจริญเติบโต แต่ก็ยังมีอีกหลายปัจจัย อาทิ การบริโภคภายในประเทศ การลงทุนของรัฐบาลและเอกชน ที่สามารถทำให้เศรษฐกิจไทยเจริญเติบโตต่อไปได้อย่างที่รัฐบาลนี้ตั้งเป้าไว้

มองในแง่ดี นี่อาจจะเป็นโอกาสดีของประเทศไทยที่จะได้ปรับสมดุลใหม่ให้กับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย โดยปรับให้การเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไม่ต้องพึ่งพากับการส่งออกมากจนเกินไป ผมหวังว่าพี่น้องประชาชนที่รักยิ่ง (ลักษณ์) จะยังคงศรัทธาและเชื่อมั่นรัฐบาลนี้และประเทศไทยเช่นเดียวกับผมนะครับ ....”

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่