posttoday
เรียนรู้ 5C จากเจ้าของธุรกิจครอบครัว : เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ

เรียนรู้ 5C จากเจ้าของธุรกิจครอบครัว : เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ

24 กรกฎาคม 2555

ฉบับที่แล้วผมนำเสนอเรื่องที่ คุณไกรสร จันศิริ ได้พูดให้หลักคิดไว้ 6 ข้อ คือ

โดย...ศ.พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์

ฉบับที่แล้วผมนำเสนอเรื่องที่ คุณไกรสร จันศิริ ได้พูดให้หลักคิดไว้ 6 ข้อ คือ

1.ต้องขยันและประหยัด

2.ต้องรักษาความน่าเชื่อถือและเครดิต รวมทั้งการที่มีการตรงต่อเวลา คุณธรรม จริยธรรม และมิตรภาพที่มีต่อคู่แข่ง โดยไม่ถือว่าคู่แข่งเป็นศัตรู

3.ต้องขวนขวายหาความรู้ใหม่ๆ เพื่อการเจริญเติบโตและต้องไม่มีความเสี่ยง

4.มีการถ่วงดุลอำนาจระหว่างเจ้าของและมืออาชีพที่เข้ามาให้คำปรึกษา

5.เรื่องการทดแทนบุญคุณ อันนี้เป็นหลักสำคัญมากของธุรกิจครอบครัวคนจีนหรือคนชาติไหนก็ตาม จะต้องมีความกตัญญูรู้คุณ และต้องตอบแทนเขาทั้งครอบครัวและคู่ค้า

6.ต้องคืนกำไรให้กับสังคม โดยต้องไปช่วยเหลือทำบุญให้กับสังคม

สำหรับ คุณอิสระ ว่องกุศลกิจ ได้กล่าวถึงเรื่องของการที่มีสภาครอบครัว มีธุรกิจกับครอบครัวแยกจากกัน แล้วก็การเลือกมืออาชีพเข้ามา การคัดเลือกบุคคลภายนอกมืออาชีพเข้ามาตามขั้นตอน แล้วก็ครอบครัวดูแลผลประโยชน์ให้ความเป็นธรรม

โดยที่มีปรัชญาที่สำคัญมากที่คุณแม่ได้สั่งสมเฝ้าสอนคุณอิสระมาก็คือ ต้องเป็นคนดี มีน้ำใจ ขยันหมั่นเพียร ห้ามพูดเท็จ จงเป็นคนใจบุญ มีความคิดที่ลึกซึ้ง เอาใจเขาใส่ใจเรา รู้จักบุญคุณ และเป็นคนรักษาคำพูด

และก็มีปรัชญาทางธุรกิจ คือ มุ่งสู่ความเป็นเลิศ เชื่อมั่นคุณค่า ตั้งอยู่ในความเป็นธรรมและรับผิดชอบต่อสังคม

ผมเห็นว่า C ที่คุณอิสระพูดถึง คือ เรื่อง Corporate Structure (การให้มืออาชีพ) การให้ความเป็นธรรมในเรื่องผลประโยชน์ (Compensation) และที่สำคัญที่สุดเช่นเดียวกับคุณไกรสร คือ เน้นไป C ตัวที่ 5 คือ ความเอื้ออาทรและความกรุณา (Care and Compassion) ซึ่ง C ตัวนี้จึงน่าจะเป็นหลักการที่ทำให้เจ้าของธุรกิจครอบครัวพัฒนาธุรกิจได้เติบใหญ่และยั่งยืนทั้งสองท่าน

สำหรับมุมมองมืออาชีพ คือ คุณบุญคลี ปลั่งศิริ ที่ทำงานกับธุรกิจครอบครัวนั้น ท่านให้มุมมองว่าเจ้าของธุรกิจหรือเจ้าของกิจการจะบริหารกิจการอย่างมืออาชีพนั้น จะต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ผสมกัน โดยเจ้าของธุรกิจก็จะแบ่งเป็นหลายประเภท คือ

ประเภทแคชเชียร์ คือ เก็บเงินทั้งหมด

ประเภทล้วงลูก สั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาโดยไม่ผ่านผู้บริหาร หรือบ้าประชุม เรียกประชุมอย่างเดียวโดยไม่ได้สาระ ศักดินา และมีการแบ่งเส้นระหว่างเจ้าของกิจการ

เจ้าพ่อ Project มี Project ใหม่ทุกครั้ง ทำแทบไม่ทัน หรือมีระบบราชการที่มีขั้นตอนยุ่งยาก

ส่วนผู้บริหารเองก็มีหลายแบบ เช่น ผู้บริหารทั้งที่คำนึงถึงแต่เรื่องตัวเอง ที่เป็นนักต่อรองผลประโยชน์ ที่ต้องการอำนาจเต็ม ที่มั่นใจตัวเองสูงจนลืมความเสี่ยง ปล่อยพวงมาลัยให้ลูกน้องทำตามยถากรรม บริหารตามตำรา เก่งคนเดียว

ซึ่งมืออาชีพแค่นี้เป็นมืออาชีพที่ธุรกิจครอบครัวไม่ต้องการ เพราะฉะนั้น หัวใจของการบริหารแบบมืออาชีพก็คือว่า ต้องเป็นที่ไว้ใจ เรียนรู้ให้เร็วเพื่อต่อยอดธุรกิจ แล้วก็ต้องทำตัวให้กลมๆ ไม่แหลมด้านใดออกมาเพื่อเป็นที่ไว้ใจและต้องเร่งรู้เพื่อต่อยอดธุรกิจ ต้องเป็นทั้งมวยจีนและมวยฝรั่ง

ผมเห็นว่าในมุมมองของคุณบุญคลีมี 2C ที่สำคัญมีดังนี้

1.Corporate Structure ว่าการจัดโครงสร้างคณะกรรมการ ต้องดูความสามารถมืออาชีพที่มีหลายประเภท และ

2.Compensation ในการหามืออาชีพที่มีความเก่งและน่าไว้วางใจมาบริหารจัดการธุรกิจครอบครัวได้ดี ต้องมีค่าตอบแทนที่ดี ดังนั้น เจ้าของธุรกิจครอบครัวจะต้องใช้ประโยชน์ในส่วนนี้

การเปิดมุมมองของเจ้าของธุรกิจครอบครัวที่ประสบความสำเร็จทั้งในและต่างประเทศของคุณไกรสรและคุณอิสระ เราจะเห็นได้ว่า C ตัวที่ 5 คือ Care and Compassion น่าจะเป็นองค์ประกอบสำคัญในเรื่องความสำเร็จและความเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน

ผมเคยเขียนและพูดไว้ในหลายที่ว่า C อื่นๆ จะช่วยไม่ได้เลยหากขาด C ตัวที่ 5 และการที่จะให้มี C ตัวที่ 5 คือ ความเอื้ออาทรและความกรุณาของสมาชิกในครอบครัว

สิ่งที่สำคัญคือ การสื่อสาร (Communication) แนวคิดนี้ของสมาชิกในครอบครัวอย่างสม่ำเสมอเป็นเรื่องสำคัญเพื่อสืบทอดเรื่องนี้จากรุ่นสู่รุ่นต่อไป

นอกจากนี้ แนวคิดของทั้ง 3 ท่านนั้น น่าจะเป็นแนวทางที่ธุรกิจครอบครัวนำไปสานเสวนา เพื่อพัฒนาเป็นหลักในธรรมนูญครอบครัวและแนวทางการดำเนินธุรกิจของครอบครัวที่ผมเชื่อว่าจะนำไปสู่ความยั่งยืนของธุรกิจครอบครัวไทยได้อย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่