posttoday
เคล็ด (ไม่) ลับ เพื่อธุรกิจครอบครัวให้เติบโตเกิน 3 รุ่น

เคล็ด (ไม่) ลับ เพื่อธุรกิจครอบครัวให้เติบโตเกิน 3 รุ่น

21 สิงหาคม 2555

ฉบับที่แล้ว ผมนำเสนอเรื่องบทความ ที่ คุณบุญชัย โชควัฒนา ผู้บริหารกลุ่มบริษัท สหพัฒนพิบูล ที่ลงในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 1 ส.ค. 2555

โดย...ศ.พิเศษ กิติพงษ์ อุรพีพัฒนพงศ์

ฉบับที่แล้ว ผมนำเสนอเรื่องบทความ ที่ คุณบุญชัย โชควัฒนา ผู้บริหารกลุ่มบริษัท สหพัฒนพิบูล ที่ลงในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 1 ส.ค. 2555 เรื่อง “ความสำเร็จ จุดเริ่มต้นของความล้มเหลว” และคิดว่าเป็นบทความที่น่าสนใจสำหรับเจ้าของธุรกิจครอบครัว ในฐานะที่กลุ่มบริษัท สหพัฒนพิบูล ก็เป็นกลุ่มบริษัทครอบครัวไทยที่มีความเจริญเติบโตมาถึงรุ่นที่ 4 และถือได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง

โดย คุณบุญชัย บอกว่า คุณเทียมอยากให้ธุรกิจครอบครัวสหพัฒน์เติบโตได้เกิน 100 ปี ผมคาดเดาว่า คุณเทียมอาจทราบว่าบริษัทญี่ปุ่นซึ่งเป็นคู่ค้าของท่านมักจะเติบโตได้หลายรุ่นเป็น 100 ปี ผมจึงอยากจะมาแบ่งปันแนวคิดกับท่านผู้อ่าน ว่าความคิดในการที่จะให้ธุรกิจครอบครัวสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นอันเป็นความประสงค์ของเจ้าของธุรกิจทุกๆ คน นั้น มีประเด็นที่สมาชิกในเจ้าของธุรกิจครอบครัวควรจะนำมาพิจารณาอย่างไร หลังจากที่เราได้เรียนรู้หลัก 6C ที่ผมเขียนไว้แล้ว

ในบทความคุณบุญชัย ได้สรุปไว้ว่า การทำธุรกิจครอบครัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจครอบครัวที่ประสบความสำเร็จอย่างยาวนานมักจะล้มเหลว เพราะเกิดความคิดว่าถึงจุดสูงสุดแล้ว จึงทำให้พฤติกรรมของผู้นำเปลี่ยนไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากคนที่เคยขยันขันแข็ง มุ่งมั่น มีความวิริยะอุตสาหะ ดิ้นรนต่อสู้ เพื่อที่จะได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี แต่เมื่อมีคนยกย่องสรรเสริญและเมื่อถึงจุดที่คิดว่าสำเร็จ และความมุมานะต่างๆ ก็ลดน้อยลง ก็ไม่ต้องดิ้นรน จนกลายมาเป็นจุดเสื่อมซึ่งก็คือจุดเริ่มต้นของความล้มเหลวนั่นเอง

คุณบุญชัย ได้ยกตัวอย่างว่า ตระกูลโชควัฒนา อันเป็นการเริ่มต้นตั้งแต่รุ่นก๋งจนสืบทอดมายังรุ่นคุณพ่อคุณเทียมและจนถึงรุ่นคุณบุญชัยและพี่น้อง ซึ่งเป็นรุ่นที่ 3 นั้น โดย คุณบุญชัย บอกว่า ในเรื่องของความมุมานะ ความขยันอดทน รุ่นคุณบุญชัยก็ยังสู้คนรุ่นที่ 2 (คุณเทียม) ไม่ได้ เพราะว่ารุ่นที่ 3 เกิดมามีชีวิตที่สบายกว่า

สิ่งที่คุณบุญชัยได้สรุปไว้ว่า หน้าที่ของเจ้าของธุรกิจครอบครัวที่จะต้องหันมาสำรวจตัวเองว่า มีความบกพร่องแล้วจัดทัพตัวเองเสียใหม่ เปลี่ยนทัศนคติให้เห็นว่า ความสำเร็จจะไม่ยั่งยืนถ้าเราไม่สนใจในหน้าที่ในฐานะผู้นำองค์กร จะต้องไม่ประมาทและใช้ความรู้ความสามารถทำให้ประสบความสำเร็จอย่างยาวนาน โดยที่ไม่ฟังคำพูดหรือคำสั่งสอนหรือคำเตือนของคนอื่น เจ้าของธุรกิจครอบครัวหรือผู้นำของธุรกิจครอบครัวจะต้องมามองตัวเองว่า ธุรกิจของตัวเองอยู่ในสภาวะเสื่อมถอยหรือยัง และเสื่อมถอยเพราะเหตุอะไร

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณบุญชัย ได้บอกว่า ผู้นำส่วนใหญ่เมื่อประสบความสำเร็จมักจะไปสนใจเรื่องอื่นมากกว่าการบริหารงานของตน หรือไปสนใจธุรกิจอื่นที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักขององค์กร (Noncore business) ทำให้เวลาถูกนำไปใช้กับธุรกิจอื่น จึงเกิดวิกฤตขึ้นในที่สุด

และที่สำคัญผู้นำจะต้องไม่ประมาทและหลงระเริงกับสิ่งที่มีอยู่ และต้องคิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างก้าวหน้า ปลูกฝังความคิดที่ถูกต้องให้กับลูกหลานที่จะมาสืบทอดธุรกิจต่อไป และได้อ้างคำพูดของคุณเทียมที่ว่า “แค่หยุดอยู่กับที่ ก็กลายเป็นผู้ล้าหลัง”

ถ้าหากเรานำหลักการของคุณบุญชัยเรื่องนี้มาประยุกต์เรื่องของ 6C ที่ผมได้เคยเขียนมาแล้ว ผมพอจะแยกได้ดังนี้ คือ

1.ประเด็นเรื่องความอดทนมุมานะ อาจแก้ไขได้โดยใช้การสื่อสาร (Communication) ระหว่างสมาชิกในครอบครัวในเรื่องประวัติความเป็นมา ความลำบาก ความมุมานะของคนรุ่นที่ 1 รุ่นที่ 2 หรือรุ่นที่ 3 ที่ประสบความสำเร็จนั้น ท่านได้พัฒนามาอย่างไร เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับผู้สืบทอดธุรกิจรุ่นต่อมา และการอบรมเลี้ยงดู (Care and Compassion) ของสมาชิกในครอบครัว เพื่อความรัก ความสามัคคีและนำธุรกิจครอบครัวให้ไปสู่เป้าหมายประสบความสำเร็จด้วยกัน

2.ประเด็นเรื่องมีความเสี่ยงที่จะทำให้ธุรกิจหยุดอยู่กับที่หรือถึงจุดเสื่อม เพราะอาจต้องพิจารณาจากเรื่องโครงสร้าง (Corporate Structure) ค่าตอบแทน (Compensation) ข้อพิพาท (Conflict Resolution) รวมทั้งความเปลี่ยนแปลง (Change) ในการทำธุรกิจ

ประเด็นเหล่านี้เอง ผมจึงคิดว่าการพัฒนาโดยนำหลัก 6C หรือสูตร (ไม่ลับ) ที่ว่านั้น มาพิจารณาก็อาจจะเป็นเครื่องพิสูจน์และทำให้ความสำเร็จของธุรกิจครอบครัวจะดำรงต่อไปและสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นโดยมิใช่เป็นจุดเริ่มต้นของความล้มเหลวต่อไปได้

จึงเป็นที่น่าสนใจว่ากลุ่มบริษัท สหพัฒนพิบูล ซึ่งเป็นบริษัทที่กำลังก้าวย่างเข้าสู่ปีที่ 70 แล้ว จะเดินทางไปอย่างไรในอนาคต ประเทศไทยเรามีบริษัทธุรกิจครอบครัวไทยใหญ่ๆ ที่อายุกว่า 70 ปี อย่างเช่น เครือกลุ่มบริษัท เซ็นทรัล

ผมอยากเห็นบริษัทไทย ธุรกิจครอบครัวไทย ไม่ว่าจะขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ จะสามารถขยายกิจการเจริญเติบโตได้เป็นร้อยๆ ปี เช่นของบริษัทในต่างประเทศ

เพราะฉะนั้น ผมจึงเชิญชวนให้เจ้าของธุรกิจครอบครัวได้ร่วมกันคิดและเปลี่ยนวิธีการทำงานกับธุรกิจครอบครัว โดยนำหลัก 6C ที่ว่านั้นมาเป็นเคล็ด (ไม่ลับ) ที่ธุรกิจครอบครัวควรจะต้องนำมาพิจารณาและใช้งาน โดยผมไม่สงวนลิขสิทธิ์ครับ

 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน