
เช็กบิล66รง.ลอบทิ้งของเสีย
ส่วนใหญ่รายย่อยหวังลดทุน กรอ.หาช่องเพิ่มโทษกำราบ
ส่วนใหญ่รายย่อยหวังลดทุน กรอ.หาช่องเพิ่มโทษกำราบ
กรอ.เปิดผลตรวจ 101 โรงงานอุตสาหกรรม พบ 66 โรงงานลอบทิ้งของเสีย
นายศักดา พันธ์กล้า ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับและคณะทำงานตรวจสอบโรงงานผู้รับบำบัดและกำจัดกากอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานเป้าหมายเฉพาะที่ประกอบกิจการสุ่มเสี่ยง ที่อาจจะก่อเหตุเดือดร้อนและอาจลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมรอบสุดท้าย พบว่ามี 66 โรงงาน เข้าข่ายต้องสั่งระงับ ให้ปรับปรุง พร้อมดำเนินคดี จากโรงงานทั้งหมดที่เข้าไปตรวจสอบ 101 โรงงาน คิดเป็น 63% ซึ่งถือว่ามาตรฐานโดยรวมของโรงงานกำจัดกากค่อนข้างแย่
ขณะเดียวกัน มีคำสั่งให้ 25 โรงงาน อยู่ในข่ายระมัดระวัง ห้ามประกอบกิจการที่ก่อให้เกิดเหตุเดือดร้อนจนกระทบประชาชนและสภาพแวดล้อม ซึ่งโรงงานในกลุ่มที่มีปัญหาส่วนใหญ่เป็นโรงงานขนาดกลางและขนาดย่อมที่ลงทุน 5-20 ล้านบาทเท่านั้น จึงพยายามที่จะลดต้นทุนให้มากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่มีวิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญประจำ
ทั้งนี้ จะนำเสนอผลการตรวจสอบไปยัง ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รมว.อุตสาหกรรม และนายประพัฒน์ วนาพิทักษ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อพิจารณา และจะเสนอให้เพิ่มความเข้มแข็งของกฎหมายที่กำกับดูแล เพิ่มโทษปรับ รวมถึงมีระบบฐานข้อมูลรวบรวมบริษัทที่เคยกระทำความผิด หากพบว่ามีการกระทำผิดซ้ำจะต้องสั่งเพิกถอนใบอนุญาตโรงงาน
“โรงงานเสี่ยง 101 โรงงาน มีไม่ได้มาตรฐานถึง 63% สะท้อนเลยว่าผู้ประกอบการค่อนข้างเห็นแก่ตัว ลักลอบทิ้งของเสียหรือน้ำเสีย ต่อจากนี้จะเข้มงวดมากขึ้น พร้อมกับเข้มงวดในการขอใบอนุญาต ประสานงานกับอุตสาหกรรมจังหวัดให้ตรวจเข้มตั้งแต่ต้นทาง” นายศักดา กล่าว
แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้มีคำสั่งให้ระงับโรงงานกำจัดกาก บางส่วนให้ปรับปรุงแก้ไขโรงงานพร้อมดำเนินคดี บางโรงให้หยุดประกอบการทันที รวมทั้งหมด 16 โรงงาน เช่น บริษัท กิตติกร เบสท์ เซอร์ราวดิ้ง และบริษัท เค.เอส.ดี. รีไซเคิล เป็นต้น
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ได้จัดตั้งคณะทำงานหรือหน่วยงานเฉพาะกิจตรวจโรงงานทั่วประเทศ เพื่อลดปัญหาการลักลอบทิ้งกากมีพิษ การเกิดอุบัติเหตุ และการละเลยความปลอดภัย







