
‘กสท’ชงบอร์ดล้มสัญญาทรู
‘กิตติศักดิ์’แจงแก้6ข้อวุ่นแน่ย้ำฉบับใหม่ต้องถูกกฎหมาย
‘กิตติศักดิ์’แจงแก้6ข้อวุ่นแน่ย้ำฉบับใหม่ต้องถูกกฎหมาย
เอ็มดี กสทฯ ชงบอร์ดยกเลิกสัญญา กสทฯทรู หลังฝ่ายกฎหมายติงหากแก้สัญญา 6 ข้อ เจอมรสุมปัญหาเพียบ
นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า คณะทำงานติดตามและพิจารณาสัญญาการทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่ เพื่อให้บริการ 3G ด้วยเทคโนโลยี HSPA บนคลื่นความถี่ 850 MHz. กับกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้พิจารณาและมีข้อเสนอว่า สัญญาที่ กสทฯ ลงนามและดำเนินการร่วมกับกลุ่มทรูนั้นสมควรที่จะทำ การร่างสัญญาขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เพื่อทดแทนสัญญาเดิมที่มีอยู่ เพื่อให้การดำเนินงานสามารถเดินหน้าต่อได้และไม่มีปัญหา และหลุดพ้นจากข้อสงสัยของหน่วยงานต่างๆ ที่กำลังตรวจสอบสัญญานี้อยู่
สัญญาดังกล่าวสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้สั่งให้ กสทฯ ไปดำเนินการแก้ไขใน 6 รายการ เพื่อให้ไม่ขัดต่อมาตรา 46 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ
อย่างไรก็ตาม กสทฯ จะเสนอแนวทางดังกล่าวต่อที่ประชุมบอร์ด กสทฯ รับทราบในวันที่ 25 ก.ค.ขณะที่การเจรจาเพื่อแก้ไขสัญญา 6 รายการ กับกลุ่มทรูยังดำเนินต่อไป
นายกิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า การเจรจาแก้ไขใน 6 รายการนั้น จะไปเกี่ยวพันกับเรื่องอื่นมากมายและหลายเรื่องซับซ้อน ต้องใช้เวลาเจรจาต่อและยากที่จะกำหนดข้อยุติได้ในเวลาสั้นๆ เช่น การที่ กสทฯ ต้องดำเนินการให้มีสิทธิเต็มที่ในความถี่และบริหารจัดการโครงข่าย รวมทั้งต้องย้าย Network Operations Centre (NOC) มาอยู่ในพื้นที่ กสทฯ เอง หมายถึงจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการเช่า การเอาต์ซอร์สต่างๆ มากมาย ต้องมีการเจรจาราคาเช่ากันใหม่ และต้องตกลงเรื่องการติดตั้งอุปกรณ์กันใหม่หมด “มันจึงยากมากที่จะแก้ไขกัน6รายการให้เสร็จตามที่กสทช.ระบุ โดยไม่ไปเกี่ยวข้องกับเรื่องรายละเอียดอื่นเลย ซึ่งเป็นไปไม่ได้”กจญ.กสท กล่าวว่า
สำหรับสัญญาใหม่ที่จะต้องดำเนินการนั้น จำเป็นต้องมีรายละเอียดหลักๆ ใหม่ ที่ต้องไม่ก่อให้เกิดปัญหาใหม่ในอนาคต และต้องผ่านขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมายครบถ้วนทั้งผ่านความเห็นชอบของบอร์ด กสทฯ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ซึ่งหากจบกระบวนการทั้งหมดสัญญาใหม่ก็จะไปทดแทนของเก่าได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ทั้งนี้ สัญญาใหม่กลุ่มทรูควรจะเป็นเหมือนเอ็มวีเอ็นโอ ซึ่งต้องดูความเป็นไปได้ว่า ถ้าจะไปถึงตรงนั้นเงื่อนไขทั้งหมดต้องเป็นอย่างไร
นอกจากนี้จุดเริ่มขวงสัญญานี้ ทางคณะกรรมการสอบสวนของกระทรวงไอซีทีเคยระบุว่ามีเรื่องผิดปกติ 5 รายการ และส่งเรื่องต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกำลังพิจารณาอยู่
ขณะเดียวกัน BFKT ซึ่งปัจจุบันถือหุ้นโดยกลุ่มทรู ก็อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะทำงานของกสทช.อยู่ด้วยเช่นกันว่า เข้าข่ายดำเนินการโดยไม่มีใบอนุญาตหรือไม่
กสท.กังวลในหลายเรื่องเป้นเจ้าของคลื่นความถี่และบริการนี้ การแก้ไขถ้าแก้แล้วควรที่จะไปสู่จุดที่เหมาะสมที่สุดต่อองค์กร และไม่ต้องถูกร้องหาการตรวจสอบได้อีก
ขระเดียวกันในฐานะของฝ่ายบริหาร การบริหารหารตัดสินใจต้องอยู่ในเงื่อนไขที่ไม่ทำให้รับเสียประโยชน์ เพราะหากละเลยอาจเข้าข่ายผิดมาตรา157 กฎหมายอาญาได้







