posttoday
อัดไร้กึ๋นคัดเลือกน้ำ

อัดไร้กึ๋นคัดเลือกน้ำ

11 กรกฎาคม 2555

กบอ.ใช้เกณฑ์อะไรวัด3บริษัท ยันเมกะน้ำ3แสนล.ไทยทำได้

กบอ.ใช้เกณฑ์อะไรวัด3บริษัท ยันเมกะน้ำ3แสนล.ไทยทำได้

กรรมการ กยน.ถามจริงจัง กบอ.ใช้หลักอะไรเลือกเอกชน “ปราโมทย์” เตือนรัฐทำโครงการน้ำ 3 แสนล้าน ต้องรอบคอบ

แหล่งข่าวในคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการ บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) กล่าวว่า มีคำถามที่ต้องการให้คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ตอบในกรณีการเปิดให้เอกชนทั้งไทยและต่างประเทศเข้ามาออกแบบเมกะโปรเจกต์น้ำ 3.4 แสนล้านบาท ในกรณีที่ กบอ. บอกให้ทุกบริษัทยื่นมาแล้วจะเลือก 3 บริษัท

ทั้งนี้ ถามว่าถ้าบริษัทจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ช.การช่าง หรืออิตัลไทย ยื่นมาจะพิจารณาตัดออกด้วยเหตุผลอะไร อย่างไร คณะกรรมการเป็นใคร จะมีระบบสร้างความโปร่งใสอย่างไร

อีกคำถาม คือ เมื่อบริษัทเหล่านั้นผ่านการพิจารณามาแล้วจะให้เงินไปศึกษาออกแบบ ถามว่าจำเป็นหรือไม่ ในเมื่อที่ผ่านมาหน่วยงานของไทยหลายหน่วยงาน ร่วมทั้งคณะกรรมการ กยน.ได้คิดกันไว้จนตกผลึกแล้วจะต้องเสียเงินทำไม เหมือนกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ และหากมีการหยิบเอาโครงการที่หน่วยงานเหล่านี้คิด ก็ต้องปรับลดงบประมาณ เพราะอาศัยต้นทางที่เป็นงบประมาณแผ่นดินไปแล้ว มิเช่นนั้นจะเป็นการจับเสือมือเปล่า

“ก่อนหน้านี้สมัยรัฐบาลทักษิณ ก็เคยมีโครงการเมกะโปรเจกต์เรื่องการบริหารจัดการน้ำ ทั้งโครงการขุดเจ้าพระยาแห่งที่สอง แต่ยังไม่ทันดำเนินการก็โดนรัฐประหารไปก่อน เพราะฉะนั้นครั้งนี้กลับมารูปแบบเดิม และเมื่อเป็นเงินกู้จำเป็นที่รัฐจะต้องบอกประชาชนให้ละเอียด” แหล่งข่าวเปิดเผย

นายปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทาน ในฐานะกรรมการ กยน. กล่าวถึงการให้เอกชนเสนอโครงการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทยว่า ในเรื่องนี้ควรจะให้คนไทยหรือหน่วยงานของรัฐเป็นคนคิด เพราะเป็นผู้ศึกษาปัญหาน้ำของชาติมาตลอดเวลาอันยาวนาน ต่างประเทศก็ไม่รู้เหมือนกับหน่วยงานของไทย เหมือนกับคนไทยที่ไปดูงานต่างประเทศที่เกาหลี จีน ถามว่าจะรู้รายละเอียดของเขาเหมือนคนในประเทศหรือไม่ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เห็นว่า กบอ.น่าจะต้องหันกลับมาพิจารณาใหม่ เพราะหน่วยงานไทยศึกษามานานแล้ว จะไปเสียเวลาให้ต่างชาติคิดทำไม ส่วนในเรื่องการก่อสร้าง น่าจะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีที่ดี

“คุณปลอดประสพเป็นอดีตข้าราชการ อาจจะเก่งเรื่องประมง เรื่องป่าไม้ แต่ไม่ได้ศึกษาเรื่องระบบน้ำมาทั้งหมด เพราะฉะนั้นต้องรอบคอบในเรื่องนี้ให้มาก อย่าไปคาดว่าต่างชาติจะเก่งกว่าคนไทย ต้องให้นักวิชาการ ผู้ปฏิบัติงานจริง เข้าไปมีส่วนร่วมเข้าไปช่วยดูทีโออาร์ ไปดูข้อเสนอของเอกชนที่จะเข้ามา จะให้ สศช.หรือคณะรัฐมนตรีดูเพียงไม่กี่หน่วยงานไม่ได้ ต้องอาศัยองค์ความรู้ทั้งหมด เรื่องนี้จะงุบงิบทำไม่ได้ เพราะเป็นภาระเงินกู้ของคนไทยทั้งหมด ซึ่งเรื่องนี้เบื้องต้นยังไม่ขอออกความเห็นมาก ขอดูเขาทำงานกันก่อน” นายปราโมทย์ กล่าวกรรมการกยน.ผู้นี้กล่าวด้วยว่า ไม่อยากพูดถึงนโยบายป้องกันน้ำท่วมของรัฐบาลเพราะ เดี่ยวนี้กยน.ไม่มีแล้ว อยู่บนหิ้งแล้ว จนถึงขณะนี้เข้าฤดูฝนแล้วยังไม่รู้ทำอะไรกันไปบ้างที่เป็นรูปธรรม การประชุมคณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ(กนอช.) ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ควรจะชี้แจงประชาชนให้มากกว่านี้และเอาคนที่รู้เรื่องมาแถลง เพื่อทำให้คนเกิดความเชื่อมั่นเพราะขณะนี้ประชาชนก็ยังกลัวน้ำจะท่วมซ้ำอีกปี

นายปราโมทย์ กล่าวว่าเหตุการณ์น้ำท่วมกับประเทศไทยเป็นของธรรมชาติที่เกิดขึ้นทุกปีอยู่แล้ว ซึ่งหน้าที่หลักคือทำอย่างไรเอาน้ำระบายออกทะเลให้เร็วที่สุด ตนพูดในฐานะนักปฏิบัติผ่านเหตุการณ์มาหลายครั้งว่าท่วมได้แต่ต้องทำให้ ระยะเวลาการท่วมสั้นลงและไม่ไหลบ่าลามไปท่วมพื้นที่ที่ไม่เคยท่วม ปัญหาปี 54 เพราะกันน้ำไม่ให้เข้าเฉพาะบางพื้นที่ ชาวบ้านเขาก็ทนไม่ได้จนต้องพังคันกั้นน้ำ เพราะรัฐบาลไม่เคยบอกระยะเวลาที่ชัดเจน ว่าท่วมถึงเมื่อไหร่ จริงๆแล้วถ้าทำให้เกิดความเข้าใจ คนไทยคุ้นเคยกับน้ำอยู่แล้วสามารถขอความร่วมมือได้ ที่สำคัญต้องเฉลี่ยน้ำกันไปให้ได้จะทำให้ท่วมไม่สูงมาก

อดีตอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่าส่วนปีนี้จะท่วมมากหรือน้อยต้องดูที่ธรรมชาติว่าจะจัดหนักเหมือนปี 54 อีกหรือไม่ ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ต้องรอดูปริมาณฝนที่เข้าสู่ฤดูฝนเต็มตัวในเดือนสิงหาคม ว่าที่สำคัญปริมาณที่ตกมากแค่ไหน และตกพื้นที่ใด ถ้ามีพายุเข้ามาซ้ำอีกด้วยจะเข้าบริเวณใด ถ้าเข้าภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเหมือนปีที่ผ่านมา ก็เตรียมตัวขนของขึ้นที่สูงหรือที่เก็บไว้ข้างบนเหมือนเดิมเพราะบางบ้านยังไม่ขนลงมา แต่ถ้าพายุเข้าภาคอื่นของประเทศการเกิดอุทกภัยจะไม่น่ากลัวมากซึ่งก็จะท่วมบ้างในพื้นที่อ่อนไหวซึ่งเคยท่วมซ้ำซากเช่นพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลาง

“ประชาชนต้องเฝ้าระวังช่วงเดือนสิงหาคม อาจท่วมเป็นบางจุดที่อ่อนไหว เนื่องจากระยะนี้พฤติกรรมของฝนเปลี่ยนไปแล้ว จะเห็นว่าตกหนักแต่ไม่นานก็ท่วมได้ ซึ่งปัจจัยสำคัญต้องจับตาดูระดับน้ำท่าของลุ่มน้ำต่างๆโดยเฉพาะที่ปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์ มีระดับ 2,000 ลบ.ม.เมื่อไหร่ภาคกลางท่วมแน่นอน อย่างไรก็ตามทางกรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าปีนี้ค่าเฉลี่ยปริมาณฝนอยู่ 1,100 มิลิเมตรเท่านั้นคือเท่ากับปีปกติ ส่วนที่สภาพภูมิอากาศผิดปกติที่ประเทศสหรัฐอเมริกา มีคลื่นพายุความร้อน จะกระทบต่อประเทศไทยหรือไม่นั้นต้องติดตามการเกิดพายุหรือไต้ฝุ่นในมหาสมุทรแปซิฟิก อย่างใกล้ชิด“นายปราโมทย์ กล่าว


 

 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน