posttoday
ทวงเงินจำนำข้าว4แสนล้าน

ทวงเงินจำนำข้าว4แสนล้าน

01 กันยายน 2555

ธกส.หมดแรงก้อนแรก3.06แสนล.ยังไม่ได้รับจัดสรร/รอบใหม่จะเริ่มต.ค.นี้

ธกส.หมดแรงก้อนแรก3.06แสนล.ยังไม่ได้รับจัดสรร/รอบใหม่จะเริ่มต.ค.นี้

ธ.ก.ส.หมดแรงเผยปีหน้าใช้เงินรับจำนำข้าวกว่า 4 แสนล้านบาท คาดเริ่มต้นเดือน ต.ค.นี้ ระบุหากรัฐไม่ชำระเงินกู้คืน จะต้องจัดหาเงินมาให้ 100%

นายบุญไทย แก้วขันตี รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า โครงการรับจำนำข้าวรอบใหม่ในฤดูกาลหน้า ธนาคารประมาณการว่าจะใช้วงเงินทั้งโครงการ 4.05 แสนล้านบาท จากจำนวนผลผลิตที่คาดว่า จะเข้าโครงการ 25 ล้านตัน แบ่งเป็นข้าวเปลือกนาปี 2555/2556 จำนวน 15 ล้านตัน และข้าวเปลือกนาปรัง 2556 จำนวน 10 ล้านตัน

ทั้งนี้ กรอบดำเนินการจำนำข้าวทั้งหมดจะต้องผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) จากนั้นจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติ โดยคาดว่าจะเริ่มเปิดรับจำนำได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้

นอกจากนี้ หากนับรวมกับโครงการจำนำพืชผลการเกษตรอื่นๆ อีก ตามนโยบายรัฐบาล เช่น มันสำปะหลัง ยางพารา จะส่งผลให้ในปีงบประมาณหน้าต้องใช้วงเงินเพื่อดำเนินโครงการรับจำนำผลิตผลการเกษตรทั้งสิ้นประมาณ 4.5 แสนล้านบาท

นายบุญไทย กล่าวว่า อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้รัฐบาลยังไม่ชำระหนี้จากการรับจำนำในรอบที่แล้วคืนให้แก่ ธ.ก.ส. ดังนั้นหากจะต้องเริ่มโครงการรับจำนำรอบใหม่ รัฐบาลจะต้องจัดสรรวงเงินมาชำระของเก่าทั้งหมดคืนก่อน หรืออีกทางหนึ่งรัฐบาลจะต้องจัดหาวงเงินที่จะใช้ในโครงการรับจำนำรอบใหม่มาให้ ธ.ก.ส.ทั้ง 100% เพื่อใช้เป็นสภาพคล่องในการดำเนินการรับจำนำพืชผลทางการเกษตรและจำนำข้าว

สำหรับการรับจำนำข้าวนาปรังรอบพิเศษนั้น คณะกรรมการ ธ.ก.ส.เห็นชอบให้ขยายโครงการรับจำนำข้าวนาปรัง 2555 เพิ่มอีกกว่า 2 ล้านตัน ใช้วงเงินเพิ่มอีกประมาณ 3 หมื่นล้านบาท แต่การขยายปริมาณรับจำนำรอบพิเศษยังอยู่ภายใต้กรอบวงเงินที่ตั้งไว้ที่ 2.69 แสนล้านบาท

นายบุญไทย กล่าวว่า ธ.ก.ส. ใช้วงเงินในโครงการรับจำนำผลิตผลการเกษตรทั้งหมด ประกอบด้วย ข้าว มันสำปะหลัง และยางพารา ในรอบที่ผ่านมารัฐบาลใช้เงินไปรวมทั้งสิ้น 3.06 แสนล้านบาท เป็นเงินจาก ธ.ก.ส. 9 หมื่นล้านบาทที่เหลือเป็นเงินกู้ที่รัฐบาลจัดหามาเพิ่มเติม โดยมีเกษตรกรได้รับประโยชน์จำนวนกว่า 2.38 ล้านราย

นายบุญไทย ยอมรับว่า การดำเนินโครงการรับจำนำข้าวต้องมีผลขาดทุนแน่นอน เพราะเป็นการรับซื้อในราคาสูงกว่าตลาด แต่เงินส่วนต่างดังกล่าวเกษตรกรเป็นผู้ได้รับประโยชน์ ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งหากคำนวณราคาข้าวในตลาดตันละ 1.1 หมื่นบาท ส่วนราคารับจำนำ 1.5 หมื่นบาท ถ้าผลขาดทุนออกมาไม่เกิน 6.8 หมื่นล้านบาท ก็ถือว่าไม่ขาดทุน เพราะเงินส่วนนี้อยู่ในมือเกษตรกร

“คิดง่ายๆ ส่วนต่างตันละ 4,000 บาท ข้าวที่รับจำนำ 17 ล้านตัน ส่วนที่ขาดทุน 6.8 หมื่นล้านบาท ตรงนี้ชาวนาได้เต็มๆ ซึ่งหากเทียบกับประกันรายได้ กำหนดราคาอ้างอิง 8,000 บาท แล้วรัฐบาลชดเชยส่วนต่างให้ แต่ในความเป็นจริงชาวนาขายไม่ได้ราคา 8,000 บาท หรอก เขาก็โดนโรงสีกดราคาอยู่ดี แล้วคนได้ประโยชน์ก็คือพ่อค้า” นายบุญไทย กล่าว

นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การประชุมคณะอนุกรรมการ กขช. ที่มี นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ เป็นประธาน ในวันที่ 3 ก.ย.นี้ จะมีการประชุมเพื่อแก้ปัญหาการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังรอบพิเศษ โดยเสนอให้ยืดหยุ่นการใช้สิทธิเกษตรกรจากเดิมที่กำหนดไว้หลังวันที่ 1 ก.ค. 2555 เป็นวันที่ 1 มิ.ย. 2555 แทน เพื่อให้เกษตรกรที่ปลูกข้าวหลังน้ำท่วมลดได้ใช้สิทธิรับจำนำในฤดูกาลผลิตปี 2554/2555 เพราะยังมีช่องโหว่ช่วงรอยต่ออยู่ คาดว่าจะมีข้าวเปลือกค้างอยู่ร่วม 1 ล้านตัน

นอกจากนี้ จะมีการพิจารณาหลักเกณฑ์การรับจำนำข้าวเปลือกรอบใหม่ตามปีงบประมาณ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2555-30 ก.ย. 2556 โดยประเด็นหลัก คือ การเข้มงวดในขั้นตอนรับจำนำ สีแปรข้าวเปลือกเป็นข้าวสารและการส่งมอบ รวมถึงตรวจสอบสถานการณ์ปริมาณข้าว ความพร้อมของโรงสีและงบ ประมาณสำหรับใช้ในโครงการก่อนนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการ กขช. และ ครม. ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ภายในเดือน ก.ย.นี้

แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า คาดว่าในที่ประชุมคงต้องมีการหารือเกี่ยวกับการของบ ประมาณเพิ่มเติมที่จะใช้ในการรับจำนำข้าวเปลือกรอบใหม่ วงเงิน 2.6 แสนล้านบาทด้วย โดยที่ไม่ต้องรอการปิดบัญชีของโครงการรับจำนำข้าวรอบแรก ที่ขณะนี้กำลังเร่งระบายข้าวอยู่ เพราะโครงการรับจำนำรอบใหม่จะเริ่มในเดือน ต.ค.นี้

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน