posttoday
"กรุงไทย"...ปึ้ก ตั้งเป้าทุบสถิติกำไรสูงเป็นประวัติการณ์

"กรุงไทย"...ปึ้ก ตั้งเป้าทุบสถิติกำไรสูงเป็นประวัติการณ์

02 สิงหาคม 2555

สถิติมีไว้ทำลาย และดูเหมือน “อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์” กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย

โดย...เบญจมาศ เลิศไพบูลย์

สถิติมีไว้ทำลาย และดูเหมือน “อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์” กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จะวาดลวดลายการบริหารงานธนาคารรัฐแห่งนี้แบบทิ้งทวนทำกำไรจารึกไว้ในประวัติศาสตร์

เดือน พ.ย.นี้ อภิศักดิ์จะหมดวาระหลังนับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ธนาคารแห่งนี้ในปี 2547 ต้องยอมรับว่า 8 ปีในธนาคารแห่งนี้ อภิศักดิ์เปลี่ยนแปลงโครงสร้างธนาคารมาแล้วหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาสาขาที่ดูเซ็กซี่ พนักงานกระฉับกระเฉง และผลิตภัณฑ์ที่พร้อมแข่งขันกับคู่แข่ง

แม้ขาหนึ่งกรุงไทยจะเป็นธนาคารของรัฐที่ต้องทำหน้าที่เป็นมือไม้ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่อีกขาหนึ่งกรุงไทยก็ถือเป็นธนาคารพาณิชย์ ทิ้งพันธกิจสร้างกำไรและผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นไม่ได้เช่นกัน

อภิศักดิ์ ลั่นวาจาแล้วว่า ปีนี้ธนาคารน่าจะทำกำไรได้สูงสุดอีกครั้ง หลังจากปีก่อนสามารถทำกำไรได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากมีการปรับโครงสร้างสินเชื่อ และแก้ปัญหาในอดีตเพื่อสร้างพื้นฐานธนาคารให้แข็งแกร่ง ทำให้ขณะนี้มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ต่ำกว่า 2%

ขณะนี้ธนาคารได้เขย่าโครงสร้างสินเชื่อใหม่ เพื่อขยับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (สเปรด) ให้สูงกว่านี้ จากปัจจุบันสเปรดอยู่ราว 2.7% โดยมีการปรับสัดส่วนสินเชื่อภาครัฐให้น้อยลงจาก 20% เหลือ 18% และปัจจุบัน 15%

ขณะเดียวกันได้ปรับเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อลูกค้ารายย่อยจาก 26% เป็น 27% ในจำนวนนี้เป็นการเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อส่วนบุคคล และเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อลูกค้ารายใหญ่จาก 36% เป็น 38%

อภิศักดิ์ บอกว่า เป็นความตั้งใจของธนาคารสำหรับการลดสัดส่วนสินเชื่อภาครัฐผ่านการเข้าประมูลในโครงการต่างๆ ด้วยการไม่สู้เรื่องราคา เพราะเป็นสินเชื่อที่ได้รายได้ดอกเบี้ยน้อยเมื่อเทียบกับสินเชื่อประเภทอื่น ในขณะที่ธนาคารต้องการเพิ่มน้ำหนักสินเชื่อในกลุ่มอื่นแทน เช่น สินเชื่อลูกค้ารายย่อยและลูกค้ารายใหญ่

ยกเว้นสินเชื่อลูกค้าขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ยังเดินเครื่องไม่ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยยอมรับว่าสัดส่วนสินเชื่อลูกค้าเอสเอ็มอียังอยู่ระดับเดิม 20% ของสินเชื่อรวม เนื่องจากที่ผ่านมาขั้นตอนการอนุมัติสินเชื่อเอสเอ็มอีต้องผ่านขั้นตอนมาก ทำให้การอนุมัติสินเชื่อมีความล่าช้า และเกิดปัญหาหนี้เสียจากการอนุมัติสินเชื่อเอสเอ็มอีรายเล็กผ่านสาขา จึงได้สั่งให้ฝ่ายเอสเอ็มอีหยุดขยายสินเชื่อเอสเอ็มอีรายเล็กผ่านช่องทางสาขา พร้อมทั้งปรับกระบวนการทำงานกลุ่มเอสเอ็มอีใหม่ทั้งหมด ด้วยการยุบตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่าย โดยเพิ่มตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ให้การทำงานขึ้นตรงกับระดับผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ได้ในทันที ซึ่งจะทำให้โครงสร้างกลุ่มเอสเอ็มอีกระชับมากขึ้น ไม่ต้องผ่านหลายขั้นตอนเหมือนในอดีต รูปแบบนี้ช่วยร่นระยะเวลาอนุมัติสินเชื่อเอสเอ็มอีได้สั้นลง 1 สัปดาห์

“เราอยากทำเอสเอ็มอีรายย่อยที่มีวงเงินกู้รายละไม่เกิน 20 ล้านบาท เพราะในช่วง 510 ปีที่ผ่านมา เราไม่ได้จับลูกค้ากลุ่มนี้เลย ซึ่งมีช่วงหนึ่งที่เราได้ให้สาขาเป็นฝ่ายอนุมัติ แต่เครื่องมือเครื่องไม้ยังไม่พร้อม ทำให้การปล่อยสินเชื่อลูกค้ากลุ่มนี้ผ่านสาขาเป็นหนี้เสียเยอะ จึงสั่งให้หยุดปล่อย จึงเปลี่ยนให้สาขาดูแลลูกค้า แต่การอนุมัติขึ้นกับฝ่ายเอสเอ็มอี ตอนนี้เลยลดตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายเอสเอ็มอีที่มี 8 คน ให้ขึ้นเป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ 4 คน ที่เหลือกระจายในตำแหน่งอื่น” อภิศักดิ์ กล่าว

อภิศักดิ์ กล่าวว่า ตั้งเป้าหมายว่าใน 2-3 ปีจากนี้สินเชื่อเอสเอ็มอีควรจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 22-23% ซึ่งจะช่วยเรื่องส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยได้ และยังขยายฐานลูกค้าได้มากขึ้น

ไม่เพียงเท่านั้น การหารายได้ดอกเบี้ยในส่วนของลูกค้ารายย่อยก็ได้ปรับโครงสร้างบริษัท กรุงไทยธุรกิจลีสซิ่ง ซึ่งเป็นบริษัทลูก โดยจากนี้ลูกค้ารายย่อยที่จะขอสินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อซื้อสินค้าต่างๆ จะเข้ามาเป็นลูกค้าของธนาคาร โดยให้กรุงไทยธุรกิจลีสซิ่งทำหน้าที่ปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เพียงอย่างเดียว เนื่องจากทำงานที่ทับซ้อนกัน ปัจจุบันลูกค้าที่ขอสินเชื่อเพื่อผ่อนซื้อสินค้าต่างๆ ในกรุงไทยธุรกิจลีสซิ่งก็คือ กลุ่มลูกค้าข้าราชการ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าของธนาคารอยู่แล้ว จึงมองว่าควรเปลี่ยนรูปแบบมาผ่านช่องทางธนาคารในจุดเดียว โดยเข้าไปอยู่ในกลุ่มลูกค้าสินเชื่อบุคคล

สำหรับวาระการดำรงตำแหน่งในธนาคารที่จะหมดในปีนี้นั้น เมื่อถามว่าจะทำให้การวางโครงสร้างสินเชื่อที่ปรับเปลี่ยนไปแล้วกลับมาเหมือนเดิมได้หรือไม่ อภิศักดิ์ ย้ำว่า โครงสร้างที่ได้วางไว้จะทำให้ธนาคารเติบโต กรณีของสินเชื่อภาครัฐ ของเหล่านี้ต้องเลือก ถ้าเลือกไม่เป็นก็จะกลับไปสู่จุดเดิม อย่างสินเชื่อการเมืองในช่วง 78 ปีที่ผ่านมา ก็ได้มีการวางระบบใหม่และเลือกที่จะปล่อยสินเชื่อ เรียกได้ว่าร่อนตะแกรงไปได้เยอะมาก สิ่งเหล่านี้พิสูจน์ได้จากเอ็นพีแอลที่ลดลงต่อเนื่อง

ขณะที่สินเชื่อของธนาคารปีนี้ได้ปรับเป้าหมายเติบโตเพิ่มเป็น 810% หรือคิดเป็นเม็ดเงิน 11.2 แสนล้านบาท จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 7%

ด้านผลประกอบการในงวด 6 เดือนแรกปีนี้ ธนาคารมีกำไรสุทธิ 1.32 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2,853 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 27.33% คิดเป็นกำไรต่อหุ้นเท่ากับ 1.19%

จบปีนี้อภิศักดิ์จะทุบสถิติเอ็มดีกรุงไทยที่สร้างกำไรถล่มทลาย พิสูจน์ให้เห็นไปเลยว่ายุ่งกับการเมืองให้น้อยธนาคารกลับวิ่งฉิว

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน