posttoday
เชื่อร้านถูกใจอีก1เดือนลงตัว 'บุญทรง'ฝันเป็นกลไกแก้แพง

เชื่อร้านถูกใจอีก1เดือนลงตัว 'บุญทรง'ฝันเป็นกลไกแก้แพง

11 กรกฎาคม 2555

“ร้านถูกใจ” ภายใต้โครงการ “โชห่วย ช่วยชาติ” ที่รัฐบาลใช้งบประมาณอุดหนุนสูงถึง 1,320 ล้านบาท

“ร้านถูกใจ” ภายใต้โครงการ “โชห่วย ช่วยชาติ” ที่รัฐบาลใช้งบประมาณอุดหนุนสูงถึง 1,320 ล้านบาท

กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงการละเลงงบ หลังช่วงเดือนที่ผ่านมาร้านถูกใจโดนร้องเรียนสารพัดปัญหา ทั้งสินค้าในร้านขาด หรือบางชนิดมีขายแต่ไม่ถูกจริง รวมทั้งล่าสุดพรรคฝ่ายค้านเตรียมหยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมาเป็นประเด็นการเมือง และเตรียมยื่นอภิปรายซักฟอกการทำงานของ บุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ถึงการทำงานที่ล้มเหลวครั้งนี้

โพสต์ทูเดย์จึงสัมภาษณ์พิเศษคุณบุญทรงถึงกรณีดังกล่าว ว่า ขอยืนยันร้านถูกใจไม่ได้มีปัญหาอะไร ไม่ว่าจะเป็นในแง่การทุจริต ร้านค้าถอนตัวออกจากโครงการ หรือการนำภาษีของประชาชนไปใช้โดยเปล่าประโยชน์ ในทางกลับกัน ร้านถูกใจกลับได้การตอบรับจากร้านค้า (โชห่วย) เป็นอย่างดีในแง่การสมัครเข้าร่วมโครงการ โดยขณะนี้มียอดร้านค้าสมัครเข้าโครงการ 1.2 หมื่นราย เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1 หมื่นราย และอนุมัติให้เปิดร้านได้แล้ว 6,000 กว่าแห่งทั่วประเทศ

สาเหตุของความล่าช้าในโครงการ ต้องยอมรับว่าร้านถูกใจเพิ่งเริ่มเปิดดำเนินการมาแค่ 2 เดือน หรือเดือน พ.ค. เพราะเพิ่งได้รับอนุมัติงบประมาณจากรัฐบาล ถือว่าเป็นโครงการที่เพิ่งเริ่มต้นตั้งไข่ ดังนั้นอาจมีปัญหาติดขัดเล็กๆ น้อยๆ เช่น การประสานงานที่ไม่เข้าใจกันระหว่างหน่วยงาน หรือการจัดส่งสินค้า (โลจิสติกส์) ที่ยังมีปัญหาบ้าง ทำให้เกิดภาพสินค้าที่จัดส่งไปจำหน่ายในร้านถูกใจล่าช้า หรือผู้ประกอบการได้รับสินค้าไม่ครบตามจำนวนที่สั่ง หรืออาจจะต้องรอนาน แต่ยืนยันว่าไม่เกิน 1 สัปดาห์ สินค้าจัดส่งไปถึง

เชื่อร้านถูกใจอีก1เดือนลงตัว 'บุญทรง'ฝันเป็นกลไกแก้แพง

 

ความจริงแล้ว โชห่วยที่เข้าร่วมร้านถูกใจพอใจกับการเข้าร่วมโครงการกับภาครัฐครั้งนี้ เพราะการเปิดร้านถูกใจทำให้ 20 รายการสินค้าที่ขายถูกช่วยดึงคนเข้ามาซื้อสินค้าอื่นในร้านให้ขายดีไปด้วย ทำให้เกิดใจร้อนต้องการสั่งสินค้าได้ทันทีเพื่อนำมาขาย อย่างไรก็ตาม เรื่องระบบโลจิสติกส์กำลังอยู่ระหว่างปรับปรุง เชื่อว่าอีก 1 เดือนทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทางทั้งหมด

ขั้นตอนการสั่งซื้อสินค้าหลังจากนี้จะเป็นระบบมากขึ้น โดยกำหนดให้ร้านค้าสั่งซื้อสินค้าเข้ามาสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ผ่านระบบคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งจะแจ้งรายการสินค้า ไปยังผู้ผลิตสินค้า (ซัพพลายเออร์) ที่เข้าร่วมโครงการ หลังจากนั้นจะจัดส่งสินค้ามายังคลังขององค์การคลังสินค้า (อคส.) และให้ไปรษณีย์ไทยกระจายตามคำสั่งซื้อทั่วประเทศใน 34 วันเมื่อร้านค้าได้รับสินค้าแล้ว ทางอคส.จะเป็นผู้นำเงินค่าสินค้ามาชำระให้กับผู้ผลิต โดยขั้นตอนเหล่านี้ร้านค้าจะได้รับสินค้าไม่เกิน 3-4 วัน

ส่วนสินค้า 20 รายการ เช่น น้ำมันพืช ข้าวสาร ไข่ไก่ เนื้อหมู ยาสีฟัน สบู่ ยาสระผม ยืนยันว่ามีราคาต่ำกว่าท้องตลาด 20% แน่นอน เพราะถ้ามีราคาแพงกว่าก็จะถอดถอนสินค้ารายนั้นออกจากโครงการทันที โดยสามารถตรวจสอบราคา 20 สินค้า กับราคาที่ขายปลีกในห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด) หากแพงกว่าให้แจ้งพาณิชย์ตรวจสอบและถอดถอนทั้งผู้ผลิตและร้านค้าที่ทำผิดระเบียบแน่ แต่ยกเว้นสินค้าที่จัดโปรโมชันชั่วคราวที่อาจขายต่ำกว่าทุน ซึ่งสินค้าร้านถูกใจจะอยู่ที่ประมาณ 20 รายการหมุนเวียนกันไป เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับร้านค้ามากไปซึ่งวันที่ 16 ก.ค. จะจัดปฐมนิเทศร้านถูกใจที่เข้าร่วมโครงการ โดยมี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานมาร่วมชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจกับร้านค้าว่ารัฐบาลต้องการช่วยเหลือทุกฝ่าย รวมทั้งการลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน เพราะหลักของร้านถูกใจคือการช่วยเหลือให้คนในชุมชมได้หาซื้อสินค้าราคาไม่แพง และยังเป็นการทำให้โชห่วยในชุมชนเกิดความเข้มแข็ง

บุญทรง ยืนยันว่า ร้านถูกใจจะเป็นโครงการระยะยาวที่ไม่ได้หมดงบประมาณในสิ้นเดือน ก.ย.นี้ แล้วโครงการจะปิดตัว เพราะประเมินศักยภาพของร้านถูกใจแล้วสามารถทำต่อได้ โดยขณะนี้มีผู้ผลิตสินค้าหลายรายสนใจที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ เพื่อให้ร้านถูกใจเดินหน้าต่อไป เพราะกระทรวงฯ ได้เปิดช่องทางที่มีร้านค้า 1 หมื่นแห่ง ให้เป็นลูกค้าของผู้ผลิตสินค้า ซึ่งถือว่าได้ประโยชน์กันทุกฝ่าย

รูปแบบในอนาคตของร้านถูกใจ คือรัฐบาลไม่ต้องใช้งบประมาณอุดหนุนอีก หากระบบสามารถเดินได้ด้วยตัวเอง โดยต่อไปผู้ผลิตสินค้ากับร้านค้าจะร่วมกันลงเงินส่วนหนึ่งมาเป็นค่าใช้จ่ายกับคอลเซ็นเตอร์สั่งซื้อสินค้าและจ่ายค่าขนส่งให้ไปรษณีย์ไทย โดยผู้ผลิตไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมหรือค่าฟี ค่าแรกเข้าในโมเดิร์นเทรด ขณะร้านชำก็ได้สินค้าราคาถูกไปขาย เป็นการนำเงินที่ประหยัดจากตรงนั้นมาสร้างช่องทางขายของตนเอง ซึ่งรัฐบาลอาจนำช่องทางนี้มาช่วยพยุงราคาสินค้าเกษตรไม่ให้ตกต่ำหรือเป็นแขนขาแทรกแซงราคาสินค้าให้ต่ำเพิ่มจากโครงการธงฟ้าก็ได้ รมว.บุญทรง กล่าวทิ้งท้าย

เช่นเดิมเป็นผู้ขนส่งให้ เพียงแต่อาจมีต้นทุนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เพราะรัฐบาลไม่ได้อุดหนุนค่าขนส่ง แต่ราคาสินค้าก็ยังต่ำกว่าท้องตลาดอยู่ดี

อีกทั้งยังไม่ถือว่าเป็นการแข่งขันกับการทำธุรกิจปกติของภาคเอกชน เพราะกระทรวงฯไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือผลกำไรจากโครงการที่เกิดภายในร้านถูกใจ เพียงแต่เป็นผู้ประสานงานเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่ถือว่าทำผิดกฎหมายแต่อย่างใด และในอนาคตหากจะมีร้านโชห่วยรายใดเพิ่มเติมต้องการเข้าร่วมร้านถูกใจมากกว่า 1 หมื่นรายก็ได้ ยิ่งเป็นการทำร้านถูกใจเป็นเครือข่ายที่เข้มแข็งมากขึ้น รวมถึงผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่ง (ยี่ปั๊วซาปั๊ว) ก็สามารถเข้ามามีส่วนกับโครงการได้ ถือเป็นโครงการที่วินวินกับทุกฝ่าย

นายบุญทรง ย้ำว่าไม่ห่วงพรรคฝ่ายค้านจะนำเรื่องร้านถูกใจมาเป็นประเด็นการเมือง และยื่นถอดถอนตนออกจารัฐมนตรรี เพราะการถอดถอนต้องมีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริต แต่ตนได้ได้ทุจริต เป็นเรื่องของการบริหารงาน ซึ่งหากยื่นอภิปรายจริง ก็ไม่มีความเป็นห่วง และถือเป็นเรื่องดีที่จะมีโอกาสให้ประชาชนได้รับทราบถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น


 

 

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่