
การปฏิวัติพลังงาน ในสหรัฐอเมริกา (ตอน 1)
เมื่อต้นปี 2555 ผมได้แสดงทัศนะผ่านรายการวิทยุ 96.5 ซึ่งแสดงความเห็นเรื่องภาพรวมของสถานการณ์เศรษฐกิจและการลงทุนเป็นประจำทุกวันศุกร์
โดย...สุรศักดิ์ ธรรมโม
เมื่อต้นปี 2555 ผมได้แสดงทัศนะผ่านรายการวิทยุ 96.5 ซึ่งแสดงความเห็นเรื่องภาพรวมของสถานการณ์เศรษฐกิจและการลงทุนเป็นประจำทุกวันศุกร์ เวลา 10.30-11.00 น. โดยผมได้เอ่ยถึงเรื่องการขุดเจาะก๊าซธรรมชาติในหินดินดาน (Shale Gas) ด้วยเทคโนโลยี Hydraulic Fracturing และนัยเชิงลบต่ออุตสาหกรรมถ่านหิน หลังจากนั้นปลายเดือน พ.ค. 2555 ผมได้รับเชิญไปบรรยายให้พนักงานธนาคารกรุงไทย ในสไลด์ของผมส่วนหนึ่งระบุว่า
“แต่เศรษฐกิจโลกอาจจะกลับมาขยายตัวดีกว่านั้น ถ้าสหรัฐอเมริกาสามารถปฏิวัติพลังงานผ่านเทคโนโลยี Shale Gas ได้สำเร็จและจะส่งผลให้สหรัฐเป็นชาติเดียวใน จี3 ที่จะกลับมามีการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอัตราปกติ และสหรัฐกลับคืนความเป็นอภิมหาอำนาจทางเศรษฐกิจได้” (ดาวน์โหลดเอกสารประกอบการบรรยายดังกล่าวได้ที่ http://www.siamintelligence.com/new-enviroment-of-economy-and-business/)
ล่าสุด ทาง Goldman Sachs Asset Management (GSAM) ได้ส่งรายงานบทวิเคราะห์ประจำเดือน ก.ย. 2555 ที่ชื่อว่า “The US Revolution : How Shale Energy Could Ignite the US Growth Engine” ซึ่งได้ยืนยันการคาดการณ์ของผมในช่วงกลางปีนี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีโอกาสกลับคืนสู่ตำแหน่งความเป็นอภิมหาอำนาจทางเศรษฐกิจได้ผ่านการขุดเจาะ Shale Gas ซึ่งผมเห็นว่าบทวิเคราะห์ของ GSAM ชิ้นนี้น่าสนใจ เลยนำมาสรุปความดังนี้
1) GSAM ประเมินว่าการปฏิวัติพลังงานในสหรัฐกำลังดำเนินอยู่ และเชื่อว่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจโลกในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยเทคโนโลยีในการขุดเจาะใหม่ๆ ซึ่งก็คือ เทคโนโลยี Hydraulic Fracturing นั้นสามารถขุดเจาะก๊าซธรรมชาติและน้ำมันในปริมาณที่มากขึ้น
ปัจจุบันสหรัฐนำเข้าพลังงานในสัดส่วนถึงครึ่งหนึ่งของปริมาณการบริโภคในประเทศ และเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของสหรัฐ แต่อีก 10 ปีจากนี้ไป สหรัฐจะสามารถผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในปริมาณที่มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและนำไปสู่การลดการนำเข้าพลังงาน นอกจากนี้ยังนำไปสู่การจ้างงานในอุตสาหกรรมพลังงานในสหรัฐด้วย และนำไปสู่การฟื้นตัวของกิจกรรมเศรษฐกิจสหรัฐอีกทอดหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ที่แท้จริงของการปฏิวัติพลังงาน คือ การที่สหรัฐมีความสามารถเชิงแข่งขันที่ยั่งยืน (Sustainable Competitive Advantage) จากการที่ราคาพลังงานถูกลง ทำให้ต้นทุนพลังงานลดลงและนำไปสู่การลดลงของต้นทุนการผลิตสินค้าและบริการ เพราะสหรัฐมีปริมาณก๊าซธรรมชาติประมาณ 2,200 ล้านล้านคิวบิกฟุต เทียบเท่าปริมาณน้ำมันสำรองที่พิสูจน์ได้ของซาอุดีอาระเบียทั้งหมด และปริมาณดังกล่าวนี้สหรัฐสามารถใช้ก๊าซธรรมชาติต่อเนื่องได้ถึง 100 ปี
ทั้งนี้ ในปีที่แล้วการขุดเจาะ Shale Gas ทำให้ปริมาณก๊าซธรรมชาติในสหรัฐเพิ่มขึ้นถึง 27% เมื่อเทียบกับ 7 ปีก่อนหน้า โดยปริมาณก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นนั้นแทบทั้งหมดเป็นผลมาจากขุดเจาะ Shale Gas
2) GSAM ประเมินว่าผลกระทบการปฏิวัติพลังงานในสหรัฐนั้น ส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐเป็นวงกว้าง แต่ถ้าพิจารณาผลกระทบโดยตรงนั้น สามารถประเมินได้ 3 ทาง ทางแรก คือ การจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมพลังงาน โดยในอดีตอุตสาหกรรมพลังงานสหรัฐในทศวรรษที่ผ่านมามีบทบาทช่วยในการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่มีส่วนในการจ้างงานน้อย เมื่อมีการขุดเจาะ Shale Gas มาใช้ก็จะมีการเพิ่มการจ้างงานแรงงานที่เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมพลังงาน และนำไปสู่การขยายตัวของการจ้างงานในภาพรวม
ทางที่สอง ในภาพรวมของจีดีพีสหรัฐนั้น จะขยายตัวโดยมาจากการขยายตัวของผลผลิตอุตสาหกรรมและการลดลงของการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ ซึ่งที่สุดแล้วจะนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของจีดีพีสหรัฐประมาณ 0.10-0.15% ต่อปี ซึ่งเป็นผลบวกมาจากการเพิ่มขึ้นของการลงทุนและการที่นำก๊าซธรรมชาติในประเทศมาใช้ทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ
นอกจากนี้ การนำเข้าพลังงานของสหรัฐจะลดลงน้อยกว่า 40% ของปริมาณการบริโภคพลังงานทั้งหมดในปลายทศวรรษนี้ (ค.ศ. 2019) และยังมีผลกระทบเชิงบวกในลักษณะคูณทวีต่อจีดีพีสหรัฐอีก ดังนั้นการประเมินผลบวกต่อจีดีพีสหรัฐที่ระดับ 0.10-0.15% ต่อปี จึงเป็นการประเมินที่ต่ำด้วยซ้ำไป เพราะอาจสูงมากกว่านี้ โดย GSAM ประเมินว่าจากปีหน้าเป็นต้นไปจนถึงปี ค.ศ. 2019 ราคาน้ำมันดิบไม่น่าจะสูงกว่า 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ทางที่สาม ด้านการค้าระหว่างประเทศ การขุดเจาะก๊าซธรรมชาติเพื่อทดแทนการนำเข้า จะช่วยดุลการค้าสหรัฐให้ดีขึ้น ปัจจุบัน 50% ของการขาดดุลการค้าสหรัฐ มาจากการนำเข้าผลิตภัณฑ์พลังงาน ซึ่งคิดเป็นครึ่งหนึ่งของการนำเข้าทั้งหมดของสหรัฐ ดังนั้นถ้าการนำเข้าพลังงานลดลง 40% ของปริมาณการบริโภคพลังงานทั้งหมดในปี ค.ศ. 2019 จะส่งผลให้ดุลการค้าสหรัฐขาดดุลลดลงถึง 10% และทำให้สหรัฐมีความมั่นคงทางพลังงานอย่างมาก
หมายเหตุ โปรดติดตามตอนต่อไปในสัปดาห์หน้า และเนื้อหาในบทความเป็นความคิดเห็นส่วนตัวไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานที่สังกัด







