posttoday
บริทใหญ่เปิดกลยุทธ์ คว้าชัยตลาดอาเซียน

บริทใหญ่เปิดกลยุทธ์ คว้าชัยตลาดอาเซียน

28 สิงหาคม 2555

การเปิดเสรีประชาคมอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 อาจสร้างความกังวลต่อผู้ประกอบการไทยอยู่บ้าง

การเปิดเสรีประชาคมอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 อาจสร้างความกังวลต่อผู้ประกอบการไทยอยู่บ้าง

สำหรับกลุ่มที่ไม่เคยออกไปทำการค้าต่างประเทศ โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่นอกจากจะกังวลต่อการมีต่างชาติเข้ามาแย่งชิงตลาดไปแล้ว ยังไม่รู้อีกด้วยว่าจะสามารถใช้ประโยชน์จากเออีซีได้อย่างไร

กรมส่งเสริมการส่งออกจึงได้จัดสัมมนาภายใต้หัวข้อ “มองอย่างเซียน เจาะลึกธุรกิจ พิชิตตลาด AEC” โดยให้ผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ในการออกไปพิชิตตลาดอาเซียนแล้ว มาแนะนำถึงเคล็ดลับและวิธีการออกสู่ตลาดอาเซียนอย่างมั่นคง เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้ประโยชน์จากการเปิดเออีซีได้อย่างเต็มที่

สนั่น อังอุบลกุล ประธานกรมการบริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ ซึ่งเข้าไปลงทุนในอาเซียนมานานกว่า 20 ปีแล้ว เริ่มต้นจากการเข้าไปตั้งสำนักงานขายเล็กๆ ในแต่ละประเทศ เพื่อศึกษาตลาดและความเป็นไปได้ ก่อนที่จะตัดสินใจเข้าไปลงทุนตั้งโรงงานผลิตสินค้าในประเทศนั้นๆ กระทั่งปัจจุบันสินค้าของบริษัทได้ขายออกไปยังเวียดนาม กัมพูชา ลาว และทุกประเทศที่เหลือในอาเซียนแล้ว โดยตอนนี้ได้เข้าไปตั้งสำนักงานในประเทศอินเดีย 3 แห่งเพิ่มเติม เพื่อที่จะกระจายสินค้าเข้าตลาดอินเดีย เพราะถือว่าเป็นตลาดที่สำคัญมาก

ขณะที่การขยายโรงงานได้ไปลงทุนในเวียดนามและอินโดนีเซีย โดยโรงงานของบริษัทจะใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมากที่สุด เพื่อผลิตสินค้าให้มีต้นทุนถูกสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้ ทำให้มีลูกค้ารายใหญ่เข้ามาทำธุรกิจกับบริษัทค่อนข้างมาก ผลจากการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ก็ทำให้บริษัทสามารถขายบรรจุภัณฑ์ได้เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการใช้แรงงานในต่างประเทศที่มีจำนวนมากกว่าแรงงานในไทย

บริทใหญ่เปิดกลยุทธ์ คว้าชัยตลาดอาเซียน

 

“การออกไปลงทุนในต่างประเทศหากยังไม่มั่นใจ ยังไม่กล้าเข้าไป ให้ลองส่งสินค้าเข้าไปขายก่อน เพื่อทดลองตลาด เข้าไปตั้งสำนักงานเล็กๆ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของสินค้าเราในตลาดนั้นๆ ให้มีความพร้อมก่อน แล้วค่อยตัดสินใจลงทุนสร้างโรงงานผลิตสินค้า”

อย่างไรก็ดี การออกไปลงทุนจำเป็นต้องเลือกธุรกิจที่มีความถนัด และต้องสร้างความแข็งแรงให้กับฐานการผลิตที่อยู่ในเมืองไทยด้วย รวมทั้งต้องรักษาคุณภาพการผลิตให้ได้มาตรฐานอยู่เสมอ

ด้าน คมกริช นาคะลักษณ์ ผู้อำนวยการด้านการบริหารและธุรกิจสัมพันธ์กลุ่มมิตรผล กล่าวว่า ธุรกิจมิตรผลออกไปลงทุนในต่างประเทศค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในธุรกิจน้ำตาลที่เป็นธุรกิจหลักและเป็นธุรกิจที่มีความชำนาญ การที่ออกไปลงทุนในต่างประเทศเป็นเพราะในประเทศไทยมีพื้นที่เพาะปลูกจำกัด ขยายธุรกิจและผลผลิตได้ยากขึ้น การออกไปลงทุนในต่างประเทศจึงเป็นการวิธีแก้ปัญหา

ในอาเซียนมิตรผลมีโรงงานตั้งอยู่ใน 2 ประเทศ คือ ไทยและลาว การที่เลือกเข้าไปในลาวนั้น เนื่องจากลาวเป็นประเทศที่มีพื้นที่ทางการเกษตรเหลืออยู่มาก สามารถเข้าไปปลูกอ้อยได้ รวมถึงยังเป็นประเทศที่ได้สิทธิประโยชน์พิเศษทางการค้าในการส่งออกน้ำตาลไปยังประเทศในยุโรป โดยยุโรปจะรับซื้อน้ำตาลจากลาวในราคาที่สูงกว่าราคาตลาด และธุรกิจน้ำตาลยังเป็นธุรกิจที่รัฐบาลลาวให้การส่งเสริมการลงทุน มีสิทธิประโยชน์ทางภาษี

การเข้าไปลงทุน แม้จะเป็นบริษัทใหญ่ก็ยังพบอุปสรรคมากมาย หากผู้ประกอบการต้องการเข้าไปลงทุนในต่างประเทศควรจะต้องมีการศึกษากฎระเบียบให้รอบคอบ รวมถึงต้องอบรมพนักงานไทยที่จะเข้าไปทำงานในต่างประเทศให้รู้ถึงวัฒนธรรมของแต่ละประเทศด้วย

ขณะที่ พรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล ที่ปรึกษาอาวุโส กลุ่มธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) กล่าวว่า การออกไปลงทุนต่างประเทศควรจะเข้าไปศึกษาตลาดก่อน เน้นเข้าไปทำการค้าเพื่อดูศักยภาพของตลาด ก่อนที่จะเข้าไปลงทุนเต็มตัว ในส่วนของสินค้าเกษตรประเทศเพื่อนบ้านของไทยถือว่าเหมาะกับธุรกิจเกษตรอย่างมากเพราะมีพื้นที่และวัตถุดิบ ซึ่งหากไม่เข้าไปลงทุนประเทศเหล่านี้เป็นตลาดของไทยอยู่แล้ว และยังเป็นแหล่งวัตถุดิบให้ไทยอีกด้วย

สิ่งที่ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องเรียนรู้ก่อนตัดสินใจออกไปขายสินค้า หรือลงทุนในอาเซียน คือ จำเป็นต้องรู้ว่าสินค้าอยู่ในส่วนไหนของห่วงโซ่การผลิต เป็นสินค้าขั้นสุดท้ายหรือเป็นวัตถุดิบ หลังจากนั้นต้องศึกษาอัตราภาษีเพราะเออีซีไม่ได้หมายความว่าสินค้าทุกชนิดจะมีภาษีเป็น 0% รวมถึงเงื่อนไขต่างๆ และต้องศึกษาเรื่องถิ่นกำเนิดสินค้าให้ถูกต้อง เพื่อจะได้ใช้ประโยชน์จากเออีซีได้ สุดท้ายต้องผลิตสินค้าที่มีมาตรฐานผ่านการรับรองจากมาตรฐานในเมืองไทย รวมถึงมาตรฐานในประเทศคู่ค้าด้วย

ปิดท้ายด้วย เกริกกล้า สนธิมาศ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทเอเวอร์กรีน คอนเทนเนอร์ เทอร์มินัล (ประเทศไทย) แนะนำว่า ผู้ประกอบการด้านการขนส่งของไทยควรจะเข้าสู่มาตรฐานทุกราย เพราะปัจจุบันบางรายยังไม่ได้มาตรฐาน ในอนาคตจะทำให้เกิดปัญหาได้ เนื่องจากหากไทยจะกำหนดเงื่อนไขที่จะเปิดให้ต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจขนส่งต้องผ่านมาตรฐานของไทย ผู้ประกอบการไทยจึงจำเป็นต้องผ่านมาตรฐานไทยเป็นอย่างต่ำ เพื่อให้ทำธุรกิจในระดับสากลได้

นอกจากนี้ ต้องการให้มีการผลักดันให้เกิดอาเซียนไฮเวย์ เพื่อการขนส่งและเชื่อมต่อเส้นทางระหว่างกันให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อเป็นเส้นทางในการควบคุมสินค้าเข้าออก รวมถึงกำหนดเส้นทางการวิ่งของสินค้าไม่ให้วิ่งสะเปะสะปะ ซึ่งจุดนี้คงต้องเร่งให้ประเทศเพื่อนบ้านของไทยพัฒนาถนนให้มีมาตรฐานให้เร็วที่สุด ไทยและทุกประเทศจึงจะได้ประโยชน์จากการเชื่อมโยงด้านการขนส่ง

 

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่