
แบงก์อุ้มจีสตีลหมื่นล.
ต.ค.แก้หนี้จบดีอีไม่ถึง1เท่า โรงเหล็กทันสมัยสุดอาเซียน
ต.ค.แก้หนี้จบดีอีไม่ถึง1เท่า โรงเหล็กทันสมัยสุดอาเซียน
แบงก์ต่างชาติเตรียมใส่เงินหมื่นล้านบาท ฟื้นวิกฤต จี สตีล ที่ปรึกษาการเงินมั่นใจ ต.ค.นี้ ปรับโครงสร้างหนี้จบ
นายชาญ บูลกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป (BROOK) ในฐานะที่ปรึกษาการปรับโครงสร้างหนี้ บริษัท จี สตีล (GSTEEL) เปิดเผยว่า เร็วๆ นี้ บริษัท จี สตีล จะลงนามในสัญญาความร่วมมือ (MOU) กับธนาคารต่างชาติแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นแกนนำกลุ่มผู้ลงทุนใหม่ที่จะใส่เงินเข้ามาประมาณ 1 หมื่นล้านบาท เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้ จี สตีล เดินเครื่องการผลิตได้ 80-90% จากปัจจุบันที่มีกำลังผลิตประมาณ 60% ของกำลังผลิตรวม
หลังจาก จี สตีล เซ็น MOU แล้ว จะเปิดเผยชื่อผู้ร่วมทุนใหม่ และจะทำการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน (ดิวดิลิเจนต์) คาดว่าใช้เวลา 4-6 สัปดาห์ จากนั้นจึงเซ็นสัญญากู้เงินจริง คาดว่ากระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ การแปลงหนี้เป็นทุน การหาผู้ร่วมทุนใหม่ ตลอดจนการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญ (GS-W 3) ให้กับผู้ร่วมทุนจะแล้วเสร็จภายใน ต.ค.นี้
นายชาญ กล่าวว่า หลังจากแปลงหนี้เป็นทุนเสร็จ จะทำให้สัดส่วนหนี้สินต่อทุนของ จี สตีล ลดลงจากปัจจุบัน 2.7 เท่า เหลือต่ำกว่า 1 เท่า และจำนวนหนี้ทั้งหมดที่มีอยู่ 2.7 หมื่นล้านบาท จะลดลงเหลือประมาณ 1 หมื่นล้านบาท
ที่ปรึกษาการปรับโครงสร้างหนี้ กล่าวอีกว่า เมื่อทุกอย่างจบสมบูรณ์ในเดือน ต.ค.นี้ กลุ่มบริษัทก็จะมีการควบรวมกิจการกับบริษัท จี เจ สตีล (GJS) เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มความสามารถในการแข่งขันรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ซึ่งโรงงาน จี สตีล และ จี เจ สตีล เป็นโรงงานที่ใหม่และทันสมัยที่สุดในอาเซียน โดยความต้องการใช้เหล็กเพื่อนำไปผลิตรถยนต์ยังมีอยู่สูงมาก
การเข้ามาของแบงก์ต่างชาติ ซึ่งเป็นแกนนำสร้างความมั่นใจให้มีผู้ร่วมทุนรายอื่นตามเข้ามากับแบงก์ หลังจากที่เข้ามาแล้วจะมีการปรับโครงสร้างการ บริหาร โดยแบงก์จะหาผู้เชี่ยวชาญเข้ามาบริหาร เพื่อปรับปรุงการผลิตเหล็กให้มีคุณภาพสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ที่มีดีมานด์จำนวนมาก คาดหวังว่าภายใน 2 ปี หลังจากเปิด AEC แล้ว จะมีกำไรจากการผลิตเหล็กในอุตสาหกรรมรถยนต์ได้ 100 เหรียญสหรัฐ/ตัน
นายสมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล รองประธานกรรมการ จี สตีล กล่าวว่า นโยบายกลุ่ม จี สตีล จากนี้ไปจะกู้เงินให้น้อยที่สุด เนื่องจากภาวะเหล็กมีความผันผวนรุนแรง แต่ละรอบราคาเหล็กมีความผันผวน 20-30% ส่วนการปรับตัวของกลุ่ม จี สตีล จะติดตามการทุ่มตลาดของจีน และการนำเข้าเหล็กที่มีการเจือปนโบรอน พยายามไม่ให้เข้ามาทำลายอุตสาห กรรมเหล็ก
สำหรับการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น จี สตีล วันที่ 6 ส.ค. ที่ประชุมมีมติอนุมัติโครงการแปลงหนี้เป็นทุนใหม่ การเพิ่มทุน การออกวอร์แรนต์ให้ผู้ถือหุ้นเดิม และผู้ร่วมทุนใหม่ที่ใส่เงินเข้ามาไม่น้อยกว่า 1,500 ล้านบาท
ด้านราคาหุ้น GSTEEL ปิดที่ 0.44 บาท ลดลง 0.01 บาท หรือ 2.22% เพราะมีลูกหุ้นเพิ่มทุนเข้ามา
ทั้งนี้ ผลการดำเนินงาน จี สตีล ขาดทุนมานาน โดยไตรมาสแรกปีนี้ขาดทุนสุทธิ 581 ล้านบาท แย่ลงเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนที่มีขาดทุนสุทธิ 113 ล้านบาท ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 มี.ค. 2555 บริษัทมีขาดทุนสะสมสูงถึง 11,867 ล้านบาท







