posttoday
เอสเอพีสยายปีกคลาวด์บุกเอสเอ็มอี

เอสเอพีสยายปีกคลาวด์บุกเอสเอ็มอี

23 สิงหาคม 2555

ระบบคลาวด์คอมพิวติงกลายเป็นแนวโน้มของเทคโนโลยีสำหรับองค์กรต่างๆ ที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศไทยมีการใช้งานคลาวด์กันอย่างแพร่หลาย

โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์

ระบบคลาวด์คอมพิวติงกลายเป็นแนวโน้มของเทคโนโลยีสำหรับองค์กรต่างๆ ที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศไทยมีการใช้งานคลาวด์กันอย่างแพร่หลาย ทั้งนี้ไม่ได้กล่าวถึงในระดับผู้ใช้ทั่วไป แต่จะเน้นระดับองค์กรที่มีส่วนช่วยในการสร้างประสิทธิภาพทางการแข่งขัน แม้หลายคนจะยังสงสัยว่าคลาวด์ช่วยองค์กรอย่างไร

จากการสำรวจของบริษัทวิจัยทางการตลาด พบว่าองค์กรส่วนใหญ่ที่ใช้คลาวด์ ยืนยันตรงกันว่า การติดตั้งระบบไอทีทำได้รวดเร็ว เนื่องจากเป็นเว็บเบสมีอินเทอร์เน็ตก็สามารถเข้าถึงได้ ดังนั้นจึงลดเวลาการติดตั้งลงจาก 36 เดือน เหลือไม่ถึง 1 เดือน ลดค่าใช้จ่าย เพราะไม่ต้องจ่ายเงินซื้อระบบขนาดใหญ่ที่เกินความจำเป็น แต่มีค่าใช้จ่ายตามที่ใช้บริการจริงเท่านั้น ใช้แค่ไหนจ่ายแค่ไหน

เอสเอพีสยายปีกคลาวด์บุกเอสเอ็มอี

 

ส่วนต่อมาสามารถเลือกแอพพลิเคชันที่ตรงกับความต้องการได้อย่างรวดเร็ว สามารถดึงข้อมูลมาส่วนกลางได้แบบเรียลไทม์ ข้อมูลต่างๆ มีการจัดเก็บไว้ที่ดาตาเซ็นเตอร์ ซึ่งตามมาตรฐานต้องมีระบบรักษาความปลอดภัย ระบบสำรองข้อมูล โดยสรุปแล้วระบบคลาวด์จะเหมาะมากกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รวมถึงองค์กรขนาดกลางที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายส่วนองค์กรขนาดใหญ่อาจเลือกใช้เป็นคลาวด์เฉพาะส่วน หรือคลาวด์ภายในองค์กรก็ได้

แต่สิ่งที่พบคือ คลาวด์คอมพิวติงลงไม่ถึงระดับเอสเอ็มอี เพราะค่าใช้จ่ายของบริการและซอฟต์แวร์ยังอยู่ในระดับสูงเกินกว่าที่ องค์กรที่มีผู้ใช้ระดับ 10 รายจะเข้าถึงได้ มีผู้ให้บริการไอทีหลายรายที่นำเสนอโซลูชันคลาวด์คอมพิวติง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเอสเอ็มอีสำหรับต่างประเทศ เช่นมีผู้ใช้ตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป ซึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกหรือในประเทศไทย ถือเป็นองค์กรขนาดกลางแล้ว

แกรห์ม แม็คโคลัฟ รองประธานแผนกเทคโนโลยีคลาวด์ เอสเอพี ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า เอสเอพีเห็นแนวโน้มที่ชัดเจนของคลาวด์ เพราะเป็นเทคโนโลยีที่ง่าย สามารถเลือกสิ่งที่ต้องการได้ทันที ซึ่งสำหรับองค์กรแล้ว ซอฟต์แวร์และแอพพลิเคชันหลักที่ต้องการใช้งานคือระบบอีอาร์พี หรือโซลูชันบริหารจัดการองค์กร โดยหลักๆ แล้วแบ่งเป็น4 ส่วน คือ บุคลากร การเงินการบัญชี บริหารความสัมพันธ์ลูกค้า และเรื่องการคงคลังสินค้า หากใช้งานเว็บเบสผ่านคลาวด์ จะสะดวกรวดเร็วกว่ามาก

นอกจากนี้ เอสเอพียังได้มุ่งเป้าหมายลูกค้าไปที่กลุ่มเอสเอ็มอีเป็นหลัก ถือเป็นการเปิดตลาดครั้งสำคัญที่ไม่เคยมีมาก่อน เพราะเห็นแล้วว่า เอสเอ็มอี คือกลุ่มผู้ประกอบการหลักที่มีกว่า 80% ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นการขยายการให้บริการจากองค์กรขนาดใหญ่มาสู่ผู้ประกอบการรายย่อยที่มีผู้ใช้ 10 ราย หรืออาจจะน้อยกว่านั้นก็ได้ นี่จึงเป็นการลงมาสัมผัสเอสเอ็มอีอย่างแท้จริงของผู้ให้บริการไอทีระดับอินเตอร์ ที่สำคัญยิ่งกว่าโมเดลการทำธุรกิจครั้งนี้ เอสเอพีจะร่วมมือกับผู้ให้บริการมือถือซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาทั้ง 3 รายอยู่ในขณะนี้

“ระบบคลาวด์ไม่ต้องใช้ฮาร์ดแวร์ ไม่ต้องมีคนดูแลไม่ต้องติดตั้ง ค่าใช้จ่ายน้อย เหมาะกับเอสเอ็มอีอย่างยิ่ง ขณะนี้กำลังพัฒนาให้มีภาษาไทยรองรับการใช้งานสำหรับคนไทยโดยเฉพาะ และเจรจากับผู้ให้บริการมือถือทั้ง 3 ราย เพราะโมเดลนี้จะอาศัยการทำตลาดไปพร้อมกับผู้ให้บริการและเก็บค่าใช้จ่ายผ่านระบบบิลลิง เพื่อความสะดวกรวดเร็วและง่าย อีกทั้งยังคุ้นเคยมากกว่าสำหรับผู้ประกอบการ” แม็คโคลัฟ กล่าว

เอสเอพีสยายปีกคลาวด์บุกเอสเอ็มอี

 

สำหรับค่าใช้จ่ายเริ่มต้นประมาณ 30 เหรียญสหรัฐต่อผู้ใช้ 1 รายต่อปี แต่ก็ขึ้นกับระยะเวลาของสัญญาใช้บริการ ความต้องการใช้งานและจำนวนผู้ใช้ ซึ่งหากเพิ่มจำนวนขึ้นมาก คิดเป็นค่าใช้จ่ายแล้วอาจจะต่ำกว่า 30 เหรียญสหรัฐ ด้วย โดยประเทศเป้าหมายหลักคือ ไทยและอินโดนีเซีย ซึ่งจากการสำรวจพบว่าให้ความสนใจการใช้งานค่อนข้างสูง โดยกลุ่มที่เป็นเป้าหมายหลัก เช่น อุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งต้องการระบบไอทีมาบริหารจัดการสูง กลุ่มค้าปลีกสำหรับบริหารสินค้า กลุ่มการเงินการธนาคารในการบริหารคน รวมถึงกลุ่มธุรกิจบริการต่างๆ

แน่นอนว่าในอีก 3 ปีข้างหน้าจะมีการเปิดเสรีการค้าอาเซียน การเริ่มต้นนำระบบไอทีผ่านคลาวด์คอมพิวติงมาใช้งานจะเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับพัฒนาขีดความสามารถด้านการแข่งขันให้กับเอสเอ็มอี ซึ่งถือเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ หากเอสเอ็มอีมีความแข็งแกร่ง โอกาสในการขยายธุรกิจไปยังประเทศในอาเซียนก็มีมากขึ้น

ในอีกมุมหนึ่ง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ดำเนินการผ่านโครงการอีซีไอที ผลักดันให้เอสเอ็มอีของไทยนำระบบไอทีไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพ โดยเป็นระบบคลาวด์คอมพิวติงเช่นเดียวกัน โดยเน้นใช้ซอฟต์แวร์ของไทยและดาตาเซ็นเตอร์ของบริษัท ทีโอที ซึ่งผลที่ได้เป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากสามารถกระตุ้นให้เกิดการใช้ไอทีในกลุ่มอุตสาหกรรมได้ และยังช่วยส่งเสริมธุรกิจซอฟต์แวร์ของไทย

ที่สำคัญการก้าวเข้ามาให้บริการของซอฟต์แวร์ระดับอินเตอร์เช่น เอสเอพี จะสร้างให้เกิดการแข่งขันทางไอทีมากขึ้นและนำไปสู่การพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการให้บริการ

งานนี้ผู้ใช้บริการได้รับประโยชน์ไปเต็มๆ

 

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่