
บลจ.กสิกรฉลุยครึ่งปีโต13%
ครองแชมป์ทั้ง3ธุรกิจกองทุนลั่นสิ้นปีเข้าเป้า8.98แสนล้าน
ครองแชมป์ทั้ง3ธุรกิจกองทุนลั่นสิ้นปีเข้าเป้า8.98แสนล้าน
บลจ.กสิกรไทย ฉลุยครึ่งปีแรกเอยูเอ็มโต 13% ครองแชมป์เบอร์ 1 ทุกธุรกิจ หวังสิ้นปีนี้แตะ 8.98 แสนล้านบาทและทะลุ 1 ล้านล้านในปีหน้า
นายอำพล โพธิ์โลหะกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2555 บริษัทยังมีอัตราการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) ณ สิ้นเดือน มิ.ย. เท่ากับ 8.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.38% จากสิ้นปี 2554
ทั้งนี้ แบ่งเป็นธุรกิจกองทุนรวม 5.88 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.75% ธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 1.51 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.08% และธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล 9.71 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.99%
“เรามีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 ในทุกกลุ่มธุรกิจและในสิ้นปีนี้ยังมีเป้าหมายที่จะเพิ่มเอยูเอ็มเป็น 8.98 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1.59 แสนล้านบาท ซึ่งจะทำให้มีอัตราการเติบโตทั้งปีเท่ากับ 21.57% โดยเป็นการเติบโตจากธุรกิจกองทุนรวม 7 หมื่นล้านบาท ขณะที่ธุรกิจอื่นๆ น่าจะมีการเติบโตอีกเล็กน้อยและเชื่อว่าในกลางปีหน้าเราจะมีเอยูเอ็มทะลุ 1 ล้านล้านบาท” นายอำพล กล่าว
นายอำพล กล่าวอีกว่า สำหรับเป้าหมายต่อไปของ บลจ.กสิกรไทย คือ การขยายฐานลูกค้าให้มากขึ้นและการส่งเสริมให้นักลงทุนมีการกระจายการลงทุนมากกว่าลงทุนในกองทุนที่มีลักษณะคล้ายเงินฝากเท่านั้น
น.ส.ยุพาวดี ตู้จินดา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย กล่าวว่า ช่วงครึ่งปีแรกบริษัทมีกองทุนตราสารหนี้ที่มีระยะเวลาครบอายุประมาณ 2.38 แสนล้านบาท ซึ่งบริษัทก็สามารถออกกองทุนใหม่มารองรับเม็ดเงินเดิมเอาไว้ได้ทั้งหมด และยังสามารถดึงเม็ดเงินใหม่เข้ามาลงทุนได้เพิ่มอีกประมาณ 4 หมื่นล้านบาท
“ในช่วงครึ่งหลังของปีจะมีกองทุนตราสารหนี้ที่ครบอายุ มูลค่าใกล้เคียงกับในช่วงครึ่งปีแรก แต่มั่นใจว่าเราจะรักษาเงินลงทุนเดิมเอาไว้ได้ทั้งหมดเช่นกัน ซึ่งนโยบายของบริษัทไม่ได้เน้นในเรื่องของอัตราผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว แต่จะดูความเสี่ยงด้านเครดิตด้วย” น.ส.ยุพาวดี กล่าว
พร้อมกันนี้ น.ส.ยุพาวดี กล่าวว่า ปัจจุบันเริ่มแนะนำลูกค้ากองทุนส่วนบุคคลที่มีความเข้าใจและรับความเสี่ยงได้ให้เข้าลงทุนกองทุนเปิดเค อะกริคัลเจอร์ เนื่องจากตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2555 ราคาสินค้าเกษตรเริ่มมีทิศทางปรับตัวขึ้น และภายในเวลาประมาณ 1 เดือน กองทุนปรับตัวขึ้นมาแล้วประมาณ 20%







