posttoday
‘แบทแมน’วอนคนไทยยึดสันติ-สายลับเสื้อส้มตัวช่วยดมกลิ่นป่วน

‘แบทแมน’วอนคนไทยยึดสันติ-สายลับเสื้อส้มตัวช่วยดมกลิ่นป่วน

14 มีนาคม 2553

" เราเป็นคนไทยด้วยกัน อย่าให้มีเหตุรุนแรงถึงขั้นเลือดตกยางออกเลย เพราะถ้าต่างฝ่ายต่างไม่ยอมแพ้กัน สุดท้ายประชาชนทั้งหมดจะเป็นฝ่ายบาดเจ็บเอง"

" เราเป็นคนไทยด้วยกัน อย่าให้มีเหตุรุนแรงถึงขั้นเลือดตกยางออกเลย เพราะถ้าต่างฝ่ายต่างไม่ยอมแพ้กัน สุดท้ายประชาชนทั้งหมดจะเป็นฝ่ายบาดเจ็บเอง"

โดย – อาทิตย์ เคนมี / อิทธิกร เถกิงมหาโชค

เหตุการณ์รถแก๊สระทึกในสมรภูมิสงกรานต์เลือด 2552 ยังคงฝังแน่นอยู่ในความทรงจำของชาวแฟลตดินแดงอย่างไม่มีวันลืม เช่นเดียวกับการปรากฏกายของฮีโร่พันธุ์ใหม่ “ไอ้แบทแมนเมืองไทย” ที่หลายคนยังจดจำได้ดี

‘แบทแมน’วอนคนไทยยึดสันติ-สายลับเสื้อส้มตัวช่วยดมกลิ่นป่วน

วันนี้ “แตงโม” หรือ พิจิต เชื้อแก้ว หนุ่มอุบลราชธานี วัย 36 ปี ถอดหน้ากากซูเปอร์ฮีโร่พับเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าอย่างมิดชิด พร้อมเอ่ยขึ้นว่า หากเป็นไปได้เขาไม่อยากเห็นภาพความรุนแรงเช่นนั้นเกิดขึ้นซ้ำอีก และได้แต่หวังลึกๆ ว่าคงไม่มีเหตุจำเป็นที่ทำให้เขาต้องสวมชุดไอ้แบทแมนออกมากู้สถานการณ์วิกฤตเป็นครั้งที่สอง

“ผมคงไม่กล้าคิดที่จะทำอะไรแบบนั้นอีกแล้ว ถ้าขืนโผล่ออกไปคราวนี้คงโดนเล่นงานแน่ เพราะไม่รู้ว่าใครเป็นใคร และคงมีคนหมั่นไส้ผมอยู่ไม่น้อย” เขาบอก

สถาการณ์ร้อนแรงที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ แตงโมสารภาพว่า เขาจะไม่ออกไปยืนอยู่แนวหน้าอีกเด็ดขาด เพราะเป็นห่วงคนที่อยู่ข้างหลัง โดยเฉพาะลูกและภรรยาซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตเขา

แตงโมเล่าว่า เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเขาและเพื่อนๆ ชุมชนชาวแฟลตดินแดงได้พากันตบเท้าเข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอวิงวอนให้รัฐบาลและกองทัพยึดหลักสันติวิธีในการคลี่คลายสถานการณ์ ขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมหยุดใช้ความรุนแรงกับประชาชนทั่วไป

เขาเห็นด้วยว่า ชาวชุมชนต่างๆ ควรมีการรวมตัวกันให้เข็มแข็งและสร้างเครือข่ายสอดส่องดูแลความปลอดภัยในชุมชน หากพบเห็นความไม่ชอบมาพากลหรือหากมีผู้ไม่หวังดีเข้ามาบุกรุก คนในชุมนุมก็จำเป็นต้องลุกขึ้นมาปกป้องตนเองและหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงอย่างถึงที่สุด

“ผมอยากฝากเตือนสติทุกคนว่า เราเป็นคนไทยด้วยกัน อย่าให้มีเหตุรุนแรงถึงขั้นเลือดตกยางออกเลย เพราะถ้าต่างฝ่ายต่างไม่ยอมแพ้กัน สุดท้ายประชาชนทั้งหมดจะเป็นฝ่ายบาดเจ็บเอง และผมอยากถามว่าคนที่สู้ สู้เพื่อใคร ปากก็พูดว่ารักในหลวง แต่ก็เป็นแค่คำอ้าง” แตงโม กล่าว

แตงโมบอกอีกว่า นับจากวันที่เหตุการณ์สงกรานต์เลือด 2552 ยุติลง เขาได้ย้ายออกจากแฟลตดินแดงไปอาศัยที่ย่านห้วยขวาง ทุกวันนี้ชุมชนแฟลตดินแดงจึงไม่มีแบทแมนอีกต่อไป และหวังว่าเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นคงจะไม่รุนแรงบานปลายเหมือนครั้งก่อน

ขณะที่ท่ามกลางสถานการณ์หมิ่นเหม่เช่นนี้ ไม่มีใครจะเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่รัฐได้ดีเท่ากับคนในชุมชนอีกแล้ว คำว่า "ตำรวจคนแรก" เข้าถึงที่เกิดเหตุก่อนใคร...จึงไม่ใช่คำกล่าวที่เกินจริง!

‘แบทแมน’วอนคนไทยยึดสันติ-สายลับเสื้อส้มตัวช่วยดมกลิ่นป่วน

เครือข่ายวินจักรยานยนต์รับจ้าง หรือ “สายลับเสื้อส้ม” ที่รู้ตื้นลึกหนาบางในตรอกซอกซอยต่างๆ ของกทม.ดีกว่าใครเพื่อน จึงกลายเป็นอีกหนึ่ง "ตัวช่วย" ระแวดระวังภัยและเหตุร้ายอื่นๆ ในพื้นที่ไปด้วยในตัว ดีกว่าไม่มีคนเป็นหูเป็นตาให้เพื่อนบ้านเสียเลย...

จุลวัตร เปี่ยมกล้าหาญ หรือ “ยอด” หัวหน้าวินหน้าศาลเจ้าแม่กวนอิม ในพื้นที่ สน.พลับพลาไชย 1 บอกว่า แม้จะร่ำเรียนมาน้อยจบแค่ ป.7 แต่ก็คิดว่าจะใช้อาชีพวินจักรยานยนต์รับจ้างช่วยเหลือราชการ โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์สุ่มเสี่ยงแบบนี้ยิ่งต้องช่วยกัน

ยอดกับเพื่อนๆ น้องๆ ในวินอีกเกือบ 40 คน คอยช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่ตลาดคลองถมทุกคืนวันเสาร์ กว่าจะกลับบ้านก็หลัง 02.00 น.ไปแล้ว เคยจับได้ทั้งแก๊งไถเงินค่าจอดรถ แก๊งล้วงกระเป๋า แก๊งลักรถจักรยานยนต์ รวมทั้งแจ้งเบาะแสคนร้ายในพื้นที่ 

ปฏิบัติการสายลับเสื้อส้มนาทีนี้ มีรางวัลก้อนโตจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ให้ด้วย หากแจ้งเบาะแสคนร้ายและสามารถจับคนร้ายได้ทันทีทันควัน ได้เงินสด 1 แสนบาท แต่หากสามารถดำเนินคดีคนร้ายจนถึงการส่งฟ้องสู่ศาลจะได้รางวัล 2 แสนบาท

“เรื่องเงินรางวัลนำจับไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก พวกผมไม่มีสีเสื้อ มีแต่ความภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือบ้านเมือง ไม่มีใครอยากให้ชาติวุ่นวายหรอก ยิ่งเป็นคนร้ายวางระเบิดยิ่งต้องช่วยกันสังเกตคนมีพิรุธ ผมว่าไม่ควรใช้ความรุนแรงมาแก้ปัญหานะ มันไม่ถูก” ยอด กล่าว

เครือข่ายวินจักรยานยนต์รับจ้างที่มีทุกตรอกซอกซอย กทม.ถือเป็น "พลังเงียบ" ที่ทรงอานุภาพอย่างยิ่งกับการแก้ไขปัญหาชุมนุมเมือง ไม่ใช่แค่เหตุระเบิด ทว่ารวมถึงปัญหาอาชญากรรมและยาเสพติด ซึ่งสำนักงานเขตหลักสี่ กทม. ใช้เวลากว่า 3 ปี ในการสร้างเครือข่ายนี้จนสามารถบรรเทาปัญหาลงมาก

น.ส.อมรรัตน์ กฤตยานวัช ผู้อำนวยการเขตหลักสี่ กล่าวถึงแนวคิดนี้ว่า ใช้หลักดึงคนในชุมชนมามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา สิ่งที่เน้นคือสร้างความสามัคคี ร่วมมือร่วมใจพัฒนาสถานที่ตั้งวิน และพื้นที่ทั่วไปให้สะอาด สวยงาม และมีสภาพแวดล้อมดีขึ้น ปรากฎว่าผลตอบรับดีมาก ได้ปลูกฝังค่านิยมการมีน้ำใจช่วยเหลือสุภาพสตรี คนชรา และเด็ก จึงเป็นที่มาของชื่อ “สุภาพบุรุษวินมอเตอร์ไซค์”

ในมุมมอง พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก บช.น. กล่าวว่า หากเรามีพี่น้องหลายกลุ่มทำงานอย่างนี้ เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายที่ไม่หวังดีต่อประเทศชาติจะก่อเหตุได้ยาก หลังจากนี้หากทุก สน.นำโครงการแนวนี้ไปต่อยอด เชื่อว่าจะมีเครือข่ายมากกว่า 1 แสนคนที่จะเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่บ้านเมือง

 

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่