
เดินหน้ากู้ก้อนมหึมาซุกงบขาดดุล
กิตติรัตน์ตบเกียร์ห้าหาเงินใช้ผนึกสร้างอนาคต2.27ล้านล.
กิตติรัตน์ตบเกียร์ห้าหาเงินใช้ผนึกสร้างอนาคต2.27ล้านล.
“กิตติรัตน์” แจงกู้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเป็นการซุกขาดดุลงบประมาณ เพราะไม่ต้องการให้งบปกติขาดดุลเรื้อรัง
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวว่า การผลักดันพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เงินกู้ 1.6-2 ล้านล้านบาท ให้สภาพิจารณาใน 6-7 เดือนข้างหน้า โดยไม่ใช้เงินผ่านงบประมาณปกติ เพราะต้องการให้งบประมาณเข้าสู่สมดุล เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาขาดดุลเรื้อรังจนสร้างความไม่เชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจ
“ผมยอมรับว่าการกู้เงินนอกงบประมาณเป็นการซุกการขาดดุล แต่เป็นแนวทางหนึ่งในการรวมโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่มาพิจารณาพร้อมกันในทีเดียว ไม่ต้องไปซุกไว้ในงบประมาณประจำปีที่ไม่รู้ว่ามีการทำโครงการอะไรบ้าง” นายกิตติรัตน์ กล่าว
รมว.คลัง กล่าวว่า การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว จะดำเนินการภายใน 7 ปี ทำให้ประเทศอยู่ได้ไปอีก 15 ปี เชื่อว่า จะไม่มีปัญหาเรื่องหนี้สาธารณะจนเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งเหมือนปี 2540 หรือที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ซึ่งในเวลานั้นเกิดจากหนี้ภาคเอกชน ไม่ใช่หนี้ภาครัฐ แต่ที่ผ่านมารัฐบาลมีความระมัดระวังมากเรื่องการก่อหนี้จนเกิดเป็นข้อจำกัดในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เพียงพอต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีขนาดของเศรษฐกิจ 12 ล้านล้านบาท แต่มีหนี้สาธารณะเพียง 4.6 ล้านล้านบาท เป็นหนี้ในส่วนของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน 1.1 ล้านบาท จึงเหลือหนี้ที่รัฐบาลรับผิดชอบ 3.5 ล้านล้านบาทเท่านั้น ขณะที่สภาพคล่องของสถาบันการเงินมีจำนวนมาก ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีภาระในการดูดซับสภาพคล่อง ดังนั้นจึงควรนำส่วนดังกล่าวมาลงทุนจะเกิดประโยชน์มากกว่า
สำหรับเรื่องการหารายได้รัฐบาลก็ดำเนินการเช่นกัน โดยปกติรายได้ต้องเพิ่ม 1.2-1.5 แสนล้านบาท เพียงพอแค่การบริหารงบประมาณรายจ่ายปกติ ไม่เพียงพอลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่มีความจำเป็นเร่งด่วน โดยการกู้เกือบทั้งหมดจะเป็นการกู้เงินในประเทศ
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ต้องการความเห็นในมุมมองเศรษฐกิจจากทุกภาคส่วน ในการออก พ.ร.บ.ดังกล่าวในเวลานี้ แต่ไม่ควรนำเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับการออก พ.ร.บ.ดังกล่าว เพราะต้องการให้เกิดการถกเถียงแลกเปลี่ยนความเห็นเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ ว่ามีความจำเป็นที่ต้องดำเนินการหรือไม่ ซึ่งจะเป็นการดำเนินการภายใต้กรอบการสร้างอนาคตประเทศไทย 2.27 ล้านล้านบาท
รมว.คลัง กล่าวว่า ไทยควรลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานมานานแล้ว แต่เนื่องจากไม่ได้ดำเนินการส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา อาทิ กรณีที่เครื่องบินลงล่าช้ากว่าเวลาที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพราะไม่ได้ก่อสร้างรันเวย์ที่ 3 โครงการมอเตอร์เวย์ เส้นบางใหญ่กาญจนบุรี ที่มีมูลค่า 4 หมื่นล้านบาท และหลายฝ่ายต้องการให้รีบดำเนินการ รวมถึงการก่อสร้างสนามบิน และท่าเรือน้ำลึก







