
"ส่งเสริมประกันภัย" อย่าซ้ำรอย "สัมพันธ์ฯ"
บริษัท ส่งเสริมประกันภัย กลายเป็นบริษัทล่าสุดที่ถูกทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)
โดย...ฉัตรชัย ธนจินดาเลิศ
บริษัท ส่งเสริมประกันภัย กลายเป็นบริษัทล่าสุดที่ถูกทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ลงดาบสั่งให้หยุดขายประกันเป็นการชั่วคราว เนื่องจากการดำเนินงานที่ผ่านมาของบริษัทอาจสร้างความเสียหายให้กับผู้เอาประกันหรือประชาชนได้ จึงถือเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมก่อนที่ปัญหาจะบานปลายไปมากกว่านี้
จริงอยู่แม้ความผิดของบริษัท ส่งเสริมประกันภัย ที่ถูก คปภ.ตรวจพบว่า การดำเนินงานที่ผ่านมาของบริษัทไม่มีระบบควบคุมการจำหน่าย การจ่ายแจกกรมธรรม์ประกันภัยที่ครบถ้วนรัดกุม ไม่มีระบบการสอบยันกรมธรรม์ประกันภัยที่จำหน่าย และเงินค่าเบี้ยประกันภัยให้ถูกต้องตรงกัน มีการรับประกันภัยโดยไม่บันทึกบัญชี หรือบันทึกบัญชีล่าช้า
ประกอบกับไม่มีการตรวจสอบการลงบันทึกบัญชี และสมุดทะเบียนให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย มีการบันทึกบัญชีโดยใช้เกณฑ์เงินสด ซึ่งผู้สอบบัญชีไม่รับรองงบการเงิน ทำให้ไม่สะท้อนฐานะการเงินที่แท้จริง ขาดความน่าเชื่อถือต่อการดำเนินงาน
ที่แม้บริษัท ส่งเสริมประกันภัย จะยังไม่มีปัญหาเรื่องการจ่ายสินไหมทดแทนหรือมีปัญหาเรื่องเงินกองทุนติดลบ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ร้ายแรงเหมือนกับบริษัท ลิเบอร์ตี้ประกันภัย บริษัท วิคเตอรี ประกันภัย (ประเทศไทย) และบริษัท สัมพันธ์ประกันภัย ที่ถูกคำสั่งให้ปิดกิจการไปก่อนหน้านี้
แต่ คปภ.ก็ไม่ควรประมาท ต้องรีบดำเนินการเข้าไปควบคุมดูแลบริษัท ส่งเสริมประกันภัย ให้ใกล้ชิดเป็นพิเศษ นอกเหนือจากการที่ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปประจำที่บริษัท ส่งเสริมประกันภัย เพื่อทำการลงบัญชีขายประกันภัยให้ถูกต้องตามเกณฑ์ที่ คปภ.กำหนดเพียงอย่างเดียว
ทาง คปภ.ต้องหาทางป้องกันเพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นกับบริษัท สัมพันธ์ประกันภัย ที่มีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินของบริษัทออกไปเป็นของส่วนตัว จนบริษัทไม่เหลืออะไร แม้แต่กระดูก
และถูกคำสั่งศาลให้ล้มละลายในที่สุด โดยที่ผู้บริหารของบริษัท สัมพันธ์ประกันภัย เองก็ยังไม่ได้ถูกลงโทษอะไรมาจนถึงปัจจุบัน จึงไม่ต่างอะไรกับการล้มบนฟูกดีๆ นั้นเอง นับตั้งแต่มีคำสั่งปิดบริษัท สัมพันธ์ประกันภัย ไปเมื่อปี 2551
นับได้ว่าเป็นอีกกรณีหนึ่งที่สร้างความเสียหายให้กับประชาชนอย่างมหาศาล แถมสร้างรอยด่างให้กับธุรกิจประกันภัยมาจนถึงทุกวันนี้ และคงไม่มีใครอยากเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ย้อนกลับมาเกิดขึ้นอีก ไม่ว่าบริษัทนั้นจะมีขนาดใหญ่หรือเล็ก มีลูกค้ามากหรือน้อยแค่ไหนก็ตาม
ดังนั้น หากพ้นกำหนดที่ คปภ.ให้บริษัท ส่งเสริมประกันภัย แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเร่งดำเนินการโดยจัดให้มีระบบควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพ การควบคุมการจัดส่งกรมธรรม์ประกันภัยไปสู่สาขาและตัวแทน/นายหน้าประกันภัย การตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยที่ขายกับจำนวนเบี้ยประกันภัยที่ได้รับ
รวมถึงการบันทึกบัญชีและสมุดทะเบียนให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย จนกว่าผู้สอบบัญชีจะรับรองงบใหม่แล้ว
ทางบริษัท ส่งเสริมประกันภัย ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ คปภ.ก็ควรใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด ทำตามขั้นตอนของกฎหมายเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกระจายไปมากกว่านี้ แม้ต้องแลกกับการที่ต้องปิดบริษัทประกันเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งแห่งก็ตาม
ขณะเดียวกัน หากบริษัท ส่งเสริมประกันภัย สามารถแก้ไขปัญหาได้ตามที่ คปภ.กำหนด ทาง คปภ.เองก็ต้องสร้างความมั่นใจให้ประชาชนได้ว่า เมื่อไฟเขียวให้บริษัท ส่งเสริมประกันภัย กลับมาทำธุรกิจได้ตามปกติแล้ว จะต้องไม่สร้างปัญหาให้เกิดขึ้นอีก การจ่ายค่าสินไหมให้กับลูกค้าต้องไม่มีบิดพลิ้ว ลูกค้าต้องได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ไม่ใช่พอเวลาผ่านไประยะหนึ่งก็กลับมาเกิดปัญหาขึ้นอีก
ในเมื่อปัจจุบันตลาดได้กลายมาเป็นของผู้ซื้อ ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น โดยมีบริษัทประกันภัยอยู่อีก 60 แห่ง ที่ยังไม่มีปัญหาและพร้อมที่จะขายกรมธรรม์ให้กับลูกค้า โดยไม่ต้องกังวลว่าซื้อประกันไปแล้ว บริษัทจะเจ๊งหรือเคลมได้หรือไม่
ทาง คปภ.ก็ควรยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก เพื่อให้ส่วนรวมเดินหน้าต่อไปได้ แม้ต้องลงดาบแรงๆ อีกครั้งก็ตาม ไม่เช่นนั้นประชาชนก็ต้องรับกรรมอีกตามเคย







