posttoday
‘ทิพย’เน้นบริหารเบี้ยประกันชีวิต

‘ทิพย’เน้นบริหารเบี้ยประกันชีวิต

29 สิงหาคม 2555

จับมือบริษัทในเครือวินาศภัย ปั๊มยอด3พันล้านผ่านออมสิน

จับมือบริษัทในเครือวินาศภัย ปั๊มยอด3พันล้านผ่านออมสิน

ทิพยประกันชีวิตงัดกลยุทธ์ประกันภัยต่อของวินาศภัย บริหารความเสี่ยงรับขยายธุรกิจ

นายบรรพต หงษ์ทอง ประธานกรรมการ บริษัท ทิพยประกันชีวิต เปิดเผยว่า บริษัทจะนำรูปแบบการบริหารความเสี่ยงภัยด้วยประกันภัยต่อของบริษัท ทิพยประกันภัย มาใช้คู่กับบริษัท ทิพยประกันชีวิต ซึ่งอาจถือเป็นบริษัทแรกๆ ที่นำประกันภัยต่อมาใช้กับประกันชีวิต เพื่อให้บริษัทสามารถควบคุมความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ และบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับในปีนี้ตั้งเป้าทำเบี้ยรับรวมให้ได้ 2,400-3,000 ล้านบาท เนื่องจากคาดว่าผลการดำเนินงานในช่วง 3 ไตรมาสจะออกมาดีมาก ซึ่งปัจจุบันทำเบี้ยสามัญได้แล้วประมาณ 400 ล้านบาท จากเป้าเบี้ยสามัญที่ตั้งไว้ทั้งปี 300 ล้านบาท ทำให้ต้องปรับเป้าเบี้ยสามัญเพิ่มเป็น 800 ล้านบาท

ทั้งนี้ ตามแผนเดิมที่บริษัทต้องการขายเบี้ยประกันสามัญที่ให้ผลตอบแทนระยะยาวกับบริษัทได้ดีในสัดส่วน 10% เบี้ยประกันสินเชื่อผ่านธนาคารออมสินที่ให้ผลตอบระยะกลางกับบริษัทในสัดส่วน 55% และเบี้ยประกันกลุ่มผ่านลูกค้าองค์กรที่ให้ผลตอบแทนระยะสั้นกับบริษัทในสัดส่วน 35%

“ตามแผนช่วงแรกเราจะเน้นสร้างรายได้ผ่านประกันสินเชื่อบ้านของธนาคารออมสินซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นก่อน เพราะประกันสินเชื่อและประกันสามัญมีความเสี่ยงน้อยที่สุดและทำยอดได้ง่าย แต่เมื่อยอดขายประกันสามัญได้รับการตอบรับอย่างดีจากตลาดก็อาจปรับสัดส่วนเพิ่มเป็น 25% เพราะในระยะยาวแล้วเบี้ยสามัญคือ หัวใจของประกันชีวิตส่วนประกันกลุ่มเราจะไม่ขยายตัวมาก ถ้ามีความเสี่ยงมากเกินไปก็ไม่รับงาน ขอเน้นคุณภาพไว้ก่อน ซึ่งเราก็นำประกันภัยต่อมาช่วยด้วย” นายบรรพต กล่าว

สำหรับตัวแทนในปัจจุบันมีอยู่ 500 คน ตั้งเป้าสิ้นปีนี้เพิ่มเป็น 1,000 คน จากเดิมมีอยู่แค่ 100 คน โดยจับกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงบน สำหรับลูกค้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และลูกค้าระดับกลางถึงล่าง สำหรับลูกค้าต่างจังหวัดเน้นกรมธรรม์สะสมทรัพย์ บำนาญ และตลอดชีพ ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าซื้อเบี้ยเฉลี่ย 1 แสนบาทต่อราย

นายบรรพต กล่าวว่า ส่วนเรื่องฐานะการเงินนั้น หลังจากที่เพิ่มทุนตามแผนเสร็จแล้วจะทำให้บริษัทมีอัตราความเพียงพอต่อเงินกองทุนสูงสุดในอุตสาหกรรมถึง 1,800% ซึ่งตามแผน 4 ปี บริษัทต้องเพิ่มทุนใหม่ให้ครบ 3,000 ล้านบาท โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2554-2557 จะเพิ่มทุนจากกลุ่มผู้ถือหุ้น 2,400 ล้านบาท และปี 2558 จะเข้าไประดมทุนในตลาดหุ้นอีก 600 ล้านบาท ซึ่งการเพิ่มทุนนั้น เพื่อรองรับกับการขยายตัวธุรกิจในอนาคต โดยเราจะเพิ่มทุนจากผู้ถือหุ้นถึงระดับหนึ่งเท่านั้น หลังจากนั้นก็เข้าไปในตลาดหุ้น

สำหรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่จะมีการเพิ่มทุนนั้น ปัจจุบันมีธนาคารออมสิน 21% ทิพยประกันภัย 20% ไทยศรีประกันภัย 15% กลุ่มพรมพิบาล 5% และไทยบรูไน ฟันด์อีก 15%

 

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่