
สหพัฒน์ดึงโมเดลองค์กรข้ามชาติปรับภาพโมเดิร์นรับเออีซี
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
เครือสหพัฒนพิบูล อีกหนึ่งธุรกิจของคนไทยที่มีอายุเก่าแก่ไม่ต่ำกว่า 70 ปี ซึ่งกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในองค์กรที่เตรียมก้าวเข้าสู่ความท้าท้ายในการทำตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการที่ประเทศไทยเตรียมเข้าสู่การค้าเสรีอาเซียน จากการเข้าสู่เศรษฐกิจประชาคมอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 นี้
บุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหพัฒนพิบูล ผู้ทำตลาดและกระจายสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ในเครือสหกรุ๊ป กล่าวว่า บริษัทเตรียมแนวคิดคัดสรรบุคลากรคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาร่วมงานกับบริษัทภายใต้โครงการ “สหเอสพีซี นีโอเจเนอเรชัน โปรเจกต์” ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับองค์กรข้ามชาติขนาดใหญ่ เช่น ยูนิลีเวอร์ เป็นต้น ที่คัดสรรคนเก่งให้เข้ามาร่วมงานกับองค์กร ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งวิธีการที่ดีกว่าระบบการสัมภาษณ์คัดเลือกคนเข้าร่วมงาน
สำหรับรูปแบบโครงการดังกล่าว บริษัทดำเนินการคัดเลือกจากผู้สมัครกว่า 400 ราย ที่สนใจส่งใบสมัครเข้ามาผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์และสมัครโดยตรง ซึ่งขณะนี้มีผู้ผ่านการคัดเลือกแล้วจำนวน 5 ราย ที่จะเข้ามาฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ (เวิร์กช็อป) ในสถานที่ที่จัดไว้เฉพาะ โดยมีคณะกรรมการเฝ้าสังเกตการณ์และติดตามผลเป็นระยะเวลา 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 914 ก.ค.นี้ พร้อมออกอากาศสด หรือเรียลิตี ทีวี ผ่านทางสถานีเอส ชาแนล
ขณะที่โครงการนี้มีความคล้ายคลึงกับแนวคิดการบริการจัดการแบบต่างชาติ ในการคัดสรรบุคลากรเข้ามาร่วมงานแบบ “วันเวย์ มิเรอร์” โดยให้ผู้บริหารสามารถเฝ้าสังเกตการณ์ลักษณะพฤติกรรมผู้สมัคร ผ่านทางกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) ที่ติดตั้งไว้ในสถานที่ที่จัดไว้ เพื่อให้คณะกรรมการประเมินผล เพื่อค้นหาผู้นำที่มีความรู้ความสามารถในตำแหน่งที่ต้องการขององค์กร เช่น ฝ่ายการตลาด การค้า และผู้รับผิดชอบลูกค้าหลัก เป็นต้น
เกณฑ์ในการตัดสินนั้นจะต้องเป็นผู้ที่มีความฉลาด เก่ง มีทัศนคติที่ดี มีความคิดสร้างสรรค์ มีความสามารถทางภาษาทั้งไทยและภาษาอังกฤษ หรือในภาษาอื่นๆ เช่น จีน และญี่ปุ่น เป็นต้น ซึ่งผู้ที่ผ่านการคัดเลือก หรือเป็นผู้ชนะจะได้ร่วมงานกับบริษัทในเครือสหพัฒน์ทันที โดยโครงการดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทเริ่มดำนินการคัดสรรพนักงานแนวใหม่ หลังจากเริ่มทยอยปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารภายในในช่วงที่ผ่านมา
“ปัจจุบันสหพัฒน์มีอายุกว่า 70 ปี มีภาพลักษณ์ค่อนข้างแก่ในสายตาคนรุ่นใหม่ ซึ่งจำเป็นต้องปรับภาพลักษณ์และระบบการทำงานภายในให้มีความทันสมัยมากกว่านี้ โดยเฉพาะเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการทำตลาดอาเซียน ที่บริษัทจะต้องมีการส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภคไปยังตลาดนี้มากขึ้น” บุญชัย กล่าว
อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขององค์กรนั้นทำได้ง่ายกว่า ขณะที่ตัวผู้บริหารระดับสูงอาจปรับตัวได้ยากกว่า จากสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันที่เข้าใกล้อาเซียนมากขึ้น ยิ่งทำให้ต้องเร่งปรับตัว โดยเฉพาะด้านการใช้ภาษาอังกฤษที่ต้องมีการเน้นมากขึ้น จากปัจจุบันบริษัทสหพัฒน์มีพนักงานอายุเฉลี่ย 3233 ปี โดยมีพนักงานรวมกว่า 3,000 ราย แบ่งเป็นพนักงานภายในองค์กร 1,500 ราย และพนักงานขาย หรือพีซี ราว 1,500 ราย
บุญชัย กล่าวว่า สำหรับภาพรวมกำลังซื้อในไตรมาส 3 ปีนี้ ยังมีความกังวล 2 เรื่องหลัก คือ ปัญหาการเมือง ว่าจะมีการเคลื่อนไหวไปในทิศทางใด มีการรวมตัวก่อความไม่สงบหรือปฏิวัติหรือไม่ และ 2.ภัยน้ำท่วม ซึ่งบริษัทได้วางแผนรับมือด้านการจัดหารถบรรทุกขนาดสูงจำนวน 2 คัน สำรองไว้เพื่อให้สามารถขนส่งและกระจายสินค้าได้ไปยังพื้นที่ต่างๆ ในกรณีหากเกิดน้ำท่วมใหญ่เช่นเดียวกับปีก่อน
นอกจากนี้ ยังมีความกังวลด้านราคาพืชผลทางการเกษตรบางรายการ โดยเฉพาะการประกันราคาสินค้าเกษตร หรือการรับจำนำข้าวในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ไทยเสียแชมป์ประเทศการส่งออกข้าวอันดับ 1 ให้กับประเทศอินเดียและเวียดนามไปแล้ว อย่างไรก็ตาม หากไม่มีปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้น คาดในไตรมาส 3 ปีนี้ กำลังซื้อไทยในภาพรวมจะยังดีอยู่ ซึ่งภาครัฐควรหันมาทบทวนนโยบายการขึ้นค่าจ้าง 300 บาทด้วย หลังส่งผลกระทบยังภาคการผลิตและเงินเฟ้อในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา
“จากสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกในภาพรวมที่ยังคงที่ในขณะนี้ ทำให้บริษัทยังไม่มีแผนปรับราคาขายส่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่าแต่อย่างใดในขณะนี้ จากต้นทุนในภาพรวมวัตถุดิบ แป้งสาลี และน้ำมันพืชที่ไม่ขึ้นราคาเช่นกัน” บุญชัย กล่าว
ทั้งนี้ ในช่วง 78 ปีที่ผ่านมา สหพัฒน์มีการปรับตัวมาโดยตลอด เพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งบริษัทมองเห็นโอกาสจากการส่งออกสินค้ากลุ่มอาหารและของใช้ส่วนบุคคลไปยังตลาดอาเซียนเช่นกัน โดยคาดว่าใน 12 ปีหน้าจะมียอดขายส่วนแบ่งในตลาดส่งออกเพิ่มขึ้น 15-20% จากปัจจุบันอยู่ที่ 5% โดยในปีหน้าคาดมียอดขายรวมกว่า 3 หมื่นล้านบาท และมีรายได้ส่งออก 3,000 ล้านบาท จากในปีนี้มีรายได้ 28,888 ล้านบาท เติบโต 15% จากปีก่อน







