
STECฝ่าค่าจ้างฉลุยมาร์จินโต
คาดกำไรทุกไตรมาส250ล้านจอคว้างานใหม่หลายโครงการ
คาดกำไรทุกไตรมาส250ล้านจอคว้างานใหม่หลายโครงการ
STEC เหนือคาดอวดกำไรไตรมาส 2 กว่า 266 ล้านบาท ฝ่าค่าจ้าง 300 บาทฉลุย ครึ่งหลังยังแจ่ม คาดทำกำไรต่อไตรมาสกว่า 250 ล้าน
นายวัลลภ รุ่งกิจวรเสถียร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโนไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) เปิดเผยว่า บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิงวดไตรมาส 2 ปีนี้ จำนวน 266.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.51% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 220.92 ล้านบาท ขณะที่งวด 6 เดือนแรกของปีนี้มีกำไรสุทธิ 567.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.44% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 387.46 ล้านบาท
“กำไรสุทธิที่ดีขึ้น เพราะบริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นจากการดำเนินงานที่เพิ่มสูงขึ้น โดยไตรมาส 2 ทำได้ 415.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.17% จากงวดเดียวกันของปีก่อนซึ่งทำได้ 324.34 ล้านบาท ส่วนงวด 6 เดือนทำได้ 800.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.14% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 597 ล้านบาท เนื่องจากมีรายได้จากงานก่อสร้างเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับมีรายได้ของโครงการที่มีอัตรากาไรขั้นต้นสูงมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นด้วย” นายวัลลภ กล่าว
ทั้งนี้ หลังผลดำเนินงานงวดครึ่งปีแรกออกมา ทำให้มีความมั่นใจว่าทั้งปีจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างแน่นอน ขณะเดียวกันก็จะพยายามในการบริหารให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในเกณฑ์ที่ดีต่อไป รวมถึงยังมีการเข้าประมูลงานใหม่ๆ อีกหลายโครงการทั้งในส่วนของงานภาครัฐและเอกชน และในครึ่งปีแรกมีงานในมือทั้งสิ้น 6 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ ยังสะท้อนว่าบริษัทยังสามารถบริหารจัดการโดยเฉพาะในเรื่องของต้นทุนแรงงานที่เพิ่มขึ้นได้จากที่มีความกังวลกันในก่อนหน้านี้
นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส กล่าวว่า STEC ประกาศกำไรไตรมาส 2 ออกมาดีกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาดไว้เล็กน้อย และจะเห็นว่าในไตรมาสนี้สามารถรับรู้รายได้ 4,399 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากงวดเดียวกันของปีก่อน จากการเดินหน้ารับรู้รายได้ในโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสีน้ำเงิน รวมถึงโรงไฟฟ้า IPP และ SPP อีกหลายแห่ง
ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ในระดับ 9.5% ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก แม้จะมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาท/วัน เมื่อเดือน เม.ย. แต่การที่บริษัทนำเครื่องจักรมาใช้ ทำให้ลดค่าจ้างแรงงานลงได้
สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 3 ยังคงสดใสจากยอดการรับรู้รายได้ที่จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะขณะนี้มีงานในมือกว่า 6 หมื่นล้านบาท ทำให้ STEC มีความมั่นคงด้านรายได้เป็นอย่างมากในระยะ 3 ปีข้างหน้า และคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังการรับรู้รายได้จะเพิ่มขึ้นสูงกว่า 4,500 ล้านบาทต่อไตรมาส หลังงานโครงการขนาดใหญ่ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน โรงไฟฟ้าอุทัย เริ่มมีการรับรู้รายได้ที่มากขึ้นและจะหนุนให้ STEC สามารถทำกำไรได้มากกว่าไตรมาสละ 250 ล้านบาท และปีนี้ทั้งปีน่าจะมีกำไรสุทธิ 1,059 ล้านบาท โตขึ้น 5.6% จากปีที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน STEC ยังมีโอกาสได้งานจากการเข้าประมูลงานอีกหลายโครงการ ทั้งงานภาครัฐที่ได้เร่งผลักดันโครงการขนาดใหญ่ เช่น โครงการรถไฟฟ้า รถไฟรางคู่ โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ถนนมอเตอร์เวย์ ส่วนงานภาคเอกชน ได้แก่ งาน LNG Module มูลค่า 6,000-7,000 ล้านบาท แนะนำซื้อ ให้ราคาเหมาะสม 17.86 บาท







