
ก้าวสู่การ์ดไฮสปีด
หากเดินไปร้านแกดเจ็ต เราจะสังเกตเห็นอุปกรณ์เสริมอย่างหนึ่งที่เริ่มวางขายกันมากขึ้น
โดย...โยโมทาโร่
หากเดินไปร้านแกดเจ็ต เราจะสังเกตเห็นอุปกรณ์เสริมอย่างหนึ่งที่เริ่มวางขายกันมากขึ้น นั่นก็คือ ไมโครเอสดีการ์ดแบบไฮสปีด ที่มีให้เลือกตั้งแต่คลาส 6–10 ดูแล้วหลายคนคงอดสงสัยไม่ได้ว่า แล้วเจ้าไมโครเอสดีการ์ดนี้มีความจำเป็นขนาดไหนที่เราจะต้องซื้อมาใช้งาน ในเมื่อของแถมที่ติดมากับเครื่องก็เพียงพอสำหรับการใช้งานแล้ว ถ้าเต็มก็แค่โหลดไปเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์เท่านั้น
แต่หลังจากที่เราได้ทดสอบไมโครเอสดีการ์ดรุ่นใหม่ แซนดิสก์ อัลตรา ไมโครเอสดีเอชซี (SanDisk Ultra microSDHC) เมโมรีการ์ดความเร็วสูงสำหรับอุปกรณ์มือถือและแท็บเล็ตที่มีขนาดเล็กของแซนดิสก์รุ่นนี้ เราบอกได้เลยว่าสำหรับสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ๆ ที่สามารถถ่ายภาพวิดีโอที่มีความละเอียดตั้งแต่ 720P ขึ้นไป รวมถึงภาพนิ่งที่ความละเอียด 5 ล้านพิกเซลขึ้นไป ควรเปลี่ยนมาใช้ไมโครเอสดีการ์ดในระดับคลาส 10 เพราะช่วยทำให้การถ่ายภาพต่อเนื่องเป็นไปด้วยความรวดเร็วมากขึ้น รวมถึงปัญหาอาการเครื่องหยุดถ่ายเองก็จะหมดไป
การซื้อไมโครเอสดีการ์ดใบใหม่มาใช้งาน เป็นเรื่องการลงทุนใช้งานแกดเจ็ตสักชิ้น ซึ่งเรามองว่าคุ้มค่ากว่าการลงทุนไปกับเคสราคาหลายร้อยบาท เพราะเคสใช้งานแล้วก็มีแต่จะเสื่อม หรือเบื่ออยากเปลี่ยนใหม่ แต่ไมโครเอสดีการ์ดไม่ว่าคุณจะเปลี่ยนสมาร์ตโฟนกี่เครื่อง คุณก็ยังสามารถนำการ์ดนี้ไปใช้ได้อยู่ตลอด
โดยเฉพาะคนที่ชอบถ่ายภาพอัพสเตตัสเล่นอินสตาแกรม คุณจะรู้ดีว่าเวลาที่ถ่ายภาพด้วยความละเอียดสูงสุด เครื่องจะใช้เวลาบันทึกไฟล์ค่อนข้างนาน หากบันทึกวิดีโอที่ความละเอียด 720P นาน 1 นาที จะใช้เวลาบันทึกไฟล์ประมาณ 45 วินาที แต่ถ้าใช้ที่ความเร็วระดับคลาส 10 ความเร็วจะลดลงเหลือประมาณ 5 วินาทีเท่านั้น
ผลจากการทดสอบความเร็วด้วยโปรแกรมเอสดีการ์ดเทสเตอร์ (SDcard Tester) ในแอนดรอยด์ ก็พบว่าผลทดสอบด้วยมือถือ ขนาดไฟล์ 68 MB ได้ความเร็วเขียนที่ 10.78 MB/s ความเร็วการอ่านที่ 7.68 MB/s ที่ขนาดไฟล์ 300 MB ได้ความเร็วในการเขียนที่ 9.26 MB/s ความเร็วในการอ่านที่ 7.68 MB/s และขนาดไฟล์ที่ 5 GB ใช้เวลาเขียนทั้งหมด 9 นาที โดยมีความเร็วในการเขียนเฉลี่ยที่ 9.53 MB/s ความเร็วอ่านเฉลี่ยที่ 7.9 MB/s
สังเกตได้ว่าความเร็วในการเขียนนั้นทำได้ตามเป้าที่แซนดิสก์ได้เคลมไว้ ส่วนความเร็วในการอ่านกลับต่ำกว่า ทั้งที่น่าจะทำความเร็วได้สูงกว่าการเขียน ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากประสิทธิภาพของเครื่องสมาร์ตโฟนเอง เพราะผลการทดสอบจากเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านโปรแกรมคริสตัล ดิสก์ มาร์ก ที่ขนาดไฟล์ 100 MB จะได้ความเร็วเขียนที่ 12.27 MB/s และความเร็วการอ่านที่ 18.44 MB/s เป็นไปตามระดับความเร็วการ์ดคลาส 10
ซึ่งผู้ซื้อสามารถดูได้ง่ายๆ ก็คือ คลาส 4 จะมีความเร็วในการเขียนอยู่ที่ 4 MB/s เหมาะสำหรับสมาร์ตโฟนทั่วไปที่มีความละเอียดกล้องไม่เกิน 5 ล้านพิกเซล และถ่ายคลิปวิดีโอที่ความละเอียด 480P
ต่อมาคือการ์ดคลาส 6 จะมีความเร็วในการเขียนอยู่ที่ 6 MB/s เหมาะสำหรับสมาร์ตโฟนและกล้องดิจิตอลที่มีความละเอียด 8 ล้านพิกเซลขึ้นไปจนถึง 12 ล้านพิกเซล และอุปกรณ์ที่สามารถถ่ายคลิปวิดีโอที่ความละเอียด 720P การ์ดในคลาส 6 ยังสามารถทำงานได้ดีอยู่
สุดท้ายคือ การ์ดคลาส 10 จะมีความเร็วในการเขียนอยู่ที่ 10 MB/s เหมาะสำหรับสมาร์ตโฟนและกล้องดิจิตอลที่มีความละเอียด 14 ล้านพิกเซลขึ้นไป รวมถึงอุปกรณ์ที่สามารถถ่ายคลิปวิดีโอที่ความละเอียด 1080P คลาส 10 นี้จะรองรับอุปกรณ์ระดับนี้ได้ดีที่สุด โดยเฉพาะแกดเจ็ตอย่างแท็บเล็ตที่ต้องถ่ายโอนข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นประจำ สมาร์ตโฟนที่มีความละเอียดกล้องตั้งแต่ 8 ล้านพิกเซล กล้องดีเอสแอลอาร์ระดับมืออาชีพ ต่างก็มองหาการ์ดในคลาส 10 นี้มาใช้งานด้วยกันทั้งสิ้น
ดังนั้น ในการทดสอบเราจึงนำการ์ดไปทดสอบการถ่ายคลิปวิดีโอของกล้องดีเอสแอลอาร์ ซึ่งคนเล่นกล้องกลุ่มนี้จะรู้ดีว่าการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียด 1080P ด้วยกล้องดีเอสแอลอาร์นั้น หากการ์ดความเร็วไม่ถึงกล้องจะหยุดการถ่ายลงไปดื้อๆ แต่สำหรับการ์ดตัวนี้เป็นตัวเล็กหมัดหนักจริงๆ เราถ่ายต่อเนื่องประมาณ 10 กว่านาที ก็ใช้ได้แบบไม่มีอาการงอแง กดปิดก็สามารถกดถ่ายต่อได้ทันทีไม่มีรีรอ
เชื่อว่าถ้าใช้ออกสนามจริงก็คงไม่น่าจะมีปัญหาเช่นกัน ส่วนเรื่องปัญหาความร้อน ตัวการ์ดออกแบบมาให้ทนความร้อนสูงซึ่งเกิดขึ้นระหว่างใช้งานได้ดีอยู่แล้ว เรื่องกันน้ำดูผลิตภัณฑ์แล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรครับหากโดนน้ำจริง คิดว่าคนใช้น่าจะห่วงกล้องมากกว่า
ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะทำได้ เราทดสอบบทโหดๆ ด้วยการถ่ายภาพโดยเลือกบันทึกแบบ RAW ไฟล์ ซึ่งเป็นไฟล์ภาพดิบจากกล้อง ขนาดไฟล์ภาพจะมีขนาดใหญ่ประมาณ 2550 MB ต่อภาพ และถ่ายต่อเนื่องความเร็วสูงสุดของกล้องดีเอสแอลอาร์ที่ใช้ทดสอบที่ 4 ภาพต่อวินาทีก็ยังเอาอยู่
ด้วยความสงสัยจึงกลับไปดูเครื่องหมายที่ซอง ก็พบว่ามีสัญลักษณ์ UHS 1 (Ultra Hight Speed 1) ซึ่งเป็นชื่อมาตรฐานสื่อบันทึกข้อมูลความเร็วสูง สามารถใช้ได้กับกล้องดิจิตอลความละเอียดสูง เช่น กล้องถ่ายภาพยนตร์ดิจิตอล กล้องวิดีโอดิจิตอลที่มีความละเอียดระดับ 1080P ขึ้นไป ใครที่กำลังหาการ์ดสำหรับใช้กับกล้องวิดีโอดิจิตอล แนะนำให้มองหาอักษรนี้ไว้รับรองไม่ผิดหวังครับ
สุดท้ายเราเอากลับมาใส่ที่สมาร์ตโฟนตัวทดสอบ ก็พบว่าเครื่องสามารถบันทึกภาพได้รวดเร็วทันใจมาก โดยเฉพาะกับการถ่ายคลิปวิดีโอ 720P ความยาวประมาณ 5 นาที แต่เครื่องใช้เวลาเพียง 5 วินาทีในการบันทึกจนพร้อมถ่ายใหม่ ถ้าเป็นการ์ดธรรมดาจะใช้เวลาถึง 30 วินาที ถ้านานขนาดนี้ ในงานปาร์ตี้เพื่อนๆ คงหันหน้าไปถ่ายกับคนอื่นแล้วครับ
เราถึงบอกว่าหากลงทุนซื้อไมโครเอสดีการ์ดดีๆ มาใช้กับสมาร์ตโฟนสักใบ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน แถมคุณยังเอาไปใช้กับสมาร์ตโฟนเครื่องใหม่ที่คุณมีแผนจะซื้อเป็นเครื่องต่อไปได้อีกด้วย ส่วนจะเลือกที่ความจุระดับไหนนั้น ขึ้นอยู่กับงบประมาณและรูปแบบการใช้งานส่วนตัวของคุณเอง
ข้อมูลจำเพาะ
เป็นการ์ดความเร็วสูง มีคุณสมบัติพิเศษในการอ่านและเขียนข้อมูลแบบไฮสปีดด้วยความเร็ว 30 MB/s
มีประสิทธิภาพสูงในการจัดเก็บไฟล์เพลง วิดีโอ ภาพ แผนที่ เสียงเรียกเข้า เกม และแอพพลิเคชันอื่นๆ ได้มากกว่า
เหมาะสำหรับการถ่ายวิดีโอแบบ Full HD และ HD
ทนทาน สามารถป้องกันน้ำ ทนต่อแรงกระแทก ความร้อน และรังสีต่างๆ
มาพร้อมกับ SD Adapter สำหรับใช้เป็น SD Card ได้
ความจุตั้งแต่ 16–32 GB (ราคา 6302,670 บาท)







