
ห่วงส่งออกตลาดเงิน-หุ้น
ผันผวนลากยาวตามศก.ยุโรปเอกชนวอนรัฐอัดนโยบายช่วย
ผันผวนลากยาวตามศก.ยุโรปเอกชนวอนรัฐอัดนโยบายช่วย
เตือนปัญหาหนี้ยุโรปป่วนค่าเงิน ตลาดหุ้น ส่งออก ราคาน้ำมันผันผวนหนัก
นายณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี กล่าวในงานสัมมนาเรื่อง “ไขปัญหาเศรษฐกิจโลก : วิกฤตหรือโอกาสของประเทศไทย” จัดโดยหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ว่า ปัญหาเศรษฐกิจในยุโรปจะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะผันผวนรุนแรงและยืดเยื้อ โดยเฉพาะอัตราแลกเปลี่ยนในภูมิภาคนี้ทั้งค่าเงินบาทและค่าเงินหยวน เนื่องจากเกิดความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ภาคการเงินมีความเสรีภาพเกินควรและการใช้เงินสกุลร่วมกันโดยที่ไม่มีความพร้อม แต่เชื่อว่าจะไม่รุนแรงเท่ากับวิกฤตเศรษฐกิจปี 2008
ขณะเดียวกัน จะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยที่ขณะนี้ผันผวนอย่างมากต่อข่าวการแก้ปัญหาหนี้ยุโรปแบบไร้เหตุผลจนเกิดความวุ่นวาย ความผันผวนของตลาดพันธบัตรที่ประเทศยุโรปต้องให้ผลตอบแทนสูงอย่างไม่เคยมีมาก่อน เพราะความน่าเชื่อถือในตลาดลดลงและความผันผวนสุดท้ายคือราคาน้ำมันที่เชื่อมโยงกับค่าเงินเหรียญสหรัฐ
“ต้องยอมรับว่าวิกฤตครั้งนี้ไม่แรงเท่ากับวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2008 แต่ความผันผวนของตลาดเงิน ตลาดทุนจะสูง เพราะระบบการเงินโลกเละเทะไปหมดแล้ว ซึ่งไทยต้องปรับตัวโดยการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้เชื่อมโยงการค้ากับฝั่งเอเชียและตะวันออกกลางมากขึ้นจากเดิมที่มุ่งเน้นแต่ตะวันตก” นายณรงค์ชัย กล่าว
สำหรับแนวทางการปรับตัวของไทยโดยมุ่งฝั่งตะวันออกมากขึ้นนั้น ต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคเพื่อเชื่อมโยงการค้า เช่น โครงการท่าเรือทวายและรถไฟจากจีนสู่อาเซียน ภาครัฐสามารถลงทุนได้อีกหลังจากช่วง 5 ปีที่ผ่านมาไม่ได้ลงทุน เพราะหนี้สาธารณะไทยยังไม่สูง อยู่แค่ระดับ 40% หากถึง 50% เมื่อใดจะออกมาพูดเตือนทันที ซึ่งเกณฑ์สากลทั่วไปเมื่อหนี้สาธารณะแตะ 60% จึงจะเข้าขั้นน่าเป็นห่วง และสเปนจะเป็นอีกตัวแปรที่ต้องติดตามใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าปีนี้การส่งออกไทยจะไม่ถึง 15% ตามเป้าหมายของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งรัฐบาลต้องยอมรับความจริง แต่ในภาพรวมเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 56% ได้ เพราะการบริโภคภายในจะเป็นตัวพยุงเศรษฐกิจและยังมีการลงทุนจากการฟื้นตัวจากปัญหาน้ำท่วมอีก
ด้านนายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า อีก 6 เดือนถึง 1 ปีจากนี้ สถานการณ์ยุโรปจะผันผวนต่อเนื่อง หากเกิดการพังทลายทางเศรษฐกิจไม่ว่าจะของกรีซหรือสเปนจะกระทบเศรษฐกิจโลกและมาถึงไทยแน่ โดยจะเห็นผลได้ไตรมาส 4 ในภาคส่งออกเป็นอันดับแรก
นายสุชาติ จันทรานาคราช กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลด์ไมน์ การ์เม้นท์ กล่าวว่า รัฐควรเข้ามาช่วย 4 เรื่อง คือ 1.ดูอัตราแลกเปลี่ยนให้มีเสถียรภาพ 2.ทบทวนนโยบายค่าจ้างขั้นต่ำ 3.สนับสนุนสิทธิประโยชน์และสภาพคล่องไปซื้อของดีราคาถูกในต่างประเทศ และ 4.ส่งเสริมการลงทุนกลุ่มลุ่มน้ำโขง (CLMV)
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท เวลส แอนด์ โก ยูนิเวอร์ส กล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้ขอให้การเมืองอย่าเข้ามาวุ่นวาย เพราะกลัวทำเศรษฐกิจพังเหมือนข้าวที่การส่งออกลดลงมาก







