posttoday
มหัศจรรย์รถคันแรก ดันตลาดรถโตไม่หยุด2ปี

มหัศจรรย์รถคันแรก ดันตลาดรถโตไม่หยุด2ปี

13 กันยายน 2555

ไม่น่าเชื่อ เมื่อเห็นตัวเลขยอดขายรถยนต์ 8 เดือนแรกของปีนี้ ที่มียอดขาย 859,417 คันนั้น สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 47.2%

ไม่น่าเชื่อ เมื่อเห็นตัวเลขยอดขายรถยนต์ 8 เดือนแรกของปีนี้ ที่มียอดขาย 859,417 คันนั้น สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 47.2%

แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 367,270 คัน หรือ 44% ของยอดขายทั้งหมด รถเพื่อการพาณิชย์ 492,147 คัน หรือ 43% ของยอดขาย ซึ่งในส่วนของรถยนต์นั่งพบว่า รถยนต์นั่งขนาดเล็ก (บีเซ็กเมนต์) มียอดขายมากที่สุดคือ 32% รถยนต์นั่งขนาดกลาง (ซีเซ็กเมนต์) 8% และรถยนต์นั่งขนาดใหญ่ 3% และรถเอ็มพีวี 1% (ดูตารางประกอบ)

สำหรับตัวเลขยอดขายรถยนต์ของปีนี้ คาดการณ์กันว่าจะอยู่ที่ 1.2 ล้านคัน แต่เมื่อพิจารณาจากยอดขาย 8 เดือนแล้ว เชื่อว่า 4 เดือนที่เหลือจะทำให้ยอดขายรถยนต์มากกว่า 1.35 ล้านคันแน่นอน เพราะหากมองย้อนกลับไปดูยอดขายรถยนต์ตั้งแต่เดือน พ.ค. 2555 เป็นต้นไป มียอดขายมากกว่าเดือนละ 1 แสนคันมาตลอด

ประกอบกับในช่วง 4 เดือนที่เหลือนี้ เป็นช่วงโค้งสุดท้ายของนโยบายคืนภาษีรถยนต์คันแรก ที่จะหมดเวลาการใช้สิทธิจองรถในวันที่ 31 ธ.ค.นี้ แต่รัฐบาลได้ปรับหลักเกณฑ์ให้ค่ายรถสามารถส่งมอบรถให้กับลูกค้าที่ใช้สิทธินโยบายคืนภาษีรถคันแรกเมื่อใดก็ได้ ยิ่งกลายเป็นแรงกระตุ้นให้ประชาชนเร่งจองรถที่เข้าข่ายโครงการนี้ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็ก รถอีโคคาร์ รวมไปถึงรถกระบะ ที่ได้รับอานิสงส์ ทั้งสิ้น

สุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและขาย บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า จากคาดการณ์ตลาดรถยนต์ 1.2 ล้านคันปีนี้ จะเป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็ก 3.51 แสนคัน ซึ่งมากกว่าปีที่แล้วกว่า 1 แสนคัน ซึ่งยอดขายที่เพิ่มขึ้นเชื่อว่า 95% เป็นผลจากนโยบายรถคันแรก ขณะที่ยอดขายรถกระบะปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 5.47 แสนคัน เพิ่มมากกว่าปีที่แล้วถึง 2 แสนกว่าคัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากโครงการรถคันแรกกว่า 90% เช่นกัน

มหัศจรรย์รถคันแรก ดันตลาดรถโตไม่หยุด2ปี

 

“โครงการรถคันแรก คือปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดรถยนต์เมืองไทยเติบโตอย่างมาก ซึ่งเชื่อว่ากำลังซื้อในกลุ่มรถที่เข้าข่ายใช้สิทธิรถคันแรกของปีนี้จะเป็นการดึงกำลังซื้อของปีหน้ามาเกือบทั้งหมด”

แม้ว่ากำลังซื้อในปีหน้าจะถูกดึงมาอยู่ในปีนี้เป็นจำนวนมาก แต่สถานการณ์ของตลาดรถยนต์ในปีหน้ายังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีแน่นอน เพราะบริษัทรถยนต์จะต้องผลิตรถยนต์เพื่อส่งมอบให้กับลูกค้าที่มีอยู่อีกมาก ซึ่งเข้าสู่ยุค “ยอดขายถูกกำหนดโดยยอดการผลิต” หรือผลิตมาเท่าไหร่ก็ขายได้หมด

ทั้งนี้ ค่ายรถยนต์อีโคคาร์ในปีหน้า อาจต้องส่งมอบรถให้กับลูกค้าไปจนถึงสิ้นปีหน้า นั่นหมายความว่า ค่ายรถนั้นจะไม่มีกิจกรรมทางการตลาดใหม่ๆ ออกมา ขณะที่ค่ายอื่นๆ ก็ประสบปัญหาเรื่องการส่งมอบเช่นกัน โดยเฉลี่ยแล้วทุกค่ายมีภาระยอดค้างส่งมอบรถให้ลูกค้าเฉลี่ยอยู่ที่ 6 เดือนทั้งสิ้น ทำให้ในปีหน้าจะไม่ได้เห็นแคมเปญดุเดือด ประเภทลดแลกแจกแถมแน่

“ปีหน้ากลุ่มรถยนต์ที่จะมีความเคลื่อนไหวจะเป็นกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร ที่ปีนี้ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากโครงการรถคันแรก แต่ในปีหน้าค่ายรถทุกค่ายที่มีสินค้าในกลุ่มนี้จะลงมาเล่นในตลาดนี้แน่นอน และน่าจะเป็นสินค้าตัวเดียวที่มีความเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก”

ต้องยอมรับว่า ปีนี้และปีหน้ายังเป็นปีทองของอุตสาหกรรมรถยนต์ ตราบจน กว่าการส่งมอบรถยนต์ที่คงค้างไว้จะหมดลง และค่ายรถยนต์เริ่มหาลูกค้าใหม่เข้ามาอยู่ในมือ โดยคาดว่าตลาดรวมปีหน้าน่าจะยังใกล้เคียงกับตลาดรวมปีนี้ที่ 1.2 ล้านคัน หรืออาจลดลงบ้างแต่ไม่มาก

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าจับตามองคือ ตลาดหลังจากปี 2556 ว่าทิศทางตลาดรถยนต์เมืองไทยจะก้าวไปสู่จุดใด เนื่องจากไม่มีปัจจัยบวกมากระตุ้นให้ตลาดเติบโตแบบก้าวกระโดดเหมือนในปีนี้แล้ว และตลาดรวมรถยนต์เมืองไทยจะไปอยู่ในปริมาณเท่าใด

แต่สิ่งที่น่าสนใจที่ สุรีทิพย์ มองว่ากลายเป็นดาบสองคมของตลาดที่เติบโตแบบก้าวกระโดด คือ การบริการหลังการขายของค่ายรถยนต์ทุกค่าย รวมถึงการขาดแคลนบุคลากรในระดับช่างฝีมือ ทั้งในส่วนของโรงงานและศูนย์บริการ โดยจะเกิดสถานการณ์ “ซื้อตัว” ช่างของศูนย์บริการแน่นอน

"รถที่ออกไปเพิ่มแบบก้าวกระโดดแบบนี้ ทำให้ทุกค่ายรถประสบปัญหาเหมือนกันหมดคือ ลูกค้าต้องรอซ่อมนาน ช่องซ่อมไม่พอ ช่างไม่พอ เมื่อช่างไม่พอ ก็ต้องซื้อตัวช่าง เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เรื่องนี้เกิดขึ้นแน่ๆ"

ทั้งนี้ มาสด้าได้เตรียมการแก้ไขเรื่องนี้ไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นแผนเพิ่มตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการในปีนี้เป็น 130 แห่ง และ 148 แห่งในปีหน้า และสั่งให้ดีลเลอร์เพิ่มบริการช่องซ่อมเร่งด่วน เพิ่มหน่วยโมบาย เซอร์วิส และเพิ่มพนักงานซ่อม เพื่อรองรับกับปัญหาที่จะตามมาด้วย รวมถึงเจรจากับผู้ผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ ให้เพิ่มกำลังการผลิตอะไหล่ไว้รองรับปัญหาดังกล่าว

 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน