
ใช้ไอทดึงไทย "วัน-สต็อปช็อป" ด้านการท่องเที่ยวอาเซียน
กระแสโซเชียลมีเดียในโลกอินเทอร์เน็ต กลายเป็นสิ่งจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการแข่งขันในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยุคปัจจุบัน ระบบออนไลน์ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้ขับเคลื่อนข้อมูลข่าวสารโดยตรงให้กับนักท่องเที่ยวได้ทั่วทุกมุมโลกตลอด 24 ชั่วโมง สะท้อนภาพได้จากสถิติจัดเก็บพฤติกรรมการจองของนักท่องเที่ยวทั่วโลกขององค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ หรือ UNWTO (The United Nations World Tourism Organisation) พบว่านักท่องเที่ยวจองแพ็กเกจทัวร์ผ่านระบบออนไลน์ 50-60% มียอดการจองประมาณ 750 ล้านแพ็กเกจ และนักท่องเที่ยวใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูลด้านการท่องเที่ยวสัดส่วน 75% ของการใช้คอมพิวเตอร์
กระแสโซเชียลมีเดียในโลกอินเทอร์เน็ต กลายเป็นสิ่งจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการแข่งขันในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยุคปัจจุบัน ระบบออนไลน์ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้ขับเคลื่อนข้อมูลข่าวสารโดยตรงให้กับนักท่องเที่ยวได้ทั่วทุกมุมโลกตลอด 24 ชั่วโมง สะท้อนภาพได้จากสถิติจัดเก็บพฤติกรรมการจองของนักท่องเที่ยวทั่วโลกขององค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ หรือ UNWTO (The United Nations World Tourism Organisation) พบว่านักท่องเที่ยวจองแพ็กเกจทัวร์ผ่านระบบออนไลน์ 50-60% มียอดการจองประมาณ 750 ล้านแพ็กเกจ และนักท่องเที่ยวใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูลด้านการท่องเที่ยวสัดส่วน 75% ของการใช้คอมพิวเตอร์
ข้อมูลดังกล่าว สะท้อนภาพความจำเป็นในการเรียนรู้และปรับตัวของผู้ประกอบการท่องเที่ยวในอนาคต โดย อภิชัย สกุลสุริยะเดช ประธานสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยีเพื่อการท่องเที่ยว หรือ ทีทีเอ เล่าว่า ถึงเวลาที่เอกชนท่องเที่ยวต้องใช้จุดแข็งด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยมาเพิ่มโอกาสทางการตลาด ด้วยการใช้ระบบไอทีสร้างเครือข่ายการขายแพ็กเกจทัวร์แบบเชื่อมโยงในแต่ละประเทศ โดยใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การเดินทาง สร้างการเติบโตทางธุรกิจ
รวมถึงผลักดันให้ประเทศไทยเป็น “วันสต็อปช็อป” ด้านการท่องเที่ยวสำหรับอาเซียน อย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงความฝันและเป้าหมายหลอกๆ เท่านั้น โดยใช้ประเทศไทยเป็นฮับการเดินทางท่องเที่ยว ก่อนเดินทางต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม พม่า กัมพูชา ทำให้ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวและมีรายได้จากการเป็นผู้ให้บริการด้านการจองแพ็กเกจ
ทั้งนี้ หากเทียบศักยภาพแบบหมัดต่อหมัด ประเทศไทยมีความได้เปรียบด้านการท่องเที่ยวมากที่สุดในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) โดยจุดแข็งที่ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติปักหมุดการเดินทางมาประเทศไทย เพราะเสน่ห์ของแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย การมีประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น ความเป็นมิตรและรอยยิ้มของคนไทยที่หาไม่ได้จากประเทศอื่น โครงสร้างพื้นฐานการเดินทางที่ดีเมื่อเทียบกับประเทศใกล้เคียง เห็นได้ว่าประเทศไทยมีภูมิศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางการเดินทางและความคุ้มค่าเงินเป็นจุดขายสำคัญที่ทำให้แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม สามารถขายได้อย่างซ้ำๆ โดยไม่จำเป็นต้องสร้างแหล่งท่องเที่ยวแบบแมนเมดขึ้นมาใหม่
มีเพียงระบบการบริหารจัดการที่ถูกต้อง ที่จะทำให้ประเทศไทยขึ้นเป็นผู้นำอย่างแท้จริง ซึ่งทีทีเอมองว่าผู้ประกอบการท่องเที่ยวต้องฉวยโอกาสทางการตลาดในครั้งนี้วางระบบการจองผ่านออนไลน์ เหมือนการสร้างเครือข่าย เว็บไซต์อโกด้า เอเชียรูม ไดเรกรูม เป็นต้น ซึ่งทำหน้าที่จองแพ็กเกจทัวร์เส้นทางการท่องเที่ยวทั่วโลกในราคาพิเศษ หากผู้ประกอบการไทยมีเว็บไซต์ลักษณะดังกล่าวได้ เชื่อว่าจะช่วยสร้างรายได้หมุนเวียนทางการท่องเที่ยวให้กับประเทศไทยได้อย่างมหาศาล
“น่าแปลกที่ประเทศไทยมีสินค้าครบครันและมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านไอที แต่กลับไม่มีเว็บไซต์ที่สามารถเชื่อมโยงการจองขนาดใหญ่ได้เหมือนของชาวต่างชาติและได้รับความนิยมอย่างมากอย่างอโกด้า ที่วางระบบคน ระบบเครือข่ายไว้ทั่วโลก หากโอกาสที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตลาดเออีซี คนไทยยังไม่ฉวยโอกาสนี้ ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก”
สาเหตุที่ผู้ประกอบการไทยยังไม่มีการลงทุนเรื่องระบบไอทีเป็นผู้ทำหน้าที่จองแพ็กเกจทัวร์ผ่านออนไลน์ เนื่องจากไม่มีความรู้ความเข้าใจและมีเครือข่ายที่ดี ขณะที่หน่วยงานภาครัฐไม่มีนโยบายส่งเสริมการต่อยอดความรู้ รวมถึงการส่งเสริมการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ตาม สมาคมต้องการให้รัฐบาลมีมาตรการจูงใจให้นักลงทุน ทั้งในประเทศและต่างประเทศสนใจการลงทุนในระบบไอทีด้านการท่องเที่ยว รองรับการเปิดเออีซี ซึ่งภารกิจในครั้งนี้จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากหลายกระทรวง อย่างกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงการคลัง ฯลฯ เช่น การลดขั้นตอนเรื่องการหักภาษี ณ ที่จ่าย ในธุรกิจไอที สามารถอำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนได้ เป็นต้น
อภิชัย เล่าว่า สมาคมเตรียมจัดประชุม เอเชีย แปซิฟิก ดิจิตอล ทราเวล ฟอรั่ม ในวันที่ 30 ส.ค.นี้ ที่โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการจุดประกายให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวมีความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิตอล โดยได้รวบรวมผู้นำด้านไอทีในธุรกิจท่องเที่ยว เช่น บริษัททัวร์ สายการบิน มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พร้อมอัพเดตข้อมูลร่วมกัน
ในอนาคตคาดหวังว่า ผู้ประกอบการไทยจะได้รับประโยชน์ในการใช้ไอทีมาช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยให้หมุนไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถึงเวลานั้นชื่อของประเทศไทยจะเป็นฮับด้านการท่องเที่ยวในอาเซียนอย่างแท้จริง







