
วิกฤตแรงงานลามทุ่ง "ส่วย" ระบาด คนซื้อเสี่ยงไม่ได้บ้าน
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
แม้ปัญหาในภาคส่งออกจะเป็นการส่งสัญญาณอันตรายที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต หรือความกังวลใจกับสถานการณ์น้ำในปีนี้ที่ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ว่าจะท่วมหรือไม่ท่วม แต่ทั้งสองปัญหาก็ยังส่งผลอยู่แค่ในระดับความรู้สึกนึกคิด มีผลทางด้านจิตวิทยา แต่ปัญหายังลอยมาไม่ถึง ต่างกับปัญหาวิกฤตแรงงานที่กำลังเผชิญหน้าและนับวันจะรุนแรงแสนสาหัสขึ้นทุกวัน จนผู้ประกอบการอสังหาฯ ระดับบิ๊กๆ กังวลว่าอาจจะเป็นระเบิดเวลาลามไปถึงผู้บริโภคที่ไม่อาจรับโอนบ้านได้ตามกำหนดเวลา
ส่วยระบาด รับเหมาจุก แรงงานต่างด้าวเผ่น
ปัญหาเริ่มเห็นผลกระทบในเชิงรูปธรรม เมื่อคอนโดมิเนียมหลายแห่งเริ่มเกิดปัญหา เมื่อผู้รับเหมาใช้เหตุผลแรงงานขาดแคลนขอปรับขึ้นค่าจ้างเพื่อซื้อตัวแรงงาน แต่เมื่อการเจรจาจ่ายเงินเพิ่มไม่ลงตัว จึงไม่มีคนงานมาทำงานต่อ ส่งผลให้ผู้ประกอบการไม่สามารถส่งมอบห้องชุดให้ลูกค้าได้ตามกำหนด
ทั้งนี้ แหล่งข่าวระบุด้วยว่า ปัญหาแรงงานต่างด้าวที่ขาดแคลนส่วนหนึ่งเป็นผลจากแรงงานต่างด้าวบางส่วนกลับไปทำงานในประเทศของตนเองเพื่อรับกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) แต่อีกประเด็นเป็นเพราะแรงงานต่างด้าวเจอการตรวจจับจากเจ้าหน้าที่รัฐอย่างหนัก จึงไม่มั่นใจที่จะทำงานในไทยต่อ
ในขณะที่ผู้รับเหมาหลายรายยังเจอปัญหาส่วยแรงงานต่างด้าวจากหลายหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องในอัตราที่เพิ่มสูงขึ้น ขนาดโครงการเล็กๆ ยังต้องจ่ายกันเดือนละเป็นหลักแสนถึงจะไม่โดนกวน แต่กลายเป็นต้นทุนแฝงที่สูงขึ้นมาก และไม่สามารถเรียกเก็บกับผู้ประกอบการได้ จึงเป็นผลให้ผู้รับเหมาบางรายที่ใช้แรงงานต่างด้าวจำนวนมากไม่สามารถทำงานต่อได้
หันซื้อคอนโดสร้างเสร็จ/แบกสต๊อกอ่วม
แม้ว่าภาพรวมของการส่งมอบโครงการคอนโดมิเนียมในเวลานี้ ส่วนใหญ่ยังคงเป็นไปตามเป้าหมาย แต่หลายฝ่ายยอมรับว่าวิกฤตขาดแคลนแรงงานที่รุนแรงขึ้น เป็นประเด็นที่ต้องจับตามอง
เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า การที่เกิดปัญหาคอนโดมิเนียมส่งมอบล่าช้ามากขึ้น เพราะรับเหมาขาดแคลนแรงงาน อาจส่งผลให้ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่นในการซื้อที่อยู่อาศัยแนวสูง ซึ่งท้ายที่สุดจะกระทบกับตลาด
“ความต้องการคอนโดไม่ได้หมดไป แต่ลูกค้าอาจจะเลือกซื้อคอนโดสร้างเสร็จมากขึ้น ซึ่งมีข้อดีคือ ทำให้ผู้เล่นในตลาดน้อยลง แต่ข้อเสียคือ ผู้ประกอบการจะรู้สึกมีความเสี่ยงมากขึ้น”
ทั้งนี้ ความเสี่ยงดังกล่าวไม่ได้เป็นเรื่องตัวเงิน แต่เป็นเรื่องความเสี่ยงในการขาย เพราะหากโครงการขายมียูนิตเหลือขายจำนวนมาก เท่ากับต้องเริ่มทำการตลาดใหม่ในช่วงอาคารชุดก่อสร้างเสร็จ ซึ่งหากตลาดเข้าสู่ภาวะเช่นนี้ มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะสต๊อกล้น หรือโอเวอร์ซัพพลายได้
หวั่นปัญหาลามภาคการผลิตชะงักจี้รัฐเร่งแก้
ด้านบิ๊กอสังหาฯ อย่าง อธิป พีชานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย กล่าวว่า ปัญหาแรงงานขาดแคลนน่าจะส่งผลกระทบกับบ้านแนวราบมากกว่าแนวสูง เนื่องจากโครงการแนวสูงจำเป็นต้องใช้ผู้รับเหมารายใหญ่ที่มีความเชี่ยวชาญ ขณะที่ผู้รับเหมารายใหญ่ล้วนมีเครือข่ายแรงงานจำนวนมากที่จะเดินหน้าโครงการให้จบ ส่วนบ้านแนวราบส่วนใหญ่จะใช้ผู้รับเหมารายย่อยที่มีข้อจำกัดในการหาแรงงานมาทำงานให้ จึงมีโอกาสที่รับเหมารายย่อยในตลาดบ้านจัดสรรจะทิ้งงานมากกว่าแนวสูง
ที่ผ่านมา ปัญหาแรงงานขาดแคลนรุนแรงขึ้น และยังไม่มีวี่แววว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม โดยหากวิเคราะห์ศักยภาพของไทยเวลานี้ ไทยอาจจะเป็นประเทศที่มีโอกาส มีเงินทุน มีเทคโนโลยีที่ดีกว่าเพื่อนบ้าน แต่ไทยกำลังไม่มีกำลังการผลิต นั่นหมายความว่าไทยกำลังเผชิญหน้ากับความเสี่ยงที่จะไม่มีผลผลิตที่เพิ่มขึ้นในทุกธุรกิจ ไม่ใช่แค่อสังหาริมทรัพย์ เพราะเวลานี้แรงงานไทยก็ขาดแคลน แรงงานต่างด้าวก็ติดปัญหาหลายด้าน ซึ่งรัฐบาลควรเข้ามาแก้ปัญหาให้ถูกทาง
หากรัฐยังไม่ยื่นมือเข้ามาแก้ไขอย่างเรื่องด่วน ปัญหาจะลุกลามบานปลายมากขึ้น จนสุดท้ายคนที่รับเคราะห์กรรมหนักสุดคงหนีไม่พ้นผู้บริโภคนั่นเอง







