
ทุนไทยสยายปีกอาเซียน
สามารถลั่นลุย3โครงการยักษ์กิฟฟารีนขายไลเซนส์บุกเอง
สามารถลั่นลุย3โครงการยักษ์กิฟฟารีนขายไลเซนส์บุกเอง
อาเซียน ขุมทองใหม่ ทุนไทยเบนเข็มลงทุน กิฟฟารีน ทุ่ม 20 ล้านบาท ปักธงลาว สามารถฯ รุกเปิด 3 โครงการในพม่า
นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานในประเทศพม่าปีนี้อย่างน้อย 2-3 โครงการใหญ่ โดยโครงการแรกได้นำโทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อไอโมบายไปจำหน่ายยังประเทศพม่า 2 การจัดทำคอลเซ็นเตอร์ข้อมูลพื้นฐาน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาร่วมกับพันธมิตรว่าจะดำเนินการในลักษณะใด เช่น วางระบบปฏิบัติการ หรือการวางระบบปฏิบัติและมีบุคลากรรองรับการทำงานด้วย
นอกจากนี้ จะลงทุนระบบโครงข่ายระบบสื่อสารวิทยุการบิน ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจา คาดว่าจะมีความชัดเจนช่วงปลายปีนี้ เบื้องต้นยังไม่มีตัวเลขงบประมาณในแต่ละโครงการ แต่โครงการลงทุนระบบโครงข่ายวิทยุการบินจะใช้งบไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท
“พม่ายังเป็นประเทศที่สดใหม่ ด้านการลงทุนวางระบบเครือข่าย โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ซึ่งบริษัทมีแผนลงทุนต่อเนื่องทุกโครงการที่มีช่องทางและโอกาสทางการตลาด ส่วนประเทศอื่นๆ ที่เตรียมลงทุนต่อ เช่น ลาว เวียดนาม มาเลเซีย” นายวัฒน์ชัย กล่าว
สำหรับผลประกอบครึ่งปีแรกมีรายได้ 8,024 ล้านบาท กำไรเติบโต 20% เฉลี่ย 501 ล้านบาท ขณะที่บริษัทมีรายได้รวมลดลงเล็กน้อย เนื่องจากได้รับผลกระทบสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศชะลอตัว แต่สามารถบริหารจัดการต้นทุนการบริหารจัดการ การเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขัน เช่น การซื้อกิจการพอร์ทัลเน็ม
สำหรับผลประกอบการปีนี้ คาดว่าจะต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2.7 หมื่นล้านบาท เหลือประมาณ 2.2-2.3 หมื่นล้านบาท เนื่องจากบางโครงการอยู่ระหว่างการเซ็นสัญญาและร่วมประมูลโครงการ โดยครึ่งปีหลังมีอีก 15 โครงการที่เตรียมทำการประมูล และ 12 โครงการชนะการประมูลแล้ว
อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าปีนี้กำไรจะเป็นไปตามเป้ากว่า 1,000 ล้านบาท โดยได้ปรับกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องกับการแข่งขัน เช่น บริษัท สามารถไอโมบาย ได้ออกสินค้าใหม่ในกลุ่มสมาร์ตโฟน เพื่อขยับราคาสินค้าเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ยอดขายช่วงเดือนก.ค.ที่ผ่านมา จำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ได้ถึง 3 หมื่นเครื่อง เทียบกับปกติ 12 หมื่นเครื่องเป็นต้น
สำหรับความคืบหน้าการวางโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จี หรือ MVNO ภายใต้ ไอโมบาย 3 จี เอ็กซ์ ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการ 3 แสนราย บริษัทเตรียมเปิดแคมเปญใหม่เดือนก.ย.นี้ ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มจำนวนยอดผู้ใช้งาน ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล เพิ่มเป็น 6 แสนคน
นางนลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ เปิดเผยว่า ได้ใช้งบประมาณกว่า 20 ล้านบาท ตั้งศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีนในประเทศลาว เป็นการลงทุนเอง 100% โดยจะเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 ส.ค.นี้ ถือเป็นการทดลองทำตลาดต่างประเทศอย่างจริงจัง ก่อนจะขยายธุรกิจในประเทศอาเซียนอื่นๆ ต่อ ปัจจุบันบริษัทมีรายได้จากต่างประเทศ 200-300 ล้านบาทต่อปี
ทั้งนี้ ผ่านขายไลเซ่นส์ และจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์แพททิน่า ในยุโรป คาดว่าภายใน 2-3 ปี รายได้จากต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อยเท่าตัว
"กิฟฟารีนได้วางแผนทั้งรับมือ และการรุกตลาดประเทศต่างๆ ในอาเซียน หลังเปิดเออีซี แต่จะไม่รีบเร่งมากนัก เพราะต้องศึกษาตลาด วัฒนธรรม และรูปแบบการดำเนินธุรกิจ รวมถึงกฎหมายในแต่ละประเทศให้ดี รวมถึงรูปแบบการลงทุน แต่จะไม่มีนโยบายการร่วมทุนแน่นอน เพราะไม่ต้องการให้เกิดปัญหาต่างๆตามมา" นางนลินีกล่าว
สำหรับการทำตลาดต่างประเทศของกิฟฟารีน จะเป็นในลักษณะของการขายไลเซนส์ ทั้งในกัมพูชา มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ที่จะเริ่มในช่วงปลายปีนี้ แต่สำหรับประเทศลาวที่เข้าไปทำตลาดเองนั้น เพราะตลาดมีความต้องการสินค้าของกิฟฟารีนค่อนข้างสูง ทำให้มีการลักลอบนำสินค้าไปขายจำนวนมาก เข้าไปจำหน่ายในลาวค่อนข้างมาก จึงมองเป็นโอกาส แม้ว่าการเข้าไปทำตลาดในลาวนั้นจะมีความเข้มงวดในเรื่องของภาษี ทำให้ราคาสินค้าที่จำหน่ายราคาสูงกว่าในไทย ต่มองว่าในช่วง 1-2 เดือนนี้ น่าจะทำรายได้ไม่ต่ำกว่า 2-5 ล้านบาท







