
พิษค่าจ้างขั้นต่ำส่งผลต้นทุนเพิ่มทันที7%
ค่าจ้างขั้นต่ำทำให้อุตฯ ขนาดเล็กต้นทุนเพิ่มทันที 7%
ค่าจ้างขั้นต่ำทำให้อุตฯ ขนาดเล็กต้นทุนเพิ่มทันที 7%
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจธนาคารไทยพาณิชย์ ออกบทวิเคราะห์เรื่องมติปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาทเท่ากันทั่วประเทศ โดยจะมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2556 ว่า อัตราค่าจ้างขั้นต่ำใหม่เป็นการปรับขึ้นอีกเฉลี่ย 25% ใน 70 จังหวัด หลังการปรับขึ้นรอบแรก 40% ตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ การปรับขึ้นค่าจ้างรอบใหม่มีผลให้ค่าจ้างขั้นต่ำมีอัตราเพิ่มตั้งแต่ 10-35% จังหวัดที่จะได้รับผลกระทบ น้อยสุด คือ กรุงเทพฯ ฉะเชิงเทรา สระบุรี พระนครศรีอยุธยา ชลบุรี และระยอง ซึ่งมีค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ที่ 264-273 บาท จังหวัดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ จ.พะเยา ศรีสะเกษ น่าน ตาก และสุรินทร์ ซึ่งอัตราค่าจ้างขั้นต่ำก่อนปรับอยู่ที่ 222-226 บาท
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ระบุว่า การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำได้ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นรวมเฉลี่ย 7% โดยอุตสาหกรรมก่อสร้าง อาหารและเครื่องดื่ม สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม และภาคการเกษตรจะได้รับผลกระทบทางต้นทุนจากการปรับขึ้นค่าจ้างมากที่สุด คือ มีต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น 8-10%
“การปรับขึ้นค่าจ้างรอบใหม่เป็น 300 บาททั่วประเทศ จะส่งผลกระทบอย่างมากต่ออุตสาหกรรมในชนบท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมแปรรูปขนาดย่อม ซึ่งมีการใช้แรงงานเข้มข้น พึ่งพาเครื่องจักรและเทคโนโลยีน้อย อาจไม่มีเงินทุนเพียงพอ หรือไม่คุ้มทุนที่จะเพิ่มการผลิตด้วยการนำเครื่องจักรมาใช้” ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ระบุ







