
เจ.ไอ.บี.เร่งเครื่องเปิดสาขา
ชูพีซีประกอบบริการหลังขายมั่นใจตลาดไอทีครึ่งปีหลังฟื้น
ชูพีซีประกอบบริการหลังขายมั่นใจตลาดไอทีครึ่งปีหลังฟื้น
เจ.ไอ.บี.หวังครึ่งปีหลังตลาดไอทีฟื้นตัว หลัง 6 เดือนแรกซบ ตั้งเป้าปีนี้ 7,000 ล้านบาท เน้นพีซีประกอบบริการครบ
นายสมยศ เชาวลิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ.ไอ.บี. คอมพิวเตอร์ กรุ๊ป ผู้ค้าปลีกสินค้าไอที เปิดเผยว่า สถานการณ์ตลาดค้าปลีกสินค้าไอทีในครึ่งปีแรกที่ผ่านมาถือว่าเงียบเหงา ซึ่งเป็นผลกระทบต่อเนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วมปลายปีที่ผ่านมา ทำให้ผู้บริโภคจับจ่ายในสินค้าจำเป็น เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน
ทั้งนี้ คาดว่าในครึ่งปีแรกตลาดไอทีภาพรวมน่าจะมีการเติบโตประมาณ 10% แต่เชื่อว่าครึ่งปีหลังตลาดจะกลับมาคึกคักได้อีกครั้ง เนื่องจากโดยปกติไตรมาส 3-4 จะมียอดขายรวมประมาณ 60% ของตลาดอยู่แล้ว จากการเปิดตัวสินค้าใหม่ และหากมีการปรับราคาสินค้าลง โดยเฉพาะอัลตราบุ๊กจะช่วยหนุนให้ตลาดเติบโตเพิ่มขึ้น
สำหรับ เจ.ไอ.บี.ตั้งเป้าการเติบโตปีนี้ 30% คิดเป็นรายได้ประมาณ 7,000 ล้านบาท โดย 6 เดือนแรกสามารถทำได้กว่า 3,100 ล้านบาทแล้ว ถือว่ายังอยู่ในเป้าหมายที่วางไว้อยู่ ซึ่งปีนี้มีแผนลงทุนกว่า 100 ล้านบาท เพื่อขยายสาขา 25 แห่ง เน้นในต่างจังหวัดและพื้นที่ที่ยังไม่เคยเปิดร้าน โดยทุก 100 กิโลเมตร ต้องมีร้าน เจ.ไอ.บี.อยู่ จากปัจจุบันมีร้าน 125 สาขา
นอกจากนี้ ในทุกสาขาจะเน้นขายสินค้าคอมพิวเตอร์เป็นหลัก มีครบทุกแบรนด์ทุกรุ่น และมี นโยบายทุกสาขาราคาเดียวกัน โดยใช้ระบบออนไลน์แบบเรียลไทม์ สามารถตรวจสอบราคาผ่านทางเว็บไซต์ได้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในประเทศไทยจะได้รับการดูแลเช่นเดียวกัน
ขณะเดียวกันจะเน้นจุดเด่นที่แตกต่างจากผู้ค้าปลีกรายอื่นๆ คือ เจ.ไอ.บี. จำหน่ายคอมพิวเตอร์พีซีและเครื่องประกอบ ซึ่งรายอื่นไม่มีแน่นอน เพราะต้องมีสินค้าสต๊อกจำนวนมาก และต้องอาศัยช่างฝีมือในการประกอบ รวมทั้งต้องมีซอฟต์แวร์ควบคู่บริการหลังการขาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ เจ.ไอ.บี.ชำนาญ จึงยังสามารถให้บริการ ขณะที่รายอื่นๆ เริ่มลดบทบาทลงไป
และจากการสำรวจตลาด เจ.ไอ.บี. เชื่อว่าสัดส่วนของคอมพิวเตอร์จะอยู่ประมาณ 30% ของตลาด ไม่ลดลงจากนี้
นายสมยศ กล่าวว่า ได้เปิดศูนย์อินไซด์ ไอที แคร์ ให้บริการซ่อมคอมพิวเตอร์ทุกแบรนด์ ทุกรุ่น ไม่ว่าจะซื้อจากที่ใด เปิดไปแล้ว 1 สาขา ที่เซียร์รังสิตและมีแผนเปิดอีก 6 สาขา เพราะเห็นว่างานบริการสามารถทำรายได้ได้ดี แต่ต้องอาศัยความรู้มากทำให้ผู้ค้ารายอื่นมองข้ามจุดนี้ไป
“เจ.ไอ.บี.ต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าในระยะยาว ยิ่งการแข่งขันอยู่ที่บริการเป็นหลัก เพราะเรื่องราคามีผลกำไรน้อยมากอยู่แล้ว ดังนั้นจึงคิดบริการครบวงจรโดยไม่จำกัดค่าย จะซื้อแบรนด์ใดที่ไหนหรือไม่มีแบรนด์ก็มาซ่อมที่อินไซด์ ไอที แคร์ได้ ก่อนหน้านี้ได้อบรมช่างฝ่ายเทคนิคพร้อมแล้ว ทั้ง 6 สาขา จะมีช่างประจำ 5-15 คน แล้วแต่ขนาดของสาขา ไม่ใช่เรื่องที่ผู้ให้บริการจะทำได้ง่ายๆ แน่นอน” นายสมยศ กล่าว







