
เงินสะพัดรับหยุดยาววันแม่ทะลุ1.7หมื่นล.
คาดเงินสะพัดวันหยุดยาวเทศกาลวันแม่ 1.73 หมื่นล้านบาท กิจกรรมยอดนิยมลูกพาแม่เข้าวัด
คาดเงินสะพัดวันหยุดยาวเทศกาลวันแม่ 1.73 หมื่นล้านบาท กิจกรรมยอดนิยมลูกพาแม่เข้าวัด
นางเสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ผลสำรวจทัศนคติและพฤติกรรมของประชาชนเกี่ยวกับวันแม่จาก 1,179 ตัวอย่างทั่วประเทศ พบว่า จะมีปริมาณเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจช่วงหยุดยาววันแม่ 3 วัน ที่ 1.73 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.6% จากปีที่แล้ว แต่เฉพาะวันแม่ ในวันที่ 12 ส.ค. จะมีเงินสะพัด 1.13 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7%
กิจกรรมที่ลูกๆ จะทำให้แม่ อันดับหนึ่ง พาแม่ไปทำบุญ 25.4% รองลงมาเป็นพาแม่ไปรับประทานข้าว 17.3% และทำอาหารรับประทานที่บ้าน 13.6% โดยค่าใช้จ่ายพาแม่ไปรับประทานข้าว 1,154 บาท พาแม่ไปทำบุญ 1,375 บาท ถ้าพาแม่ไปเที่ยวต่างจังหวัดค้างคืน มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 6,590 บาท
ขณะที่ของขวัญยอดนิยมในการซื้อของขวัญให้แม่ อันดับแรก คือ พวงมาลัยและดอกไม้ 31.9% รองลงมาเป็นเครื่องดื่มบำรุงร่างกาย 16.9%
นอกจากนี้เมื่อสอบถามว่าปัจจุบันอาศัยอยู่กับแม่หรือไม่พบว่า ไม่ได้อาศัยอยู่กับแม่ 45.8% และอาศัยอยู่กับแม่ 54.2 % โดยสิ่งที่ลูกต้องการได้จากแม่ คือ อยากให้แม่รักมากๆ 30.5% รองลงมาอยากให้แม่มีเวลาให้ 19.6% และอยากให้แม่กอด 18.4%
เมื่อถามทัศนคติผู้เป็นแม่ พบว่า แม่ในปัจจุบันอดทนอดกลั้นมากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่า ขณะนี้ปัญหาสังคมมีมาก ทำให้ต้องใกล้ชิดลูกและตามยุคสมัยให้ทัน รวมทั้งปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่ยังไม่ดี
ด้านความเป็นห่วงและความกังวลของแม่ เป็นห่วงลูกเรื่องยาเสพติด การยกพวกตีกัน การเรียน และท้องก่อนแต่ง โดยสิ่งที่แม่ต้องการจากลูกคือ อยากให้ลูกเป็นคนดี 44.3% อยากให้ลูกมีเวลาให้ 23.6% และอยากให้ลูกรักมากๆ 9.8%
นายธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การใช้จ่ายในช่วงวันแม่ปกติ แต่เห็นว่าประชาชนเริ่มระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น สังเกตจากเลือกทำกิจกรรมในวันแม่







