
เงินเฟ้อครึ่งปีหลังวิ่งแซงหน้าครึ่งแรก
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ค่าเฉลี่ยของอัตราเงินเฟ้อในช่วงครึ่งหลังของปี 2555 จะสูงกว่าในช่วงครึ่งปีแรก
โดย...ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ค่าเฉลี่ยของอัตราเงินเฟ้อในช่วงครึ่งหลังของปี 2555 จะสูงกว่าในช่วงครึ่งปีแรก แต่ความกังวลต่อเส้นทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง ที่อาจไม่ราบรื่นท่ามกลางผลกระทบจากวิกฤตหนี้ยูโรโซน
รวมถึงมาตรการบรรเทาค่าครองชีพของรัฐบาล และการตรึงราคาสินค้าของผู้ประกอบการ ที่กินเวลาคาบเกี่ยวไปถึงช่วงไตรมาส 3/2555 น่าจะเป็นปัจจัยที่ผ่อนแรงกดดันเงินเฟ้อไปได้บางส่วน และอาจทำให้มีความเป็นไปได้ที่ค่าเฉลี่ยของอัตราเงินเฟ้อในปี 2555 จะลดต่ำลงกว่า 3.5% ซึ่งเป็นประมาณการกรณีพื้นฐาน
ตัวแปรที่อาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อของไทยในช่วงที่เหลือของปี 2555 นั้น ประเมินว่าคงต้องจับตาปัจจัยทางด้านอุปทานของตลาดน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์อาหารในตลาดโลก ที่ส่งผลกระทบให้ราคาเริ่มขยับสูงขึ้นตั้งแต่ในช่วงต้นครึ่งหลังของปี 2555
ทั้งนี้ แม้ราคาพลังงานในประเทศของไทยจะไม่ขยับตามทิศทางในตลาดโลกในอัตราที่เท่ากัน แต่ก็คงต้องยอมรับว่า นอกจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลก จะมีผลต่อราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศแล้ว ยังมีผลเพิ่มแรงกดดันต่อเนื่องไปที่ค่าไฟฟ้า หรือเอฟที รอบถัดไปในเดือน ก.ย.ต.ค. ด้วยเช่นกัน
ขณะที่ราคาโภคภัณฑ์อาหารที่แปรปรวนไปตามสภาพดินฟ้าอากาศ ก็อาจเพิ่มภาระด้านต้นทุนให้กับผู้ประกอบการในบางธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากราคายังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน
แต่กระนั้นแนวทางการบริหารจัดการทิศทางราคาพลังงานในประเทศของรัฐบาล ทั้งในส่วนที่ผ่อนปรนเงื่อนเวลาการปรับโครงสร้างราคาพลังงานหลายประเภท และการต่ออายุการลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยทำให้กลไกการส่งผ่านต้นทุนด้านพลังงานไม่สร้างแรงกดดันต่อทิศทางราคาสินค้าของผู้บริโภคมากนัก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสถานการณ์วิกฤตหนี้ยุโรป และความกังวลต่อทิศทางการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐและจีน ยังคงกดดันความเคลื่อนไหวของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์และน้ำมันไม่ให้มีลักษณะการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง
ทั้งนี้ สถานการณ์เงินเฟ้อในเดือน ก.ค. 2555 อยู่ที่ 2.73% เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ชะลอลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 มาที่ 1.87% ก็อาจเป็นสถานการณ์ที่สะท้อนว่า แรงกดดันต่อระดับราคาสินค้าผู้บริโภคยังคงอยู่ในระดับต่ำ สอดคล้องกับช่วงเวลาที่ยังคงมีความกังวลต่อเส้นทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง
ขณะที่การตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภคของผู้ประกอบการ และเครื่องมือในการดูแลทิศทางราคาพลังงานในประเทศของรัฐบาล ก็ยังคงมีผลคาบเกี่ยวไปในช่วงครึ่งหลังของปี 2555
ด้านสถานการณ์เงินเฟ้อไทยในเดือน ก.ค. 2555 ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นมากกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ แต่เงินเฟ้อพื้นฐานยังคงชะลอตัว โดยระดับราคาสินค้าผู้บริโภคในเดือน ก.ค. เพิ่มขึ้น 0.35% เทียบจากเดือนก่อนหน้า ซึ่งส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน ก.ค. ขยับขึ้นไปที่ 2.73% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์จากผลสำรวจของรอยเตอร์สคาดไว้ที่ 2.60% และปรับสูงขึ้นจาก 2.56% ในเดือน มิ.ย.
อย่างไรก็ดี แม้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ไม่นับรวมราคาในหมวดอาหารสดและพลังงาน ในเดือน ก.ค. 2555 ค่อนข้างทรงตัวในระดับที่ใกล้เคียงกับเดือนก่อนหน้า เพิ่มเพียง 0.03% เทียบเดือนก่อนหน้า แต่ปัจจัยเรื่องฐานเปรียบเทียบ เพราะมีการยกเลิกมาตรการบางส่วนของรัฐสำหรับการใช้ไฟฟ้าฟรีในเดือน ก.ค. 2554 ก็ส่งผลทำให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานชะลอตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 มาที่ระดับ 1.87% จาก 1.92% ในเดือน มิ.ย. 2555
ด้านการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าผู้บริโภคในเดือน ก.ค. 2555 เป็นไปตามทิศทางราคาอาหารสดและพลังงานที่ขยับขึ้นในระหว่างเดือน 0.93% ก่อนหน้า และ 1.53% ตามลำดับ
ขณะที่ราคาสินค้าอื่นๆ ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อนหน้ามากนัก เพราะยังอยู่ในช่วงตรึงราคาสินค้าของผู้ประกอบการไปจนถึงเดือน ก.ย. 2555 นี้
ทั้งนี้ แม้ราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหาร อาทิ เนื้อสัตว์ (0.70% เดือนเทียบเดือน) ไข่และผลิตภัณฑ์นม (1.13%) และเครื่องประกอบอาหาร (0.03%) จะปรับตัวลง แต่ราคาอาหารสดอื่นๆ เช่น ผัก/ผลไม้ รวมถึงปลา/สัตว์น้ำ (+3.32% และ +0.49% ตามลำดับ) ยังคงปรับสูงขึ้นค่อนข้างมาก
แม้อัตราเงินเฟ้อในเดือน ก.ค. 2555 อยู่ที่ 2.73% และขยับสูงขึ้น แต่แนวโน้มเงินเฟ้อที่ไม่น่าจะเร่งตัวขึ้นอย่างน่ากังวลในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ก็คงจะมีผลกระทบที่ค่อนข้างจำกัดต่อตลาดการเงินและทิศทางนโยบายการเงินของ ธปท.ในขณะนี้







