
ผ่าแผนสสปน.ปั้นไทยฮับแสดงสินค้าอาเซียน
การจัดงานแสดงสินค้านานาชาติ หรือกลุ่มเอกซิบิชัน เป็นอีกกลุ่มที่มีความสำคัญในธุรกิจจัดการประชุมสัมมนาและนิทรรศการ (ไมซ์)
การจัดงานแสดงสินค้านานาชาติ หรือกลุ่มเอกซิบิชัน เป็นอีกกลุ่มที่มีความสำคัญในธุรกิจจัดการประชุมสัมมนาและนิทรรศการ (ไมซ์)
ซึ่งในปีนี้สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. มีเป้าหมายผลักดันให้เอกซิบิชันสร้างรายได้หมุนเวียนทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยกว่า 7,900-8,000 ล้านบาท และดึงให้มีผู้เข้าชมงาน 8 หมื่นคน คิดเป็นสัดส่วน 22% ของรายได้ไมซ์ทั้งหมด 8 หมื่นล้าน-1 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ ในช่วงที่ทุกประเทศต่างให้ความสำคัญที่จะใช้ภาคการท่องเที่ยวเป็นตัวขับเคลื่อนรายได้ให้กับประเทศของตัวเอง พร้อมปรับกลยุทธ์ให้กับธุรกิจไมซ์มากขึ้น แผนการขับเคี่ยวเพื่อขึ้นแท่นการเป็นเบอร์ 1 ในภูมิภาค จึงจำเป็นต้องมีทั้งแผนรุกและตั้งรับ
ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายงานแสดงสินค้านานาชาติ สสปน. เปิดเผยถึงกลยุทธ์การไต่ระดับให้ประเทศไทยเป็นฮับในอาเซียน ว่า สสปน.ได้ใช้กลยุทธ์การทำตลาดใน 3 แนวทาง ได้แก่ 1.การทำตลาด เน้นสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ประเทศไทยเป็นฮับประตูสู่ตลาดอาเซียน ซึ่งมองว่าการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ปี 2558 จะช่วยผลักดันให้เกิดการเดินทางเพิ่มขึ้นในกลุ่มประชากรอาเซียนที่มีจำนวนกว่า 600 ล้านคน
2.แผนการพัฒนาธุรกิจ จะมุ่งเน้นในกลุ่มประเทศจีเอ็มเอสลุ่มแม่น้ำโขงใน 6 ประเทศ คือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กัมพูชา พม่า สาธารณรัฐประชาชนจีนตอนใต้ มณฑลยูนนาน เวียดนาม และประเทศแถบตะวันออกกลาง ขณะที่ประเทศกลุ่มยุโรปจะชะลอกการทำตลาดเล็กน้อย เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในแถบยุโรป และ 3.แผนการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน การร่วมกันพัฒนาธุรกิจไมซ์ประเทศไทยร่วมกัน
“สสปน.ได้เดินสายจัดโรดโชว์สินค้าไมซ์ไทยไปยังประเทศแถบเออีซี ล่าสุดที่ประเทศเวียดนาม ซึ่งมีผลตอบรับที่ดี โดยคาดว่าปีนี้ตลาดเวียดนามจะเติบโตกว่า 10%”
สำหรับแนวโน้มตลาดเวียดนาม สสปน.ได้ลงนามความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมการค้าเวียดนาม หรือเวียดเทรด เพื่อนำเอกชนในธุรกิจไมซ์การจัดแสดงสินค้านานาชาติแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน โดยได้เสนอ 19 งานแสดงสินค้าให้กับนักธุรกิจเวียดนามรับฟัง ซึ่งมองว่าอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพที่จะมาจัดงานในประเทศไทยใน 8 กลุ่ม เช่น อุตสาหกรรมเกษตร อาหารและยา จิวเวลรี ยานยนต์ เป็นต้น
ศุภวรรณ ย้ำว่า จากการวิเคราะห์ตลาดเวียดนาม มองว่าธุรกิจไมซ์อาจไม่บูมเท่ากับ 5 ปีก่อน แต่การเจาะตลาดในครั้งนี้เป็นส่วนช่วยต่อยอดให้เกิดการเดินทางแบบเชื่อมโยงในกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว พม่า ไทย และเวียดนาม หรือ CLMTV
นอกจากนี้ การเปิดใช้ท่าเรือทวาย ประเทศพม่า ปี 2558 จะเป็นช่องทางเสริมศักยภาพการเดินทางทางน้ำ โดยเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าเพื่อนำมาจัดงานแสดงสินค้านานาชาติในประเทศไทยจากประเทศแถบยุโรป แทนการขนส่งทางอากาศเพียงช่องทางเดียวเท่านั้น
สำหรับคู่แข่งที่น่ากลัวของประเทศไทยในการทำตลาดกลุ่มเอกซิบิชัน มองว่าประเทศอินโดนีเซียมีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากภูมิศาสตร์เป็นหมู่เกาะ ทำให้ยากต่อการรุกตลาด ขณะที่รัฐบาลรณรงค์ให้ประชากรใช้สถานที่ภายในประเทศเป็นที่จัดงาน ซึ่งขณะนี้ สสปน.อยู่ระหว่างการปรับกลยุทธ์การตั้งรับและรุกตลาดอินโดนีเซีย
อย่างไรก็ตาม สถานที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของประเทศไทย ความพร้อมของสถานที่จัดงาน โดยเฉพาะรัฐบาลเตรียมเปิดศูนย์การประชุมนานาชาติ จ.เชียงใหม่ ในปีหน้า จะทำให้ประเทศไทยมีแม่เหล็กจูงใจการจัดไมซ์เพิ่มขึ้น







