
ศก.โลกลากไทยลงเหว
ธปท.ยอมรับไทยเริ่มกระทบจากเศรษฐกิจโลกเพิ่มขึ้น โชคดีการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนช่วยพยุง
ธปท.ยอมรับไทยเริ่มกระทบจากเศรษฐกิจโลกเพิ่มขึ้น โชคดีการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนช่วยพยุง
นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมในเดือน ก.ค. ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกมากขึ้น สะท้อนจากการหดตัวของมูลค่าการส่งออกสินค้าและการผลิตในอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก
มูลค่าการส่งออกเดือนนี้ 1.92 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวติดลบ 3.9% จากเดือนก่อนหน้าที่มีมูลค่า 1.95 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
สินค้าส่งออกที่หดตัวตามอุปสงค์ในตลาดโลก คือ หลอดอิเล็กทรอนิกส์และส่วนประกอบ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงสิ่งท่อและเครื่องนุ่งห่ม
ขณะที่การส่งออกสินค้าเกษตรยังคงหดตัวต่อเนื่องตามปริมาณการส่งออกข้าวที่หดตัวลง เพราะราคาข้าวสูงกว่าประเทศคู่แข่ง ซึ่งเป็นผลจากนโยบายรับจำนำข้าว ส่วนยางพาราส่งออกลดลงตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอ
อย่างไรก็ดี การใช้จ่ายภาคเอกชนในประเทศยังขยายตัวได้ดี โดยการบริโภคภาคเอกชนขยายตัว 7% จากเดือนก่อนหน้า 4.4% การลงทุนภาคเอกชนขยายตัว 19.5% จากเดือนก่อน 19%
นอกจากนี้ ยังได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น มาตรการลดค่าครองชีพ มาตรการรถยนต์คันแรก มาตรการที่ใช้จ่ายในต่างจังหวัด บวกกับภาวะการเงินที่เอื้ออำนวย เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยของไทยยังต่ำ สินเชื่อเกือบทุกประเภทไม่ว่าสินเชื่อภาคธุรกิจและสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคก็ยังขยายตัวได้ดีเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ช่วยให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมเพื่อขายในประเทศยังคงขยายตัวได้ สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ขยายตัวต่อไปได้
“ตอนนี้เศรษฐกิจโลกเริ่มกระทบการส่งออกมากขึ้น แต่การใช้จ่ายภาคเอกชนที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย ที่จะช่วยรองรับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกได้ในระดับหนึ่ง แม้จะทดแทนกันไม่ได้ทั้งหมด ก็ช่วยพยุงให้เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้” นายเมธี กล่าว
นายเมธี กล่าวว่า หากพิจารณาจากสัดส่วนการเติบโตในอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจการบริโภคและการลงทุนในประเทศ คงไม่สามารถทดแทนการส่งออกที่ลดลงได้ทั้งหมด แต่ก็ถือว่าช่วยพยุงได้อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันสัดส่วนการบริโภคในประเทศต่อจีดีพีมีประมาณ 55% การลงทุน 20% การส่งออกลบการนำเข้าสุทธิ 15% และภาคอื่นๆ อีก 10%
ทั้งนี้ ดัชนีการผลิตภาคอุตสาห กรรมขยายตัวติดลบ 5.8% อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 64.5% รายได้ภาคการเกษตรขยายตัว 6.6% และภาคการท่องเที่ยวขยายตัว 5.3%







