
แก้หนี้ขสมก.สะดุด ให้จ้างที่ปรึกษาช่วย
แผนอุ้มหนี้เน่า ขสมก. 7.5 หมื่นล้านไม่คืบ กนร.หนุนคมนาคมจ้างที่ปรึกษาหาแนวทางแก้แทน
แผนอุ้มหนี้เน่า ขสมก. 7.5 หมื่นล้านไม่คืบ กนร.หนุนคมนาคมจ้างที่ปรึกษาหาแนวทางแก้แทน
แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ (กนร.) เสนอให้กระทรวงคมนาคมจ้างบริษัทที่ปรึกษาในการศึกษาแนวทางแก้ปัญหาภาระหนี้สินขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ซึ่งคาดต้องใช้เวลาศึกษาประมาณ 6 เดือน
ขณะแผนที่ ขสมก.เสนอขอให้รัฐบาลรับภาระหนี้ทั้งหมดจำนวน 75,546.723 ล้านบาท ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. ยังไม่ได้รับการพิจารณาจาก กนร. เนื่องจาก กนร.เสนอให้จัดตั้งบริษัทที่ปรึกษา โดยการศึกษาดังกล่าวจะครอบคลุมถึงแผนธุรกิจ รายได้ ค่าใช้จ่าย ความสามารถในการชำระหนี้ ซึ่งบริษัทที่ปรึกษาถือเป็นผู้เชี่ยวชาญที่จะเข้ามาช่วยพิจารณาให้แผนงานมีความรอบคอบ
ทั้งนี้ จากเดิมที่แผนฟื้นฟูจัดทำโดย ขสมก. ซึ่งหน่วยงานจากภายนอกอาจมีมุมมองที่แตกต่างไป ขณะเดียวกันรัฐบาลจะมั่นใจได้ว่า การให้ความช่วยเหลือ ขสมก.จะไม่สูญเปล่า และในอนาคต ขสมก.จะเลี้ยงตัวเองได้
สำหรับการที่ ขสมก.เสนอให้รัฐบาลรับภาระหนี้ทั้งหมด เนื่องจากภาระหนี้สิ้นส่วนใหญ่มาจาก เช่น การซื้อรถโดยสาร 1,577 คัน เมื่อปี 2538 และปี 2547 คิดเป็นเงินพร้อมดอกเบี้ยประมาณ 5,064.625 ล้านบาท และหนี้ค่าน้ำมันและค่าเหมาซ่อม ระหว่างปี 25392554 เป็นเงินพร้อมดอกเบี้ยประมาณ 61,573.503 ล้านบาท ซึ่งหากให้ ขสมก.รับภาระหนี้ดังกล่าวต่อไป ก็จะทำให้ ขสมก.ไม่สามารถมีกำไรได้
ขณะเดียวกันในช่วงดำเนินการตามแผนฟื้นฟู 12 ปีแรก ขสมก.จำเป็นต้องขอรับเงินสนับสนุนเพื่อนำมาดำเนินการปีแรก เป็นเงิน 1,600 ล้านบาท และปีที่ 2 เป็นเงิน 1,200 ล้านบาท เพราะในปีแรกขสมก.ยังไม่มีกำไร คาดว่าขสมก.จะมีกำไรจากการดำเนินงานหลังจากมีรถโดยสารใช้เอ็นจีวีมาให้บริการ 5 ปี
ทางด้านการจัดซื้อรถโดยสารใช้เอ็นจีวีจำนวน 3,183 คัน มูลค่า 13,163 ล้านบาท ที่ประชุมกนร.เห็นชอบตามข้อเสนอ โดยการแยกเรื่องพิจารณาอนุมัติจัดซื้อรถโดยสารก่อน ถือเป็นประโยชน์กับขสมก. เพราะโครงการนี้มีความจำเป็นต้องดำเนินการ หากปล่อยเวลาต่อไปขสมก.ก็จะประสบปัญหาขาดทุนสะสมต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องของอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นทุกเดือนเฉลี่ยเดือนละ 200 ล้านบาท
สำหรับวิธีการจัดหารถโดยสาร โดยวิธีการซื้อนั้น ยืนยันว่าเป็นประโยชน์มากกว่าการเช่า และเช่าซื้อ โดยการซื้อจะมีรถโดยสารเหลือเป็นสินทรัพย์ ต่างจากการเช่า เมื่อครบสัญญาเช่า ขสมก.ก็จะไม่มีรถโดยสารเหลืออยู่เลย







