posttoday
"หุ้นพลังงานทางเลือก" รุ่ง

"หุ้นพลังงานทางเลือก" รุ่ง

10 กันยายน 2555

การปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ หรือค่าเอฟที งวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2555 ที่ 18 สตางค์ต่อหน่วย และค่าเอฟทีที่มีแนวโน้มขึ้นต่อเนื่องในปี 2556 เป็นผลดีต่อหุ้นพลังงานทางเลือก โดยเฉพาะบริษัท เอสพีซีจี (SPCG) และบริษัท กันกุล เอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL)

การปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ หรือค่าเอฟที งวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2555 ที่ 18 สตางค์ต่อหน่วย และค่าเอฟทีที่มีแนวโน้มขึ้นต่อเนื่องในปี 2556 เป็นผลดีต่อหุ้นพลังงานทางเลือก โดยเฉพาะบริษัท เอสพีซีจี (SPCG) และบริษัท กันกุล เอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL)

บริษัท เอสพีซีจี (SPCG) ผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของ “วันดี กุญชรยาคง” กรรมการผู้จัดการใหญ่ จะเป็นรายแรกที่ได้ประโยชน์ เพราะราคาขายไฟฟ้าอิงกับค่าเอฟทีโดยตรง แต่ไม่มีต้นทุนค่าพลังงานแต่อย่างใดจากธุรกิจโซลาร์ฟาร์มที่ใช้แสงแดดเป็นต้นกำเนิดในการผลิตไฟฟ้า

“สมบัติ เอกวรรณพัฒนา” นักวิเคราะห์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) พบว่า ทุกการเปลี่ยนแปลง 0.1 บาทต่อกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง จะทำให้กำไรเปลี่ยนแปลง 1.6%

“วันดี” มั่นใจว่าปีนี้จะพลิกกลับมามีกำไร จากปีก่อนที่มีผลขาดทุน 11.79 ล้านบาท และรายได้เติบโตมากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 100% เนื่องจากปีนี้มีกำลังการผลิตติดตั้งเพิ่มขึ้นอีก 20% หลังจากโซลาร์ฟาร์ม โครงการที่ 10 เป็นต้นไป จะมีกำลังการผลิตติดตั้งเพิ่มเป็น 7.47 เมกะวัตต์ จากโครงการที่ 19 ที่มีกำลังผลิตติดตั้งเพียง 6.123 เมกะวัตต์ เนื่องจากมีการปรับปรุงเทคโนโลยีการผลิตใหม่ ซึ่งกำลังผลิตติดตั้งที่เพิ่มขึ้น ทำให้รายได้แต่ละโครงการเพิ่มขึ้นเป็น 120 ล้านบาทต่อปี จากกำลังผลิตเดิมที่สร้างรายได้ 105 ล้านบาทต่อปี

อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะสามารถจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้ในช่วงปลายปี 2556 ตามนโยบายปันผลไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังจากหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและสำรองตามกฎหมาย

SPCG ร่วมกับธนาคารกสิกรไทยตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระดมทุน 5,000 ล้านบาท โดยนำโครงการโซลาร์ฟาร์ม 10-16 ที่ผลิตกระแสไฟฟ้าขายให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เข้ากองทุนเดือน ก.ย.นี้ ถึงต้นไตรมาส 4 ปีนี้ ส่วนผลตอบแทนจากการลงทุนยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา

"หุ้นพลังงานทางเลือก" รุ่ง

“วันดี” กล่าวว่า บริษัทจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) โครงการที่ 1734 เพื่อลดการกู้เงินระยะสั้นจากสถาบันการเงิน โดยทรัพย์สินที่เกิดขึ้นจากการลงทุนในโครงการที่ 1734 ยังเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท เอสพีซีจี แต่กองทุนจะได้กรรมสิทธิ์เป็นรายได้ทั้งหมดของโครงการตามอายุกองทุน

ขณะที่ บล.เอเซีย พลัส และ บล.โนมูระ พัฒนสิน มีมุมมองว่า GUNKUL โดดเด่น เพราะเมื่อไฟฟ้าในประเทศยังขาดแคลน รัฐบาลจึงสนับสนุนพลังงานทางเลือกผ่านการส่งเสริมจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ไม่เสียภาษี 8 ปี และอีก 5 ปีถัดไปเสีย 50% และโอกาสการลงทุนในพม่าที่ถือว่าเปิดกว้างต่อการลงทุนของผู้ประกอบการไทย หลังพม่าใช้กำลังการผลิตเพียง 5,000 เมกะวัตต์ น้อยกว่าไทย ที่ 2.5 หมื่นเมกะวัตต์

GUNKUL ได้รับสัมปทานโรงไฟฟ้าพลังงานลมจากพม่า 1,000 เมกะวัตต์ “โศภชา ดำรงปิยวุฒิ์” กรรมการผู้จัดการ GUNKUL ประมาณการว่าในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ รายได้ของบริษัทยังมีการเติบโตได้ดี แม้ว่าจะไม่มีรายได้และกำไรพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนใน บริษัท จีพาวเวอร์ ซอร์ซ (GPS) เหมือนกับช่วงครึ่งแรกของปีนี้ เนื่องจากจะมีรายได้จากธุรกิจงานรับเหมาก่อสร้างเข้ามาสนับสนุนการขยายตัวของบริษัท

ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือจำนวน 1,350 ล้านบาท และในช่วงที่เหลือของปีนี้น่าจะเพิ่มเป็นประมาณ 2,000 ล้านบาท ได้ เนื่องจากจะมีงานใหม่จากการปรับปรุงเขื่อน 2 แห่ง เช่น เขื่อนสิรินธร รวมถึงงานการก่อสร้างแผงโซลาร์ ในโครงการซีเค แอนด์ ซัน พาวเวอร์ แพลนท์

ทั้งนี้ งานในมือดังกล่าว คาดว่าจะทยอยรับรู้เข้ามาเป็นรายได้ในช่วงที่เหลือของปีนี้ประมาณ 50% ที่เหลือจะเป็นการรับรู้ในปีหน้า และคาดว่ารายได้ของบริษัทในปีนี้น่าจะทำได้ตามเป้าหมาย 4,300 ล้านบาท คิดเป็น 50-60% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

สำหรับรายได้ในปี 2556 บริษัทเชื่อว่ายังมีการเติบโตได้อีกในระดับ 20% เนื่องจากโรงไฟฟ้าผลิตจากแสงอาทิตย์กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 57 เมกะวัตต์ จาก 10 โครงการ จะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าเต็มจำนวนได้ในช่วงต้นปีหน้า ซึ่งจะมีรายได้จากการขายไฟฟ้าในส่วนนี้เข้ามาประมาณ 500 ล้านบาทต่อปี ซึ่งมากเพียงพอจะชดเชยรายได้พิเศษจากการขายเงินลงทุนในปีนี้ ทำให้ปีหน้ายังสามารถเติบโตในระดับ 20% ได้อยู่

ทั้งนี้ ตามกลยุทธ์บริษัทต้องการมุ่งสู่การเป็นบริษัทดำเนินธุรกิจด้านพลังงานนั้น บริษัทประเมินว่าในระยะ 3 ปีข้างหน้า หรือในปี 2558 สัดส่วนรายได้และกำไรจากธุรกิจพลังงานจะเพิ่มขึ้นเป็น 70% จากระดับ 45% ในปัจจุบัน ขณะที่ธุรกิจการเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้านั้น จะลดสัดส่วนลงเหลือ 30% จากปัจจุบันอยู่ที่ 55%

"หุ้นพลังงานทางเลือก" รุ่ง

GUNKUL เป็นผู้ประกอบการในกลุ่มธุรกิจผลิต จัดหา และจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับระบบไฟฟ้าและระบบพลังงานทดแทน และธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน แต่ผลจากการวางกลยุทธ์ต่อยอดไปยังธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนโดยเฉพาะ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และโรงไฟฟ้าพลังงานลมทำให้มีความครบวงจรมากขึ้นอีกทั้งมีอัตรากำไรสูงกว่าเดิม

ธุรกิจพลังงานลมจะสร้างจะทยอยสร้างรายได้ให้ตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นไป จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 5 โครงการกำลังการผลิตรวม 27 เมกะวัตต์ ที่ดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ไปแล้ว ส่วนที่เหลืออีก 4 โครงการ กำลังการผลิต 27 เมกะวัตต์ จะแล้วเสร็จไตรมาส 4 ปีนี้และอีก 1 โครงการ กำลังการผลิต 3 เมกะวัตต์ คาดว่าจะแล้วเสร็จไตรมาสแรกปี 2556

สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานลมนั้น คาดว่าจะแล้วเสร็จไตรมาส 3 ปี2556 สำหรับ 10 เมกะวัตต์แรก และอีก 50 เมกะวัตต์ ตามแผนจะอยู่ช่วงปี 2557 ที่จะช่วยผลักดันรายได้รวมปี 2556 ให้ทำสถิติสูงสุดหรือเพิ่มขึ้น 12% จากคาดการณ์ปี 2555 โดยเงินทุนในอนาคตถือว่าเพียงพอ เนื่องจากโรงไฟฟ้าส่วนใหญ่จะมีลักษณะที่เป็นโครงการเงินกู้ ภายใต้สมมติฐานอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน 3 เท่า จึงสามารถก่อหนี้ได้อีก 3,000 ล้านบาท จากอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน 1.42 เท่าเพียงพอกับการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งหมด และพลังงานลม 10 เมกะวัตต์

ด้านโรงไฟฟ้าพลังงานลม 50 เมกะวัตต์ นั้น มีความเป็นไปได้ที่จะหาผู้ร่วมทุน เพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่และหากพิจารณาระยะยาวนอกจากโครงการในประเทศแล้ว GUNKUL อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้สำหรับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่พม่า ที่ปัจจุบันได้รับสัมปทานแล้ว 1,000 เมกะวัตต์ และหากสำเร็จจะถือเป็นการต่อยอดธุรกิจในพม่า จากปัจจุบันที่มีเฉพาะธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์

นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส คาดว่า กำไรจากการดำเนินงานของ GUNKUL ปี 2555-2557 จะเติบโตเชิงรุกถึง 55.6% ด้วยการลงทุนข้างต้น อย่างไรก็ตามสำหรับกำไรสุทธิปี 2556 ที่ลดลงจากปี 2555เนื่องจากไตรมาสแรกปี 2555 มีการบันทึกรายได้พิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท จี เพาเวอร์ ซอร์ซ (GPS) 60% ของบริษัท ผลิตไฟฟ้า (EGCO) 416 ล้านบาท

หากตัดรายการพิเศษดังกล่าว จะเห็นการเติบโตของกำไรกว่าเท่าตัวในปี 2556 เป็นผลมาจากการรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์กำลังการผลิตรวม 41 เมกะวัตต์ เต็มทั้งปีและโรงไฟฟ้าพลังงานลม 10 เมกะวัตต์ 1 ไตรมาส งวดไตรมาส 4 ปี 2556 ซึ่งธุรกิจไฟฟ้าพลังงานทดแทนถือเป็นธุรกิจที่ให้อัตรากำไรสุทธิสูงถึง 47% เนื่องจากสัมปทานที่ได้รับมีมูลค่ามีราคาที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยรับซื้อ 8 บาทต่อหน่วย สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และ 3.5 บาท สำหรับพลังงานลม จึงช่วยหนุนให้กำไรสุทธิเฉลี่ยของทุกธุรกิจปรับตัวเพิ่มขึ้น 35% จาก 6.25%

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด เบรนท์ฟอร์ด พบ ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด เบรนท์ฟอร์ด พบ ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69