
ฟินันซ่ามองหุ้น1,400จุด
กำไรบจ.หนุนดัชนีปีนี้ปี-หน้า ชูกองปันผล6เดือนแจก15%
กำไรบจ.หนุนดัชนีปีนี้ปี-หน้า ชูกองปันผล6เดือนแจก15%
บลจ.ฟินันซ่า มองเป้าดัชนีปีนี้ปีหน้าแตะ 1,300-1,400 จุด ชู “ฟินันซ่า หุ้นปันผล” เหมาะทุกสภาวะ 6 เดือนแจก 15% สวนดัชนีเปรียบเทียบติดลบ
นายสุรสีห์ จงไชโย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ฟินันซ่า เปิดเผยว่า บริษัทมองแนวโน้มดัชนีหุ้นไทยในปี 2555-2556 อยู่ที่ 1,300-1,400 จุด จากกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่คาดว่าจะเติบโต 13-15% จากการบริโภคภายในประเทศ การลดภาษีนิติบุคคล และมาตรการของภาครัฐ แม้การส่งออกจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างประเทศก็ตาม
“หากปลายปีดัชนีปิดตัวในระดับสูง ก็จะทำให้ส่วนต่างการปรับขึ้นในปีหน้าเหลือน้อย จนกว่าจะมีปัจจัยบวกใหม่ๆ มาสนับสนุนจนต้องปรับเป้าหมาย และในกรอบขาลงมองระดับต่ำสุดของดัชนีที่ประมาณ 1,200 จุด หรือที่สัดส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) 12 เท่า ก็น่าจะรับอยู่” นายสุรสีห์ กล่าว
นายธีรพันธุ์ จิตตาลาน กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ฟินันซ่า กล่าวว่า กองทุนเปิดฟินันซ่า หุ้นปันผล (FAM DEF) ถือเป็นทางเลือกในการลงทุนได้ในทุกช่วงสภาวะ เนื่องจากกองทุนเน้นลงทุนหุ้นปันผลที่มีปัจจัยพื้นฐาน โดยใช้กลยุทธ์การลงทุนในแบบ Optimization Model ที่นำจุดเด่นของหุ้นปันผลมาจัดพอร์ตโฟลิโอ โดยคำนึงถึงปัจจัยผลตอบแทนจากการเพิ่มขึ้นของราคาด้วย ไม่ได้เน้นเฉพาะหุ้นที่จ่ายปันผลดี แต่ราคานิ่ง
“กองทุนเน้นสร้างพอร์ตที่ให้ปันผลสูงจากหุ้นพื้นฐานดี เพื่อลดความเสี่ยงขาลงและจัดพอร์ตให้ได้รับผลตอบแทนใกล้เคียงกับตลาด เพื่อเก็บเกี่ยวกำไรในช่วงขาขึ้น” นายธีรพันธุ์ กล่าว
สำหรับผลตอบแทนของกองทุนตั้งแต่จัดตั้งมา 6 เดือน (29 ก.พ.31 ส.ค.) อยู่ที่ 15.55% สูงกว่าดัชนีเปรียบเทียบ คือ SET High Dividend 30 Index ซึ่งติดลบ 0.97% และย้อนหลัง 3 เดือนอยู่ที่ 13.76% ดัชนีเปรียบเทียบอยู่ที่ 4.76%
ในช่วงที่ผลตอบแทนจากตราสารหนี้อยู่ในระดับต่ำ ทำให้หุ้นปันผลสูงเริ่มได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก บริษัทจะไปนำเสนอกองทุนนี้ให้แก่นักลงทุนสถาบันและตั้งเป้าขนาดกองทุนเติบโตขึ้นประมาณ 1,000 ล้านบาท
นายสุรสีห์ กล่าวว่า บริษัทจะคัดเลือกหุ้นพื้นฐานดีประมาณ 40-50 ตัว และใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ Optimization Model เพื่อหาสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสมระหว่างผลตอบแทนจากเงินปันผลและราคาหุ้น จึงได้หุ้นในพอร์ต 24 ตัว โดยลงทุนตัวละไม่เกิน 10%
“กองทุนจะถือลงทุนระยะยาว ไม่มองปัจจัยที่เข้ามากระทบตลาดในระยะสั้น แต่จะดูปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับหุ้นที่ลงทุนว่าทำให้พื้นฐานเปลี่ยนหรือไม่ และหากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรงเกินก็จะขายทำกำไร ไปลงทุนหุ้นตัวอื่นที่ราคาไม่แพง และจ่ายเงินปันผลได้สูงกว่าตลาด” นายสุรสีห์ กล่าว
นอกจากนี้ จากข้อมูล 5 ปีย้อนหลังพบว่าเงินปันผลมีส่วนสำคัญในการสร้างความมั่งคั่งแก่นักลงทุนในระยะยาว ขณะเดียวกันหุ้นปันผลผันผวนน้อยกว่าดัชนีตลาดโดยรวม







