
ประกันชีวิตฉลุย5เดือนโต17%วอนรัฐผลักดัน
สมาคมประกันชีวิตฝันหวาน ครึ่งปีหลังไม่มีปัญหา ดันธุรกิจเติบโต 15% วอนรัฐช่วยผลักดัน
สมาคมประกันชีวิตฝันหวาน ครึ่งปีหลังไม่มีปัญหา ดันธุรกิจเติบโต 15% วอนรัฐช่วยผลักดัน
นายสุทธิ รจิตรังสรรค์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ทางสมาคมคาดว่าธุรกิจประกันชีวิตในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ยังคงมีอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะคงไม่มีปัจจัยลบที่จะมาส่งผลกระทบต่อธุรกิจประกันชีวิตมากนัก ทำให้ธุรกิจประกันชีวิตสามารถเร่งอัตราการเติบโตได้ถึง 15% ตามที่ได้ตั้งเป้าไว้ โดยในช่วง 5 เดือนแรกที่ผ่านมาธุรกิจประกันชีวิตมีเบี้ยรับรวม 1.46 แสนล้านบาท อัตราการเติบโต 17%
นอกจากนี้ สมาคมยังตั้งเป้าการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกำหนดให้ภายใน 5 ปีข้างหน้า สัดส่วนการถือครองกรมธรรม์ประกันชีวิตของคนไทยต้องเพิ่มเป็น 50% จากปัจจุบันอยู่ที่ 30% ด้วยกลยุทธ์การปรับตัวและเพิ่มการแข่งขันต่างๆ ของธุรกิจประกัน เพื่อให้ประชาชนหันมาสนใจซื้อหลักประกันให้กับชีวิตมากขึ้น
“สิ่งที่ธุรกิจประกันชีวิตต้องการมากที่สุด คือ การเติบโตในระดับสูง เพราะอัตราการเติบโตเรื่องการถือครองกรมธรรม์ประกันชีวิตของคนไทยนั้น อยู่ที่ระดับ 2% เท่านั้น ซึ่งถือว่าต่ำมาก และหากเป็นไปได้อยากให้การเติบโตเพิ่มขึ้นเป็นปีละ 4% และเพิ่มสัดส่วนการถือครองกรมธรรม์ประกันชีวิตของคนไทยให้เป็น 50% ในอีก 5 ปีข้างหน้าด้วย” นายสุทธิ กล่าว
นายสุทธิ กล่าวว่า การเพิ่มอัตราเบี้ยประกันให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับสูงนั้น ยังเป็นการช่วยเพิ่มเม็ดเงินลงทุนให้กับภาครัฐบาล เพื่อที่จะได้นำเม็ดเงินดังกล่าวไปพัฒนาประเทศต่อไปอีกทางหนึ่ง ดังนั้น ในส่วนของภาครัฐและเอกชนจำเป็นต้องช่วยผลักดันส่งเสริมให้เกิดการออมมากขึ้น และหากเป็นไปตามแผน 5 ปีที่วางไว้ เม็ดเงินลงทุนในการพัฒนาประเทศก็มีมากขึ้นจากเดิม
อย่างไรก็ตาม การประกันชีวิตกับการลงทุนเพื่อพัฒนาประเทศ ถือว่ายังมีไม่สูงมากนัก หากแบ่งเป็นประเภท และเงินของการลงทุนจะเห็นว่าเงินกู้ให้ยืมมีประมาณ 2 หมื่นล้านบาท เงินให้กู้ยืมโดยมีกรมธรรม์เป็นหลักประกันมีประมาณ 6 หมื่นล้านบาท ตราสารทุน 1.2 แสนล้านบาท ตราสารหนี้ประมาณ 3.3 แสนล้านบาท และพันธบัตรกับตั๋วเงินคลังประมาณ 8.7 แสนล้านบาท
นายสุทธิ กล่าวถึงความคืบหน้าในการคัดสรรผู้ที่จะมารับหน้าที่นายกสมาคมประกันชีวิตคนใหม่ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนคัดเลือก และคาดว่าภายในวันที่ 30 ก.ค.นี้ จะได้รายชื่อผู้ที่จะเข้ารับตำแหน่งนายกสมาคมฯ คนใหม่
สำหรับงานหลักที่อยากให้นายกสมาคมฯ คนใหม่ดำเนินการต่อ คงเป็นเรื่องของการผลักดันให้คนไทยมีสัดส่วนการถือครองกรมธรรม์ประกันชีวิตเพิ่มเป็น 50% และเติบโตปีละ 4% ให้ได้ รวมถึงเรื่องการใช้ระบบเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยงหรืออาร์บีซีให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์เรื่องการเก็บภาษีของธุรกิจประกันชีวิต







